
หุ้นบริษัทอาวุธพุ่ง หลัง"ทรัมป์" ยิงโทมาฮอว์ค ถล่มซีเรีย
ภายหลังจากที่สหรัฐเปิดฉากยิงขีปนาวุธโมทมาฮอว์ค กว่า 59 ลูกถล่มฐานทัพอากาศในซีเรีย ปรากฏว่าได้ทำให้หุ้นบริษัทผู้ผลิตอาวุธในสหรัฐปรับตัวขึ้นทันที
วันที่ 10 เม.ย.60--หุ้นบริษัท เรธัน ซึ่งเป็นผู้ผลิตขีปนาวุธโทมาฮอว์คนั้นปรับพุ่งขึ้นไปราว 1.4% ทันทีเมื่อวันศุกร์ เมื่อสหรัฐเปิดปฏิบัติการยิงโทมาฮอว์คใส่ซีเรียเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
เพื่อตอบโต้ต่อกรณีที่มีการใช้อาวุธเคมีจากฝั่งรัฐบาลซีเรียโจมตีพลเรือนทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 80 ราย
นอกจากนั้น หุ้นบริษัท ล็อคฮีด มาร์ติน ซึ่งเป็นพาร์ทเนอร์กับเรธัน ในการผลิตระบบยิงขีปนาวุธ จาเวอลีน และเป็นผู้ผลิตขีปนาวุธเฮลไฟร์ ก็พุ่งขึ้นราว 1.7% เช่นกัน
ทั้งนี้ คาดว่าถ้าหากสถานการณ์ในซีเรียยืดเยื้อมากขึ้นโดยที่สหรัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องมากขึ้นก็จะทำให้หุ้นบริษัทอาวุธเหล่านี้ได้รับอานิสงค์ไปด้วยซึ่งนักลงทุนมองว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐจะใช้บริหารขีปนาวุธโทมาฮอว์คมากขึ้นด้วย
จากรายงานงบประมาณปีการเงิน 2017 ของสหรัฐนั้นพบว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐได้ร้องของบประมาณจัดซื้อขีปนาวุธโทมาฮอว์คจำนวน 4,000 ลูก สำหรับกองทัพเรือด้วย
นอกเหนือจากบริษัทอาวุธทั้งสองแห่งดังกล่าวแล้ว ก็ยังมีบริษัทอื่นๆที่ราคาหุ้นเคลื่อนไหวอยู่ในทิศทางบวกไม่ว่าจะบริษัทเจเนรัล ไดนามิกส์ และบริษัท นอร์ธโธรป กรุมแมน
กระนั้นก็ตาม ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ จะทำการร้องของบประมาณสำหรับปี 2018 ในการจัดซื้อขีปนาวุธโทมาฮอว์คเพิ่มเติมอีกหรือไม่ แต่ก็เป็นที่แน่นอนแล้วว่า ทรัมป์ ได้ทำการร้องของงบประมาณด้านทหารโดยรวมเพิ่มขึ้น ในปีนี้แล้ว หลังจากที่ในสมัยอดีตประธานาธิบดี บารัค โอบามานั้นงบประมาณในส่วนนี้ถูกปรับลดลงทุกปี
ขณะเดียวกัน ในปี 2017 นี้ ยังพบว่า กองทุนเอสพีดีอาร์ ที่ลงทุนในกลุ่มบริษัทผู้ผลิตอาวุธและอากาศยานนั้น ทำผลงานในปีนี้ได้ดีกว่าดัชนีเอสแอนด์พี-500 เสียอีก โดยเฉพาะบริษัทโบอิ้งที่หุ้นพุ่งขึ้นไปแล้วถึง 14% ถือเป็นหุ้นที่ทำผลงานดีที่สุดตามหลังบริษัทแอ๊บเปิ้ลเท่านั้น
วันที่ 10 เม.ย.60--หุ้นบริษัท เรธัน ซึ่งเป็นผู้ผลิตขีปนาวุธโทมาฮอว์คนั้นปรับพุ่งขึ้นไปราว 1.4% ทันทีเมื่อวันศุกร์ เมื่อสหรัฐเปิดปฏิบัติการยิงโทมาฮอว์คใส่ซีเรียเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
เพื่อตอบโต้ต่อกรณีที่มีการใช้อาวุธเคมีจากฝั่งรัฐบาลซีเรียโจมตีพลเรือนทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 80 ราย
นอกจากนั้น หุ้นบริษัท ล็อคฮีด มาร์ติน ซึ่งเป็นพาร์ทเนอร์กับเรธัน ในการผลิตระบบยิงขีปนาวุธ จาเวอลีน และเป็นผู้ผลิตขีปนาวุธเฮลไฟร์ ก็พุ่งขึ้นราว 1.7% เช่นกัน
ทั้งนี้ คาดว่าถ้าหากสถานการณ์ในซีเรียยืดเยื้อมากขึ้นโดยที่สหรัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องมากขึ้นก็จะทำให้หุ้นบริษัทอาวุธเหล่านี้ได้รับอานิสงค์ไปด้วยซึ่งนักลงทุนมองว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐจะใช้บริหารขีปนาวุธโทมาฮอว์คมากขึ้นด้วย
จากรายงานงบประมาณปีการเงิน 2017 ของสหรัฐนั้นพบว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐได้ร้องของบประมาณจัดซื้อขีปนาวุธโทมาฮอว์คจำนวน 4,000 ลูก สำหรับกองทัพเรือด้วย
นอกเหนือจากบริษัทอาวุธทั้งสองแห่งดังกล่าวแล้ว ก็ยังมีบริษัทอื่นๆที่ราคาหุ้นเคลื่อนไหวอยู่ในทิศทางบวกไม่ว่าจะบริษัทเจเนรัล ไดนามิกส์ และบริษัท นอร์ธโธรป กรุมแมน
กระนั้นก็ตาม ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ จะทำการร้องของบประมาณสำหรับปี 2018 ในการจัดซื้อขีปนาวุธโทมาฮอว์คเพิ่มเติมอีกหรือไม่ แต่ก็เป็นที่แน่นอนแล้วว่า ทรัมป์ ได้ทำการร้องของงบประมาณด้านทหารโดยรวมเพิ่มขึ้น ในปีนี้แล้ว หลังจากที่ในสมัยอดีตประธานาธิบดี บารัค โอบามานั้นงบประมาณในส่วนนี้ถูกปรับลดลงทุกปี
ขณะเดียวกัน ในปี 2017 นี้ ยังพบว่า กองทุนเอสพีดีอาร์ ที่ลงทุนในกลุ่มบริษัทผู้ผลิตอาวุธและอากาศยานนั้น ทำผลงานในปีนี้ได้ดีกว่าดัชนีเอสแอนด์พี-500 เสียอีก โดยเฉพาะบริษัทโบอิ้งที่หุ้นพุ่งขึ้นไปแล้วถึง 14% ถือเป็นหุ้นที่ทำผลงานดีที่สุดตามหลังบริษัทแอ๊บเปิ้ลเท่านั้น






