
‘เดนท์สุ’ขยายฐานลูกค้า‘นอน เจแป’
เดนท์สุ รุกขยายฐานลูกค้านอน เจแปน ชูฟลูเซอร์วิสตอบโจกย์ เผยสัญญาณบวกดันอุตสาหกรรมโฆษณาฟื้น มั่นใจสิ้นปีดันบิลลิ่งโต 30%
นายณรงค์ ตรีสุชน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดนท์สุ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ด้วยจุดเด่นของเดนท์สุซึ่งเป็นบริษัทเอเยนซี่ที่ให้บริการครบวงจร ทำให้บริษัทมีความเชื่อมั่นที่จะให้บริการลูกค้าที่หลากหลายขึ้น โดยจะขยายฐานลูกค้ากลุ่มที่ไม่ใช่บริษัทญี่ปุ่น (นอน เจแปน) ให้มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 35-40% 4ภายในปี 2563 จากปัจจุบันที่มีสัดส่วน 20% ส่วนที่อีก 80% เป็นบริษัทญี่ปุ่น โดยต้นปีที่ผ่านมาบริษัทได้ลูกค้าใหม่เป็นแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้ารายใหญ่จากประเทศเกาหลี
ขณะเดียวกันบริษัทจะเน้นการหลอมรวมให้ทุกแผนกมีความเชื่อมโยงกัน เพื่อให้สามารถเสริฟความต้องการของลูกค้าในแนวทางเดียวกันเพื่อช่วยให้เกิดผลลัพท์ต่อธุรกิจของลูกค้า ไม่ใช่เพียงการสร้างภาพลักษณ์ หรือสร้างแบรนด์แต่ไม่ตอบโจกย์เรื่องของรายได้ ทั้งนี้บริษัทจะนำข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคมาใช้ให้เกิดประโยชน์มากขึ้น เพราะปัจจุบันพบว่าพฤติกรรมผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ซึ่งการนำข้อมูลเชิงลึกจะช่วยทำให้ลูกค้าเข้าใจ และสามารถใช้เครื่องมือทางการตลาดได้อย่างถูกต้อง
"วันนี้เอเยนซี่ต้องปรับตัวให้ทันกับโลกที่เปลี่ยนไป หลายสื่อปรับเปลี่ยนสู่การเป็นมัลติมีเดียมากขึ้น เกิดการใช้สื่อแบบผสมผสานมากขึ้น ดังนั้นเอเยนซี่ต้องบอกลูกค้าได้ว่าจะใช้อะไรเป็นเครื่องมือในการสร้างแบรนด์ สร้างอิมเมจ และสร้างยอดขายจนสามารถตอบโจกย์ธุรกิจได้อย่างลงตัว"
อย่างไรก็ดี ภาพรวมของอุตสาหกรรมโฆษณาเริ่มส่งสัญญาณบวกตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งพบว่าผู้ประกอบการเริ่มกลับมาใช้จ่ายเงินผ่านสื่อต่างๆ มากขึ้น ขณะที่ในเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์กลับมียอดใช้จ่ายลดลงถึง 30% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเกิดจากหลายปัจจัยรวมถึงด้านเศรษฐกิจด้วย แต่การที่ผู้ประกอบการกลับมาใช้จ่ายมากขึ้นจะส่งผลดีต่อไตรมาส 2 ที่เดิมเป็นช่วงโลว์ซีซัน จะกลับมาคึกคักขึ้นและส่งผลให้มีการเติบโต จากปีก่อนที่ลดลง โดยในปีนี้บริษัทคาดว่าจะมีบิลลิ่งเพิ่มขึ้น 30% จากปีก่อน
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,245 วันที่ 19 - 22 มีนาคม พ.ศ. 2560
นายณรงค์ ตรีสุชน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดนท์สุ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ด้วยจุดเด่นของเดนท์สุซึ่งเป็นบริษัทเอเยนซี่ที่ให้บริการครบวงจร ทำให้บริษัทมีความเชื่อมั่นที่จะให้บริการลูกค้าที่หลากหลายขึ้น โดยจะขยายฐานลูกค้ากลุ่มที่ไม่ใช่บริษัทญี่ปุ่น (นอน เจแปน) ให้มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 35-40% 4ภายในปี 2563 จากปัจจุบันที่มีสัดส่วน 20% ส่วนที่อีก 80% เป็นบริษัทญี่ปุ่น โดยต้นปีที่ผ่านมาบริษัทได้ลูกค้าใหม่เป็นแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้ารายใหญ่จากประเทศเกาหลี
ขณะเดียวกันบริษัทจะเน้นการหลอมรวมให้ทุกแผนกมีความเชื่อมโยงกัน เพื่อให้สามารถเสริฟความต้องการของลูกค้าในแนวทางเดียวกันเพื่อช่วยให้เกิดผลลัพท์ต่อธุรกิจของลูกค้า ไม่ใช่เพียงการสร้างภาพลักษณ์ หรือสร้างแบรนด์แต่ไม่ตอบโจกย์เรื่องของรายได้ ทั้งนี้บริษัทจะนำข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคมาใช้ให้เกิดประโยชน์มากขึ้น เพราะปัจจุบันพบว่าพฤติกรรมผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ซึ่งการนำข้อมูลเชิงลึกจะช่วยทำให้ลูกค้าเข้าใจ และสามารถใช้เครื่องมือทางการตลาดได้อย่างถูกต้อง
"วันนี้เอเยนซี่ต้องปรับตัวให้ทันกับโลกที่เปลี่ยนไป หลายสื่อปรับเปลี่ยนสู่การเป็นมัลติมีเดียมากขึ้น เกิดการใช้สื่อแบบผสมผสานมากขึ้น ดังนั้นเอเยนซี่ต้องบอกลูกค้าได้ว่าจะใช้อะไรเป็นเครื่องมือในการสร้างแบรนด์ สร้างอิมเมจ และสร้างยอดขายจนสามารถตอบโจกย์ธุรกิจได้อย่างลงตัว"
อย่างไรก็ดี ภาพรวมของอุตสาหกรรมโฆษณาเริ่มส่งสัญญาณบวกตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งพบว่าผู้ประกอบการเริ่มกลับมาใช้จ่ายเงินผ่านสื่อต่างๆ มากขึ้น ขณะที่ในเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์กลับมียอดใช้จ่ายลดลงถึง 30% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเกิดจากหลายปัจจัยรวมถึงด้านเศรษฐกิจด้วย แต่การที่ผู้ประกอบการกลับมาใช้จ่ายมากขึ้นจะส่งผลดีต่อไตรมาส 2 ที่เดิมเป็นช่วงโลว์ซีซัน จะกลับมาคึกคักขึ้นและส่งผลให้มีการเติบโต จากปีก่อนที่ลดลง โดยในปีนี้บริษัทคาดว่าจะมีบิลลิ่งเพิ่มขึ้น 30% จากปีก่อน
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,245 วันที่ 19 - 22 มีนาคม พ.ศ. 2560






