
ชาคริต ทีปกรสุขเกษม เอ็มดีแห่ง CPanel
เอ็มดีหนุ่มแห่ง CPanel ทายาทของธุรกิจกลุ่มวัสดุก่อสร้างบริษัท ผลิตภัณฑ์คอนกรีตชลบุรี จำกัด (มหาชน) (CCP)จบการศึกษาระดับปริญญาตรีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีสาขาการเงินและการธนาคาร จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลังจากเรียนจบ เขาเลือกที่จะออกไปแสวงหาประสบการณ์ด้านการเงินให้กับตัวเองในหลากหลายรูปแบบ โดยช่วงเริ่มต้นของการทำงาน ได้ร่วมงานกับหน่วยงานด้านการเงินหลายแห่ง อาทิธนาคารดีบีเอสไทยธนุ องค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (ปรส.) จากนั้นก็ผันชีวิตตัวเองไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกาและคว้าปริญญาโทกลับมา 2 สาขาทั้งด้านการบริหารการจัดการการผลิต และการบริหารระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (Operation Management & MIS)
การไปเรียนต่อต่างประเทศ ทำให้มุมมองด้านการทำงานเขาเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง เขาเชื่อว่าการทำธุรกิจและการบริหารที่จะเกิดผลสำเร็จได้ ต้องผนวกทั้งวิธีการคิด การปฏิบัติอย่างถูกต้อง และการควบคุมที่มีประสิทธิภาพเข้าด้วยกัน ซึ่งเขาได้นำแนวทางเหล่านี้ พร้อมกับสิ่งที่ได้เรียนมา เข้ามาประยุกต์ใช้กับการดำเนินงานหลายด้านในบริษัท ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านการจัดการที่ดีขึ้นในแผนกต่างๆ เป็นอย่างมาก
หลังจากเรียนจบจากต่างประเทศ ชาคริต กลับมาช่วยบริหารธุรกิจของครอบครัว ในตำแหน่ง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายการเงิน บริษัท ผลิตภัณฑ์คอนกรีตชลบุรี จำกัด (มหาชน) (CCP) จนได้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ก่อนที่จะตัดสินใจลาออกมาทำธุรกิจของตัวเอง
"จุดเริ่มต้นการก่อตั้ง CPanelอยู่ระหว่างที่ช่วยงานคุณพ่อที่ CCP ตอนนี้มีโอกาสได้ศึกษางานด้านเทคโนโลยีการก่อสร้างไปด้วย ทำให้ได้รู้ว่าในอนาคตจำเป็นต้องมีเทคโนโลยี เข้ามาแทนแรงงานคนแน่นอน เพราะนับวันคนงานยิ่งหายาก และค่าแรงยิ่งเพิ่มขึ้น จึงศึกษาเรื่องเทคโนโลยีอย่างจริงจัง ผมใช้เวลาศึกษาอยู่ 2 ปี ศึกษาทั้งตัวโรงงาน เครื่องจักร และการตลาด รวมไปถึงการเลือกใช้ซอฟต์แวร์ ยอมรับว่าใช้เวลาอยู่นาน เพราะเป็นการผลิตด้วยหุ่นยนต์ หรือระบบอัตโนมัติ หากวางแผนผิดพลาดเพียงจุดเดียวจะกระทบหมด จึงต้องใช้เวลาศึกษาให้ละเอียดและต้องรอบคอบเพื่อให้เกิดความมั่นใจ ให้คุ้มค่าเงินลงทุนที่ค่อนข้างสูงถึงประมาณกว่า 600 ล้านบาท"
ปี 2556 "ชาคริต" ได้เปิดบริษัท ซีแพนเนล จำกัด ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่าย ผนังคอนกรีตสำเร็จรูป ภายใต้เครื่องหมายการค้า "CPanel" โดยใช้เทคโนโลยีและเครื่องจักรการผลิตระบบ Fully Automatic ทุกขั้นตอนจะถูกควบคุมโดยระบบคอมพิวเตอร์ จะมีการตรวจสอบคุณภาพตั้งแต่การออกแบบด้วยระบบ Real 3D ทำให้เห็นสินค้าในรูปแบบเสมือนจริง ซึ่งมีความทันสมัยและได้รับการยอมรับในระดับสากล และเป็นรายแรกในประเทศไทย ที่ได้นำเทคโนโลยีนี้เข้ามาใช้ เพื่อตอบโจทย์ให้กับอุตสาหกรรมก่อสร้างยุคใหม่
"ผมเป็นคนที่เตรียมพร้อมและมีเป้าหมายในการทำงานเสมอ ทุกครั้งผมจะตั้งใจทำจนถึงที่สุด เพื่อให้เป้าหมายต่างๆ ที่วางไว้เกิดเป็นผลสำเร็จ ถึงแม้ระหว่างทาง จะมีปัญหาและอุปสรรคมากมาย แต่ผมไม่เคยท้อและใช้ความตั้งใจ ความอดทนในการแก้ปัญหา หรือปรับเปลี่ยนวิธีการต่างๆ เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ให้ได้"
"ชาคริต" มองว่า เป้าหมายในอนาคตอยากให้ CPanelเป็นที่ 1 ในสายอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง โดยเชื่อว่าการทำงานของอุตสาหกรรมนี้จะเป็น Human Replacement ในที่สุด เทคโนโลยีสมัยนี้ปรับเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ในอนาคตมีแนวโน้มที่จะเข้ามาแทนที่แรงงานมนุษย์มากขึ้น
"ผมจะไม่นิ่งนอนใจรอ เพื่อปรับตัวตามเทคโนโลยี แต่ผมจะต้องหาวิธีประยุกต์เทคโนโลยีมาพัฒนาระบบต่างๆ เพื่อให้ CPanelเป็นผู้นำตลาดต่อไปอย่างยั่งยืน"
แนวความคิดและประสบการณ์การทำงานที่สั่งสมมา ทำให้มาตรฐานและการทำงานของชาคริต มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและทำสิ่งที่ดีที่สุด ผลักดันให้ธุรกิจเติบโตอย่างแข็งแกร่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,242 วันที่ 9 - 11 มีนาคม พ.ศ. 2560
การไปเรียนต่อต่างประเทศ ทำให้มุมมองด้านการทำงานเขาเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง เขาเชื่อว่าการทำธุรกิจและการบริหารที่จะเกิดผลสำเร็จได้ ต้องผนวกทั้งวิธีการคิด การปฏิบัติอย่างถูกต้อง และการควบคุมที่มีประสิทธิภาพเข้าด้วยกัน ซึ่งเขาได้นำแนวทางเหล่านี้ พร้อมกับสิ่งที่ได้เรียนมา เข้ามาประยุกต์ใช้กับการดำเนินงานหลายด้านในบริษัท ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านการจัดการที่ดีขึ้นในแผนกต่างๆ เป็นอย่างมาก
หลังจากเรียนจบจากต่างประเทศ ชาคริต กลับมาช่วยบริหารธุรกิจของครอบครัว ในตำแหน่ง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายการเงิน บริษัท ผลิตภัณฑ์คอนกรีตชลบุรี จำกัด (มหาชน) (CCP) จนได้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ก่อนที่จะตัดสินใจลาออกมาทำธุรกิจของตัวเอง
"จุดเริ่มต้นการก่อตั้ง CPanelอยู่ระหว่างที่ช่วยงานคุณพ่อที่ CCP ตอนนี้มีโอกาสได้ศึกษางานด้านเทคโนโลยีการก่อสร้างไปด้วย ทำให้ได้รู้ว่าในอนาคตจำเป็นต้องมีเทคโนโลยี เข้ามาแทนแรงงานคนแน่นอน เพราะนับวันคนงานยิ่งหายาก และค่าแรงยิ่งเพิ่มขึ้น จึงศึกษาเรื่องเทคโนโลยีอย่างจริงจัง ผมใช้เวลาศึกษาอยู่ 2 ปี ศึกษาทั้งตัวโรงงาน เครื่องจักร และการตลาด รวมไปถึงการเลือกใช้ซอฟต์แวร์ ยอมรับว่าใช้เวลาอยู่นาน เพราะเป็นการผลิตด้วยหุ่นยนต์ หรือระบบอัตโนมัติ หากวางแผนผิดพลาดเพียงจุดเดียวจะกระทบหมด จึงต้องใช้เวลาศึกษาให้ละเอียดและต้องรอบคอบเพื่อให้เกิดความมั่นใจ ให้คุ้มค่าเงินลงทุนที่ค่อนข้างสูงถึงประมาณกว่า 600 ล้านบาท"
"ผมเป็นคนที่เตรียมพร้อมและมีเป้าหมายในการทำงานเสมอ ทุกครั้งผมจะตั้งใจทำจนถึงที่สุด เพื่อให้เป้าหมายต่างๆ ที่วางไว้เกิดเป็นผลสำเร็จ ถึงแม้ระหว่างทาง จะมีปัญหาและอุปสรรคมากมาย แต่ผมไม่เคยท้อและใช้ความตั้งใจ ความอดทนในการแก้ปัญหา หรือปรับเปลี่ยนวิธีการต่างๆ เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ให้ได้"
"ชาคริต" มองว่า เป้าหมายในอนาคตอยากให้ CPanelเป็นที่ 1 ในสายอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง โดยเชื่อว่าการทำงานของอุตสาหกรรมนี้จะเป็น Human Replacement ในที่สุด เทคโนโลยีสมัยนี้ปรับเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ในอนาคตมีแนวโน้มที่จะเข้ามาแทนที่แรงงานมนุษย์มากขึ้น
"ผมจะไม่นิ่งนอนใจรอ เพื่อปรับตัวตามเทคโนโลยี แต่ผมจะต้องหาวิธีประยุกต์เทคโนโลยีมาพัฒนาระบบต่างๆ เพื่อให้ CPanelเป็นผู้นำตลาดต่อไปอย่างยั่งยืน"
แนวความคิดและประสบการณ์การทำงานที่สั่งสมมา ทำให้มาตรฐานและการทำงานของชาคริต มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและทำสิ่งที่ดีที่สุด ผลักดันให้ธุรกิจเติบโตอย่างแข็งแกร่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,242 วันที่ 9 - 11 มีนาคม พ.ศ. 2560






