
มติ ครม. 28 กุมภาพันธ์ 2560
-ลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเหลือ 17% ดูดนักวิจัยทำงานใน EEC
ที่ประชุมคระรัฐมนตรี(ครม.(28 ก.พ.60) อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการลดอัตรารัษฎากร(ฉบับที่ .....) พ.ศ......(มาตรการภาษีเพื่อจูงใจผู้มีความสามารถสูงระดับโลกให้มาทำงานในอุตสาหกรรมเป้าหมายตามโครงการพัฒนาระเบียบเศรษฐกิจภาคตะวันออกหรือ EEC) โดยลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้กับผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัยที่ทำงานในบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ซึ่งประกอบด้วย ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง จากอัตราก้าวหน้า(Progressive Rate) เหลือร้อยละ 17 ของเงินได้พึงประเมิน
-อนุมัติงบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติปี 61 วงเงิน 187,597 ล้าน
ที่ประชุมคระรัฐมนตรี(ครม.(28 ก.พ.60) อนุมัติงบประมาณสำหรับงบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติประจำปีงบประมาณพ.ศ.2561 วงเงินรวม 187,597.80 ล้านบาท ประกอบด้วย งบกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จำนวน 185,744.21 ล้านบาทและงบบริหารจัดการ สปสช. 1,853.60 ล้านบาท ทั้งยังเห็นชอบอนุมัติกรอบงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติปีงบประมาณ พ.ศ.2562 วงเงิน 189,001.33 ล้านบาท
-ครม.ปรับระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
ที่ประชุมคระรัฐมนตรี(ครม.(28 ก.พ.60) เห็นชอบแนวทางการปรับระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐทั้งในส่วนของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ อาทิ กรณีปัญหาเกี่ยวกับการกำหนดขอบเขตของงาน (ทีโออาร์)ไม่ชัดเจน ให้จัดทำข้อตกลงคุณธรรม ให้คณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริตกำหนดหลักเกณฑ์และแนวทางการดำเนินการโครงการร่วมมือป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐโดยคัดเลือกโครงการขนาดใหญ่ของหน่วยงานภาครัฐ และให้ผู้สังเกตการณ์เข้าร่วมสังเกตการณ์และตรวจสอบโครงการตลอดระยะเวลาตั้งแต่ต้น ให้คณะกรรมการความร่วมมือดังกล่าวแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อสอบทานราคากลางงานก่อสร้างให้กรมบัญชีกลางนำข้อมูลการจัดซื้อครุภัณฑ์ในระบบ e-GP มากำหนดเป็นราคากลางครุภัณฑ์และปรับปรุงข้อมูลราคากลางให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ
ส่วนการแก้ปัญหาการฮั้วประมูลนั้น ให้เพิ่มกรอบอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการกำกับหลักเกณฑ์และตรวจสอบราคากลางงานก่อสร้างและให้กรมบัญชีกลางกำหนดแนวทางการประเมินผลผู้ประกอบการโดยพิจารณาจากความสามารถของคู่สัญญาในการปฏิบัติงานตามสัญญา เป็นต้น ทั้งยังกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันมากขึ้น อาทิ งานก่อสร้างที่มีวงเงินตั้งแต่ 5,000 ล้านบาทขึ้นไป และการดำเนินงานมีรายละเอียดและซับซ้อน ให้หน่วยงานภาครัฐดำเนินการประกาศประกวดราคานานาชาติ เป็นต้น
-เปิดลงทะเบียนโครงการรัฐสวัสดิการรอบใหม่ 3 เม.ย.นี้
ที่ประชุมคระรัฐมนตรี(ครม.(28 ก.พ.60) รับทราบสรุปผลการโอนเงินลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 2559 มียอดโอนทั้งหมดประมาณ 7.52 ล้านคน จากผู้มีสิทธิได้รับเงินโอนทั้งสิ้นประมาณ 7.71 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 97.5 รวมเป็นเงิน 17,469 ล้านบาท ขณะที่อีก 2.5%ที่ไม่ได้รับการโอนเงินให้นั้นเนื่องจากไม่ได้เปิดบัญชีกับทั้ง 3 ธนาคาร คือ ออมสิน กรุงไทย และธ.ก.ส. หรือบางส่วนชื่อ-นามสกุลไม่ตรง สำหรับปีนี้จะเปิดให้มีการลงทะเบียนอีกครั้งระหว่างวันที่ 3 เมษายน-15 พฤษภาคม 2560 โดยในปีนี้มีหลักเกณฑ์เพิ่มเติมอีก 2 ประการ จากเดิมกำหนดให้ต้องมีสัญชาติไทย อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปโดยต้องเกิดก่อนวันที่ 15 พฤษภาคม 2542 และว่างงานหรือมีรายได้ในปี 2559 ไม่เกิน 1 แสนบาท หลักเกณฑ์ที่เพิ่มเติมใหม่ คือ ต้องเป็นผู้ที่ไม่มีหรือมีทรัพย์สินทางการเงิน เช่น เงินฝากธนาคารสลากออมสิน พันธบัตร และตราสารหนี้ รวมทั้งสิ้นไม่เกิน 1 แสนบาทและต้องไม่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ตามกฎหมายหรือถ้าเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ดังกล่าวต้องเข้าหลักเกณฑ์ที่กำหนด
ที่ประชุมคระรัฐมนตรี(ครม.(28 ก.พ.60) อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการลดอัตรารัษฎากร(ฉบับที่ .....) พ.ศ......(มาตรการภาษีเพื่อจูงใจผู้มีความสามารถสูงระดับโลกให้มาทำงานในอุตสาหกรรมเป้าหมายตามโครงการพัฒนาระเบียบเศรษฐกิจภาคตะวันออกหรือ EEC) โดยลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้กับผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัยที่ทำงานในบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ซึ่งประกอบด้วย ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง จากอัตราก้าวหน้า(Progressive Rate) เหลือร้อยละ 17 ของเงินได้พึงประเมิน
-อนุมัติงบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติปี 61 วงเงิน 187,597 ล้าน
ที่ประชุมคระรัฐมนตรี(ครม.(28 ก.พ.60) อนุมัติงบประมาณสำหรับงบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติประจำปีงบประมาณพ.ศ.2561 วงเงินรวม 187,597.80 ล้านบาท ประกอบด้วย งบกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จำนวน 185,744.21 ล้านบาทและงบบริหารจัดการ สปสช. 1,853.60 ล้านบาท ทั้งยังเห็นชอบอนุมัติกรอบงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติปีงบประมาณ พ.ศ.2562 วงเงิน 189,001.33 ล้านบาท
-ครม.ปรับระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
ที่ประชุมคระรัฐมนตรี(ครม.(28 ก.พ.60) เห็นชอบแนวทางการปรับระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐทั้งในส่วนของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ อาทิ กรณีปัญหาเกี่ยวกับการกำหนดขอบเขตของงาน (ทีโออาร์)ไม่ชัดเจน ให้จัดทำข้อตกลงคุณธรรม ให้คณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริตกำหนดหลักเกณฑ์และแนวทางการดำเนินการโครงการร่วมมือป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐโดยคัดเลือกโครงการขนาดใหญ่ของหน่วยงานภาครัฐ และให้ผู้สังเกตการณ์เข้าร่วมสังเกตการณ์และตรวจสอบโครงการตลอดระยะเวลาตั้งแต่ต้น ให้คณะกรรมการความร่วมมือดังกล่าวแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อสอบทานราคากลางงานก่อสร้างให้กรมบัญชีกลางนำข้อมูลการจัดซื้อครุภัณฑ์ในระบบ e-GP มากำหนดเป็นราคากลางครุภัณฑ์และปรับปรุงข้อมูลราคากลางให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ
ส่วนการแก้ปัญหาการฮั้วประมูลนั้น ให้เพิ่มกรอบอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการกำกับหลักเกณฑ์และตรวจสอบราคากลางงานก่อสร้างและให้กรมบัญชีกลางกำหนดแนวทางการประเมินผลผู้ประกอบการโดยพิจารณาจากความสามารถของคู่สัญญาในการปฏิบัติงานตามสัญญา เป็นต้น ทั้งยังกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันมากขึ้น อาทิ งานก่อสร้างที่มีวงเงินตั้งแต่ 5,000 ล้านบาทขึ้นไป และการดำเนินงานมีรายละเอียดและซับซ้อน ให้หน่วยงานภาครัฐดำเนินการประกาศประกวดราคานานาชาติ เป็นต้น
-เปิดลงทะเบียนโครงการรัฐสวัสดิการรอบใหม่ 3 เม.ย.นี้
ที่ประชุมคระรัฐมนตรี(ครม.(28 ก.พ.60) รับทราบสรุปผลการโอนเงินลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 2559 มียอดโอนทั้งหมดประมาณ 7.52 ล้านคน จากผู้มีสิทธิได้รับเงินโอนทั้งสิ้นประมาณ 7.71 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 97.5 รวมเป็นเงิน 17,469 ล้านบาท ขณะที่อีก 2.5%ที่ไม่ได้รับการโอนเงินให้นั้นเนื่องจากไม่ได้เปิดบัญชีกับทั้ง 3 ธนาคาร คือ ออมสิน กรุงไทย และธ.ก.ส. หรือบางส่วนชื่อ-นามสกุลไม่ตรง สำหรับปีนี้จะเปิดให้มีการลงทะเบียนอีกครั้งระหว่างวันที่ 3 เมษายน-15 พฤษภาคม 2560 โดยในปีนี้มีหลักเกณฑ์เพิ่มเติมอีก 2 ประการ จากเดิมกำหนดให้ต้องมีสัญชาติไทย อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปโดยต้องเกิดก่อนวันที่ 15 พฤษภาคม 2542 และว่างงานหรือมีรายได้ในปี 2559 ไม่เกิน 1 แสนบาท หลักเกณฑ์ที่เพิ่มเติมใหม่ คือ ต้องเป็นผู้ที่ไม่มีหรือมีทรัพย์สินทางการเงิน เช่น เงินฝากธนาคารสลากออมสิน พันธบัตร และตราสารหนี้ รวมทั้งสิ้นไม่เกิน 1 แสนบาทและต้องไม่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ตามกฎหมายหรือถ้าเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ดังกล่าวต้องเข้าหลักเกณฑ์ที่กำหนด






