
แนวโน้มราคาทองคำวันพรุ่งนี้(1 มี.ค.60)
สรุปสภาวะตลาดทองคำแท่ง วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560
สภาวะตลาดวันที่ 28 กุมพาพันธ์ 2560 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,250.85-1,254.48 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 20,700 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวลดลง 50 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 20,750 บาทต่อบาททองคำ
(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.29 น.ของวันที่ 28/02/2560)
แนวโน้มวันที่ 1 มีนาคม 2560
นักลงทุนส่วนใหญ่พุ่งความสนใจไปที่การแถลงนโยบายต่อสภาคองเกรสของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นทางการคลัง อาทิ การปรับลดภาษี และงบรายจ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้งความเห็นเกี่ยวกับนโยบายการค้าท่ามกลางความวิตกมากขึ้นเกี่ยวกับนโยบายกีดกันทางการค้ามากขึ้นในสหรัฐ และรายละเอียดของแผนสำหรับงบรายจ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน "ขนาดใหญ่" ในเวลาประมาณ 09.00 น.ตามเวลาไทยวันพุธนี้ อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้นทองคำได้รับแรงกดดันดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังจากเจ้าหน้าที่งบประมาณทำเนียบขาวคนหนึ่งกล่าวว่า ประธานาธิบดี ทรัมป์จะขอให้สภาคองเกรสปรับเพิ่มงบประมาณสำหรับกระทรวงกลาโหมสหรัฐในปีงบประมาณหน้าขึ้นอีก 5.4 หมื่นล้านดอลลาร์ ทั้งนี้ ดอลลาร์ได้รับแรงหนุนเพียงในวงจำกัด เพราะว่าการปรับเพิ่มงบประมาณทางการทหารจะส่งผลให้มีการปรับลดงบประมาณในส่วนอื่นๆ โดยเฉพาะงบประมาณด้านความช่วยเหลือต่อต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยได้แรงหนุน เมื่อสถาบันเซนทิกซ์ในนครแฟรงค์เฟิร์ตของเยอรมนีได้เปิดเผยดัชนี "การถอนตัวออกจากยูโรโซน" รายเดือน โดยเซนทิกซ์จัดทำดัชนีนี้จากการสอบถามนักลงทุนรายย่อยและนักลงทุนสถาบันราว 1,000 ราย ซึ่งบ่งชี้ว่าดัชนีนี้พุ่งขึ้นสู่ 25.2% ในเดือนก.พ. จาก 21.3% ในเดือนม.ค. แสดงถึงสัดส่วนนักลงทุนที่คาดว่าจะมีประเทศอย่างน้อยหนึ่งประเทศถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกยูโรโซนได้เพิ่มสูงขึ้น และคาดว่าความเสี่ยงที่ประเทศอื่นๆ จะได้รับผลกระทบตามไปด้วยนั้นได้พุ่งขึ้น ทั้งนี้การแถลงนโยบายของประธานาธิบดี ทรัมป์ อาจสร้างความผันผวนต่อราคาทองคำ จากนี้แนะนำนักลงทุนว่าการรอจังหวะซื้อเมื่อว่าราคาทองคำจะไหลลงสู่แนวรับสำคัญน่าจะเป็นกลยุทธ์ที่มีความเสี่ยงค่อนข้างต่ำ
กลยุทธ์การลงทุน วายแอลจี แนะนำรอจังหวะเข้าซื้อโดยสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้อาจเข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงมาบริเวณ 1,245 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้น้อยแนะนำให้รอดูบริเวณแนวรับ 1,237 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และรอขายทำกำไรบางส่วนบริเวณแนวต้านแรกที่ 1,263 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนที่เหลือให้รอไปปิดสถานะทำกำไรบริเวณแนวต้านถัดไปที่ 1,274 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และควรตั้งจุดตัดขาดทุนหากราคาไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ เพื่อลดความเสี่ยงพอร์ตการลงทุน ซึ่งหากนักลงทุนไม่มีวินัยในการลงทุนที่จะตัดขาดทุน จะทำให้เกิดความเสียหายที่ไม่อาจควบคุมได้อีกต่อไป
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,245 (20,550บาท) 1,237 (20,400บาท) 1,228 (20,250บาท)
แนวต้าน 1,263 (20,850บาท) 1,274 (21,000บาท) 1,280 (21,100บาท)
กราฟราคาทองคำ
ที่มา:บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
สภาวะตลาดวันที่ 28 กุมพาพันธ์ 2560 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,250.85-1,254.48 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 20,700 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวลดลง 50 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 20,750 บาทต่อบาททองคำ
(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.29 น.ของวันที่ 28/02/2560)
แนวโน้มวันที่ 1 มีนาคม 2560
นักลงทุนส่วนใหญ่พุ่งความสนใจไปที่การแถลงนโยบายต่อสภาคองเกรสของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นทางการคลัง อาทิ การปรับลดภาษี และงบรายจ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้งความเห็นเกี่ยวกับนโยบายการค้าท่ามกลางความวิตกมากขึ้นเกี่ยวกับนโยบายกีดกันทางการค้ามากขึ้นในสหรัฐ และรายละเอียดของแผนสำหรับงบรายจ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน "ขนาดใหญ่" ในเวลาประมาณ 09.00 น.ตามเวลาไทยวันพุธนี้ อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้นทองคำได้รับแรงกดดันดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังจากเจ้าหน้าที่งบประมาณทำเนียบขาวคนหนึ่งกล่าวว่า ประธานาธิบดี ทรัมป์จะขอให้สภาคองเกรสปรับเพิ่มงบประมาณสำหรับกระทรวงกลาโหมสหรัฐในปีงบประมาณหน้าขึ้นอีก 5.4 หมื่นล้านดอลลาร์ ทั้งนี้ ดอลลาร์ได้รับแรงหนุนเพียงในวงจำกัด เพราะว่าการปรับเพิ่มงบประมาณทางการทหารจะส่งผลให้มีการปรับลดงบประมาณในส่วนอื่นๆ โดยเฉพาะงบประมาณด้านความช่วยเหลือต่อต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยได้แรงหนุน เมื่อสถาบันเซนทิกซ์ในนครแฟรงค์เฟิร์ตของเยอรมนีได้เปิดเผยดัชนี "การถอนตัวออกจากยูโรโซน" รายเดือน โดยเซนทิกซ์จัดทำดัชนีนี้จากการสอบถามนักลงทุนรายย่อยและนักลงทุนสถาบันราว 1,000 ราย ซึ่งบ่งชี้ว่าดัชนีนี้พุ่งขึ้นสู่ 25.2% ในเดือนก.พ. จาก 21.3% ในเดือนม.ค. แสดงถึงสัดส่วนนักลงทุนที่คาดว่าจะมีประเทศอย่างน้อยหนึ่งประเทศถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกยูโรโซนได้เพิ่มสูงขึ้น และคาดว่าความเสี่ยงที่ประเทศอื่นๆ จะได้รับผลกระทบตามไปด้วยนั้นได้พุ่งขึ้น ทั้งนี้การแถลงนโยบายของประธานาธิบดี ทรัมป์ อาจสร้างความผันผวนต่อราคาทองคำ จากนี้แนะนำนักลงทุนว่าการรอจังหวะซื้อเมื่อว่าราคาทองคำจะไหลลงสู่แนวรับสำคัญน่าจะเป็นกลยุทธ์ที่มีความเสี่ยงค่อนข้างต่ำ
กลยุทธ์การลงทุน วายแอลจี แนะนำรอจังหวะเข้าซื้อโดยสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้อาจเข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงมาบริเวณ 1,245 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้น้อยแนะนำให้รอดูบริเวณแนวรับ 1,237 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และรอขายทำกำไรบางส่วนบริเวณแนวต้านแรกที่ 1,263 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนที่เหลือให้รอไปปิดสถานะทำกำไรบริเวณแนวต้านถัดไปที่ 1,274 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และควรตั้งจุดตัดขาดทุนหากราคาไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ เพื่อลดความเสี่ยงพอร์ตการลงทุน ซึ่งหากนักลงทุนไม่มีวินัยในการลงทุนที่จะตัดขาดทุน จะทำให้เกิดความเสียหายที่ไม่อาจควบคุมได้อีกต่อไป
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,245 (20,550บาท) 1,237 (20,400บาท) 1,228 (20,250บาท)
แนวต้าน 1,263 (20,850บาท) 1,274 (21,000บาท) 1,280 (21,100บาท)
กราฟราคาทองคำ






