thansettakij
thansettakij
กรม สบส.เฝ้าระวัง  8  พฤติกรรมสุขภาพผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้  ลดปัจจัยเสี่ยงเจ็บป่วย

กรม สบส.เฝ้าระวัง  8  พฤติกรรมสุขภาพผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้  ลดปัจจัยเสี่ยงเจ็บป่วย

23 ม.ค. 60 | 07:55 น.
อัปเดตล่าสุด :23 ม.ค. 60 | 14:55 น.
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ  เฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงที่เป็นตัวก่อให้เกิดการเจ็บป่วยจากพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง  เน้นหนัก 8 ประเด็น ได้แก่ น้ำดื่มน้ำใช้  อาหารการกิน วิธีเก็บอาหารสด  วิธีการล้างมือ การขับถ่ายอุจจาระ การกำจัดขยะ การป้องกันยุงกัด  การดูแลความสะอาดร่างกาย  เพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันโรคที่สอดคล้องกับพื้นที่

นายแพทย์ประภาส จิตตาศิรินุวัตร รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาเฉพาะกิจน้ำท่วมสถานพยาบาลในภาคใต้และการสนับสนุนภาคประชาชนของกรม สบส. ให้สัมภาษณ์ว่า  ขณะนี้กรม สบส.เร่งฟื้นฟูชุมชนและสุขภาพผู้ประสบภัยน้ำท่วม  ซึ่งเป็นการดำเนินงานร่วมกับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านหรืออสม. ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ เพื่อร่วมแก้ไขป้องกันโรคที่มากับน้ำท่วม โดยกองสุขศึกษาได้จัดระบบการเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพของผู้ประสบภัยในพื้นที่ 12 จังหวัดที่น้ำลดแล้ว วัตถุประสงค์หลักเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงที่เป็นตัวการก่อให้เกิดการเจ็บป่วยจากพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่ถูกต้อง

ในการเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพของผู้ประสบภัยน้ำท่วม จะเน้นหนักพฤติกรรม 8 เรื่อง ได้แก่ การใช้น้ำอุปโภคและบริโภค  การบริโภคอาหาร การเก็บรักษาอาหารสดไว้บริโภค การล้างมือ การกำจัดอุจจาระ การกำจัดขยะ การดูแลความสะอาดหลังสัมผัสน้ำท่วม  และพฤติกรรมการป้องกันยุงกัด  ซึ่งแต่ละพฤติกรรมจะมีความสัมพันธ์กับการเจ็บป่วย  เช่นภายหลังน้ำท่วมขังลดลง บางพื้นที่อาจมียุงจำนวนมาก  แต่ประชาชนบางคนไม่ป้องกันยุงกัดให้ถูกวิธีเช่นนอนในมุ้ง   เนื่องจากคิดว่าการเปิดพัดลมไล่ยุงคงเพียงพอแล้ว    ซึ่งจัดว่าเป็นพฤติกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการป่วยเป็นไข้เลือดออก เป็นต้น

นายแพทย์ประภาสกล่าวต่ออีกว่า กรม สบส.จะส่งแบบสอบถามดังกล่าว ไปยังสำนักงานสนับสนุนบริการสุขภาพเขตที่ดูแลพื้นที่ภาคใต้ คือเขต 5 จ.ราชบุรี เขต11จ.นครศรีธรรมราช และเขต12 จ.สงขลา เพื่อกระจายลงพื้นที่ให้อสม.เป็นผู้สำรวจทุกหลังคาเรือน จากนั้นจะรวบรวมวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อให้สามารถดำเนินการปรับแก้พฤติกรรมสุขภาพที่ไม่ถูกต้องร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที และสอดคล้องกับสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น