
ก.เกษตรฯเร่งสนับสนุนเครื่องสูบน้ำแก้ไขปัญหาอุทกภัยภาคใต้
วันที่ 7 มกราคม 2560 นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สั่งการให้นายสัญชัย เกตุวรชัย อธิบดีกรมชลประทาน ดำเนินการสนับสนุนเครื่องสูบน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัยภาคใต้แต่ละจังหวัด ตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ ดังนี้
1.พื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำ จำนวน 72 เครื่อง แบ่งเป็นในเขตเทศบาลเมืองนครศรีธรรมราช 24 เครื่อง อำเภอทุ่งสง 2 เครื่อง และอำเภอท่าศาลา 1 เครื่อง อำเภอปากพนัง 45 เครื่อง ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ จำนวน 52 เครื่อง แบ่งเป็น เขตเทศบาลนครศรีธรรมราช 8 เครื่อง และอำเภอปากพนัง 44 เครื่อง และเข้าปฏิบัติงานขุดลอกเพื่อเปิดทางน้ำและกำจัดวัชพืชที่อำเภอปากพนัง โดยใช้รถขุด 10 คัน
2. เพื่อให้การช่วยเหลือบรรเทาความเดือนร้อนของประชาชนและเกษตรกร มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น จึงได้ระดมเครื่องจักร เครื่องมือจากส่วนกลาง และภูมิภาคต่างๆลงภาคใต้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 6 มกราคม 2560 โดยเน้นส่งเครื่องมือหนักที่ช่วยเปิดทางน้ำ เพื่อระบายน้ำออกจากพื้นที่โดยเร็ว ในส่วนของเครื่องจักร เครื่องมือที่ระดมจากส่วนกลางจะถึงพื้นที่ประสบอุทกภัยภาคใต้ และพร้อมเริ่มงานในวันที่ 7 มกราคม 2560 และได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ไปประจำแต่ละศูนย์ฯ โดยให้ปฏิบัติงาน ตั้งแต่วันที่ 7 มกราคม 2560 เพื่อติดต่อประสานงานติดตามความเคลื่อนไหวได้รวดเร็ว ตลอดเวลา อีกทั้งกำหนดให้มีเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ประสานงานและบูรณาการกับผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ประสบอุทกภัยจนกว่าสถานการณ์จะยุติ
3.พื้นที่อุทกภัยอำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ได้ทยอยนำเครื่องสูบน้ำ จำนวน 13 เครื่อง ลงในพื้นที่เพื่อเป็นการช่วยเร่งการระบายน้ำที่ท่วมขัง ณ บริเวณ โรงพยาบาลหลังสวน เขตเทศบาลหลังสวน ตลอดจนองค์การบริหารส่วนตำบลต่าง ๆ อีกทั้งยังได้จัดให้มีการนำส่งเครื่องอุปโภคบริโภค อาหารแห้ง อาหารกระป๋อง และยารักษาโรค จำนวน 300 ชุด เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือนร้อนของประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วม จังหวัดชุมพร ด้วย
ด้านนายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้อานวยการศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติการเกษตร เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีการประเมินสถานการณ์ และผลกระทบด้านการเกษตร สรุปได้ ดังนี้ (ณ วันที่ 7 มกราคม 60 เวลา 10.00 น.)
1. สถานการณ์อุทกภัยพื้นที่จังหวัดภาคใต้
ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.60 ถึงปัจจุบัน ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัย 10 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพัทลุง นราธิวาส ยะลา สงขลา ปัตตานี ตรัง นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ชุมพร ระนอง ทั้งนี้ จังหวัดมีประชาชนได้รับผลกระทบ 252,218 ครัวเรือน (ข้อมูล กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย วันที่ 7 ม.ค. 60 เวลา 07.00 น.)
แนวโน้มสถานการณ์ ข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยา (7 ม.ค.60 เวลา 11.00 น.) คาดว่าภาคใต้ตอนล่าง บริเวณจังหวัดพัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เริ่มมีปริมาณฝนลดลง โดยในภาพรวมของสถานการณ์ฝนใน บริเวณภาคใต้จะลดลงในวันที่ 9 มกราคม 2560
2. ผลกระทบด้านการเกษตร ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 59 – ปัจจุบัน
- ด้านพืช พื้นที่การเกษตรคาดว่าจะเสียหาย 963,334 ไร่ แบ่งเป็น ข้าว 246,359 ไร่ พืชไร่ 21,673 ไร่ พืชสวนและอื่นๆ 709,673 ไร่ (พื้นที่ผลกระทบเพิ่มเติมในช่วงตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.60 จํานวน 26,053 ไร่ แบ่งเป็น ข้าว 6,693 ไร่ พืชไร่ 1,704 ไร่ พืชสวนและอื่นๆ 17,656 ไร่)
- ด้านประมง พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้าคาดว่าจะเสียหาย 27,122.19 ไร่ และ 40,163 ตารางเมตร (พื้นที่ ผลกระทบเพิ่มเติมในช่วงตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.60 จํานวน 477.19 ไร่ และ 511 ตํารํางเมตร)
-ด้านปศุสัตว์สัตว์ได้รับผลกระทบ5,748,336ตวั แปลงหญ้า11,024ไร่(สัตว์ได้รับผลกระทบเพิ่มเติม ในช่วงตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.60 จํานวน 2,352,345 ตัว แปลงหญ้า 1,769 ไร่)
3. การช่วยเหลือและสนับสนุนทรัพยากร
1) โครงการชลประทานจังหวัดและโครงการส่งน้าฯ สนับสนุนเครื่องสูบน้า 108 เครื่อง เครื่องผลักดันน้า 52 เครื่อง รถขุด 10 เครื่อง รวมทั้งดำเนินการสูบน้าด้วยสถานีสูบน้าไฟฟ้า 4 สถานี ขุดลอกกาจัดผักตบชวาและขุดลอก เปิดทางน้า เพื่อเร่งการระบายน้า
2)ปศุสัตว์จังหวัดอพยพสัตว์ 293,778 ตัว แจกเสบียงสัตว์ 628,535 กิโลกรัมรักษาสัตว์133 ตัว และสร้างเสริมสุขภาพสัตว์ 2,157 ตัว
3) กรมวิชาการเกษตร โดยสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรและศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรในพื้นที่ ภาคใต้ช่วยเหลือปัจจัยยังชีพแก่ผู้ประสบอุทกภัย จำนวน 640 ชุด
4) ศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงทะเล นำเรือตรวจการประมงขนาด 15 ฟุต จำนวน 50 ลำ ออกช่วยเหลือราษฎรและร่วมกับหน่วยงานต่างๆ แจกจ่ายถุงยังชีพในพื้นที่ประสบอุทกภัย
4. การระดมทรัพยากรเพื่อการเผชิญเหตุ
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ์ ปัจจัยการผลิต เพื่อการเผชิญเหตุเพิ่มเติม ดังนี้ 4.1 เครื่องสูบน้าขนาดต่างๆจำนวน 400 เครื่อง พร้อมเครื่องมือ เครื่องจักรกล 4.2 อากาศยาน จำนวน 5 ลำ 4.3 เรือตรวจการประมงจำนวน 60 ลำ ได้แก่ ขนาด 15-20 ฟุต 3 ลำ และขนาด 22-28 ฟุต 23 ลำ ขนาด 30-25 ฟุต 12 ลำ ขนาด 50-70 ฟุต 21 ลำ ขนาด 80 ฟุต 1 ลำ 4.4 เสบียงสัตว์ จานวน 1,200,000 กิโลกรัม
ทั้งนี้ จากการประชุมศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2560 ได้ สั่งการให้หน่วยงานระดมทรัพยากรเพื่อสนับสนุนการดาเนินการของกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ
5. การเตรียมการช่วยเหลือฟื้นฟูหลังน้ำลด 5.1 ประสานความร่วมมือกับผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อเร่งระบายน้ำผลักดันน้ำเข้าสู่ลำน้ำสายหลักและทะเลโดยเร็ว รวมทั้งพื้นที่การเกษตรลุ่มต่ำ 5.2 หน่วยงานด้านวิชาการปฏิบัติการฟื้นฟูเพื่อปรับสภาพพื้นที่การเกษตร และการประกอบอาชีพ เกษตรกรรมของเกษตรกรที่ประสบภัยให้กลับสู่ภาวะปกติ หรือพัฒนาให้ดีกว่าและปลอดภัยกว่าเดิม เช่น การติดตามให้ คาแนะนำฟื้นฟูปรับปรุงบารุงดินและฟื้นฟูสภาพสวนไม้ยืนต้น การดูแลสุขภาพสัตว์ 5.3 การช่วยเหลือตามมาตรการชวยเหลือเยียวยาเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยปี 2559/60 กรณีได้รับ ผลกระทบ (ครัวเรือนละ 3,000 บาท) 5.4 สำรวจความเสียหายสิ้นเชิง เพื่อให้การช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2556 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2559
2. เพื่อให้การช่วยเหลือบรรเทาความเดือนร้อนของประชาชนและเกษตรกร มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น จึงได้ระดมเครื่องจักร เครื่องมือจากส่วนกลาง และภูมิภาคต่างๆลงภาคใต้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 6 มกราคม 2560 โดยเน้นส่งเครื่องมือหนักที่ช่วยเปิดทางน้ำ เพื่อระบายน้ำออกจากพื้นที่โดยเร็ว ในส่วนของเครื่องจักร เครื่องมือที่ระดมจากส่วนกลางจะถึงพื้นที่ประสบอุทกภัยภาคใต้ และพร้อมเริ่มงานในวันที่ 7 มกราคม 2560 และได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ไปประจำแต่ละศูนย์ฯ โดยให้ปฏิบัติงาน ตั้งแต่วันที่ 7 มกราคม 2560 เพื่อติดต่อประสานงานติดตามความเคลื่อนไหวได้รวดเร็ว ตลอดเวลา อีกทั้งกำหนดให้มีเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ประสานงานและบูรณาการกับผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ประสบอุทกภัยจนกว่าสถานการณ์จะยุติ
3.พื้นที่อุทกภัยอำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ได้ทยอยนำเครื่องสูบน้ำ จำนวน 13 เครื่อง ลงในพื้นที่เพื่อเป็นการช่วยเร่งการระบายน้ำที่ท่วมขัง ณ บริเวณ โรงพยาบาลหลังสวน เขตเทศบาลหลังสวน ตลอดจนองค์การบริหารส่วนตำบลต่าง ๆ อีกทั้งยังได้จัดให้มีการนำส่งเครื่องอุปโภคบริโภค อาหารแห้ง อาหารกระป๋อง และยารักษาโรค จำนวน 300 ชุด เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือนร้อนของประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วม จังหวัดชุมพร ด้วย
ด้านนายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้อานวยการศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติการเกษตร เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีการประเมินสถานการณ์ และผลกระทบด้านการเกษตร สรุปได้ ดังนี้ (ณ วันที่ 7 มกราคม 60 เวลา 10.00 น.)
1. สถานการณ์อุทกภัยพื้นที่จังหวัดภาคใต้
ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.60 ถึงปัจจุบัน ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัย 10 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพัทลุง นราธิวาส ยะลา สงขลา ปัตตานี ตรัง นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ชุมพร ระนอง ทั้งนี้ จังหวัดมีประชาชนได้รับผลกระทบ 252,218 ครัวเรือน (ข้อมูล กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย วันที่ 7 ม.ค. 60 เวลา 07.00 น.)
แนวโน้มสถานการณ์ ข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยา (7 ม.ค.60 เวลา 11.00 น.) คาดว่าภาคใต้ตอนล่าง บริเวณจังหวัดพัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เริ่มมีปริมาณฝนลดลง โดยในภาพรวมของสถานการณ์ฝนใน บริเวณภาคใต้จะลดลงในวันที่ 9 มกราคม 2560
2. ผลกระทบด้านการเกษตร ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 59 – ปัจจุบัน
- ด้านพืช พื้นที่การเกษตรคาดว่าจะเสียหาย 963,334 ไร่ แบ่งเป็น ข้าว 246,359 ไร่ พืชไร่ 21,673 ไร่ พืชสวนและอื่นๆ 709,673 ไร่ (พื้นที่ผลกระทบเพิ่มเติมในช่วงตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.60 จํานวน 26,053 ไร่ แบ่งเป็น ข้าว 6,693 ไร่ พืชไร่ 1,704 ไร่ พืชสวนและอื่นๆ 17,656 ไร่)
- ด้านประมง พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้าคาดว่าจะเสียหาย 27,122.19 ไร่ และ 40,163 ตารางเมตร (พื้นที่ ผลกระทบเพิ่มเติมในช่วงตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.60 จํานวน 477.19 ไร่ และ 511 ตํารํางเมตร)
-ด้านปศุสัตว์สัตว์ได้รับผลกระทบ5,748,336ตวั แปลงหญ้า11,024ไร่(สัตว์ได้รับผลกระทบเพิ่มเติม ในช่วงตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.60 จํานวน 2,352,345 ตัว แปลงหญ้า 1,769 ไร่)
3. การช่วยเหลือและสนับสนุนทรัพยากร
1) โครงการชลประทานจังหวัดและโครงการส่งน้าฯ สนับสนุนเครื่องสูบน้า 108 เครื่อง เครื่องผลักดันน้า 52 เครื่อง รถขุด 10 เครื่อง รวมทั้งดำเนินการสูบน้าด้วยสถานีสูบน้าไฟฟ้า 4 สถานี ขุดลอกกาจัดผักตบชวาและขุดลอก เปิดทางน้า เพื่อเร่งการระบายน้า
2)ปศุสัตว์จังหวัดอพยพสัตว์ 293,778 ตัว แจกเสบียงสัตว์ 628,535 กิโลกรัมรักษาสัตว์133 ตัว และสร้างเสริมสุขภาพสัตว์ 2,157 ตัว
3) กรมวิชาการเกษตร โดยสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรและศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรในพื้นที่ ภาคใต้ช่วยเหลือปัจจัยยังชีพแก่ผู้ประสบอุทกภัย จำนวน 640 ชุด
4) ศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงทะเล นำเรือตรวจการประมงขนาด 15 ฟุต จำนวน 50 ลำ ออกช่วยเหลือราษฎรและร่วมกับหน่วยงานต่างๆ แจกจ่ายถุงยังชีพในพื้นที่ประสบอุทกภัย
4. การระดมทรัพยากรเพื่อการเผชิญเหตุ
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ์ ปัจจัยการผลิต เพื่อการเผชิญเหตุเพิ่มเติม ดังนี้ 4.1 เครื่องสูบน้าขนาดต่างๆจำนวน 400 เครื่อง พร้อมเครื่องมือ เครื่องจักรกล 4.2 อากาศยาน จำนวน 5 ลำ 4.3 เรือตรวจการประมงจำนวน 60 ลำ ได้แก่ ขนาด 15-20 ฟุต 3 ลำ และขนาด 22-28 ฟุต 23 ลำ ขนาด 30-25 ฟุต 12 ลำ ขนาด 50-70 ฟุต 21 ลำ ขนาด 80 ฟุต 1 ลำ 4.4 เสบียงสัตว์ จานวน 1,200,000 กิโลกรัม
ทั้งนี้ จากการประชุมศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2560 ได้ สั่งการให้หน่วยงานระดมทรัพยากรเพื่อสนับสนุนการดาเนินการของกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ
5. การเตรียมการช่วยเหลือฟื้นฟูหลังน้ำลด 5.1 ประสานความร่วมมือกับผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อเร่งระบายน้ำผลักดันน้ำเข้าสู่ลำน้ำสายหลักและทะเลโดยเร็ว รวมทั้งพื้นที่การเกษตรลุ่มต่ำ 5.2 หน่วยงานด้านวิชาการปฏิบัติการฟื้นฟูเพื่อปรับสภาพพื้นที่การเกษตร และการประกอบอาชีพ เกษตรกรรมของเกษตรกรที่ประสบภัยให้กลับสู่ภาวะปกติ หรือพัฒนาให้ดีกว่าและปลอดภัยกว่าเดิม เช่น การติดตามให้ คาแนะนำฟื้นฟูปรับปรุงบารุงดินและฟื้นฟูสภาพสวนไม้ยืนต้น การดูแลสุขภาพสัตว์ 5.3 การช่วยเหลือตามมาตรการชวยเหลือเยียวยาเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยปี 2559/60 กรณีได้รับ ผลกระทบ (ครัวเรือนละ 3,000 บาท) 5.4 สำรวจความเสียหายสิ้นเชิง เพื่อให้การช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2556 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2559






