
บล.KTBST ประเมินหุ้นสัปดาห์นี้แกว่งตัวในกรอบ 1,500-1,521 จุด
บล.KTBST ประเมินหุ้นสัปดาห์นี้แกว่งตัวในกรอบ 1,500-1,521 จุด แนะเก็งกำไรสั้นๆ สะสมหุ้นที่ผลประกอบการดี หุ้นที่ที่น่าสนใจ ได้แก่ KCE , BJC , BCH , SCC , UNIQ , CPF”
นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ กลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินตลาดหุ้นไทยในวันนี้ (26ธ.ค.) ตลาดหุ้นหยุดหลายแห่งในวันนี้ และการซื้อขายทิ้งท้ายเมื่อวันศุกร์ที่ไม่ได้มีความคึกคักมากเนื่องจากกำลังเข้าสู่ช่วงวันหยุดเทศกาลคริสมาสต์ ดังนั้นปัจจัยที่สำคัญๆ มีค่อนข้างน้อย โดยเฉพาะปัจจัยด้านเศรษฐกิจของต่างประเทศที่จะมีเรื่องรายงานประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ที่ประชุมไปเมื่อ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา และตัวเลขส่งออก เดือน พ.ย.ของไทย ที่คาดว่าจะขยายตัว 2.0% YoYจากที่ติดลบ 4.2% ในเดือน ต.ค. ด้านราคาน้ำมัน ตลาดยังคงมองทิศทางราคน้ำมันที่สูงขึ้นจากแผนการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันของกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ แต่การสูงขึ้นของราคาน้ำมันในช่วงนี้ ยังมีข้อจำกัดจากค่าเงินดอลล่าร์ที่แข็งค่าขึ้น
ดังนั้นทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ เนื่องด้วยตลาดขาดปัจจัยใหม่ๆ การซื้อขายที่เบาบางลง จึงคาดว่าดัชนีฯจะจะมีความผันผวนสูงแต่แกว่งในกรอบแคบๆ เป็นผลมาจากการเข้ามาเก็งกำไรช่วงสั้นๆของนักลงทุน ซึ่งคาดว่าจะมีความคึกคักในบางกลุ่มและหุ้นบางตัว ซึ่งจะมีแรงซื้อส่งท้ายปี โดยเฉพาะที่มาจากกองทุน LTF-RMF
"มองว่าตลาดหุ้นตลอดสัปดาห์นี้ จะแกว่งเพียงกรอบ 1,500-1,521 จุด การซื้อขายช่วงนี้ จึงควรเป็นการเก็งกำไรช่วงสั้นๆ หรือทยอยเก็บหุ้นที่มีผลประกอบการปีหน้าที่ขยายตัวดี โดยประเมินว่า กลุ่มหุ้นที่จะมีแรงซื้อส่งท้ายปี จะเป็นหุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า หุ้นที่เป็นเป้าหมายของกองทุนฯในประเทศ และหุ้นที่เก็งกำไรจากข่าวบวกเฉพาะตัว สำหรับการเข้าเก็งกำไรช่วงสั้น หุ้นที่เราคาดว่าอาจได้รับความสนใจจากนักลงทุน อาทิ KCE , BJC , BCH , SCC , UNIQ , CPF”
นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ กลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินตลาดหุ้นไทยในวันนี้ (26ธ.ค.) ตลาดหุ้นหยุดหลายแห่งในวันนี้ และการซื้อขายทิ้งท้ายเมื่อวันศุกร์ที่ไม่ได้มีความคึกคักมากเนื่องจากกำลังเข้าสู่ช่วงวันหยุดเทศกาลคริสมาสต์ ดังนั้นปัจจัยที่สำคัญๆ มีค่อนข้างน้อย โดยเฉพาะปัจจัยด้านเศรษฐกิจของต่างประเทศที่จะมีเรื่องรายงานประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ที่ประชุมไปเมื่อ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา และตัวเลขส่งออก เดือน พ.ย.ของไทย ที่คาดว่าจะขยายตัว 2.0% YoYจากที่ติดลบ 4.2% ในเดือน ต.ค. ด้านราคาน้ำมัน ตลาดยังคงมองทิศทางราคน้ำมันที่สูงขึ้นจากแผนการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันของกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ แต่การสูงขึ้นของราคาน้ำมันในช่วงนี้ ยังมีข้อจำกัดจากค่าเงินดอลล่าร์ที่แข็งค่าขึ้น
ดังนั้นทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ เนื่องด้วยตลาดขาดปัจจัยใหม่ๆ การซื้อขายที่เบาบางลง จึงคาดว่าดัชนีฯจะจะมีความผันผวนสูงแต่แกว่งในกรอบแคบๆ เป็นผลมาจากการเข้ามาเก็งกำไรช่วงสั้นๆของนักลงทุน ซึ่งคาดว่าจะมีความคึกคักในบางกลุ่มและหุ้นบางตัว ซึ่งจะมีแรงซื้อส่งท้ายปี โดยเฉพาะที่มาจากกองทุน LTF-RMF
"มองว่าตลาดหุ้นตลอดสัปดาห์นี้ จะแกว่งเพียงกรอบ 1,500-1,521 จุด การซื้อขายช่วงนี้ จึงควรเป็นการเก็งกำไรช่วงสั้นๆ หรือทยอยเก็บหุ้นที่มีผลประกอบการปีหน้าที่ขยายตัวดี โดยประเมินว่า กลุ่มหุ้นที่จะมีแรงซื้อส่งท้ายปี จะเป็นหุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า หุ้นที่เป็นเป้าหมายของกองทุนฯในประเทศ และหุ้นที่เก็งกำไรจากข่าวบวกเฉพาะตัว สำหรับการเข้าเก็งกำไรช่วงสั้น หุ้นที่เราคาดว่าอาจได้รับความสนใจจากนักลงทุน อาทิ KCE , BJC , BCH , SCC , UNIQ , CPF”






