
ก.แรงงานย้ำมีมาตรการดูแลแรงงานกิจการฟาร์มไก่ตามมาตรฐานสากล
นายวรานนท์ ปีติวรรณ รองปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า กระทรวงแรงงานให้ความสำคัญต่อการดูแลแรงงานทั้งแรงงานไทยและต่างด้าว เพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงานอย่างจริงจัง ซึ่งที่ผ่านมาได้ดำเนินการตรวจเพื่อคุ้มครองแรงงานอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะสถานประกอบกิจการที่เสี่ยงต่อการใช้แรงงานเด็ก แรงงานบังคับ แรงงานขัดหนี้ ในกิจการเกี่ยวเนื่องประมงทะเล กิจการผลิตสินค้าจากอ้อย กิจการผลิตเครื่องนุ่งห่ม รวมถึงกิจการแปรรูปเนื้อไก่ ฟาร์มไก่ต่าง ๆ โดยจัดให้มีชุดเฉพาะกิจตรวจแรงงาน ในพื้นที่เสี่ยง 9 จังหวัด ได้แก่ สมุทรสาคร สมุทรปราการ ตาก ระนอง ชลบุรี ระยอง ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ และหนองคาย รวมทั้ง จัดทำแนวปฏิบัติการใช้แรงงานที่ดีสำหรับฟาร์มและสถานที่ฟักไข่สัตว์ปีกในประเทศไทย (GLP-Poultry Thailand) พร้อมส่งเสริมสถานประกอบกิจการนำหลักการแนวปฏิบัติการใช้แรงงานที่ดี ไปใช้ในการบริหารจัดการด้านแรงงานแล้ว 3,200 แห่ง โดยในเดือนธันวาคมนี้จะดำเนินการให้ครบตามเป้าหมายรวม 6,208 แห่ง
ทั้งนี้ ที่ผ่านมากระทรวงแรงงานได้ปรับปรุงกฎหมาย กฎระเบียบ อาทิ ออกกฎกระทรวงคุ้มครองแรงงานในงานเกษตรกรรม พ.ศ.2557 กฎกระทรวงคุ้มครองแรงงานในงานประมงทะเล พ.ศ.2557 และกฎกระทรวงกำหนดสถานที่ห้ามนายจ้างให้ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีทำงาน พ.ศ.2559 ที่มีผลบังคับใช้แล้ว โดยมีนโยบายตรวจบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด หากตรวจพบการกระทำผิดกฎหมายจะแจ้งความดำเนินคดีต่อพนักงานสอบสวนทันที ซึ่งในปีงบประมาณ 2559 มีผลการตรวจแรงงานในสถานประกอบการเกี่ยวกับไก่ (ฟาร์ม ชำแหละ แปรรูป แช่แข็ง) 585 แห่ง มีคนงาน 60,308 คน พบสถานประกอบการปฏิบัติไม่ถูกต้องและออกคำสั่งให้ปฏิบัติอย่างถูกต้อง 128 แห่ง คนงาน7,822 คน
รองปลัดกระทรวง กล่าวต่อไปว่า พลเอก ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้ความสำคัญในเรื่องนี้มาก โดยได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานประกอบกิจการผลิตไก่สดแช่แข็ง ส่งออกไปยังต่างประเทศ ณ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อ 11 พฤศจิกายน 2559 พบว่า แม้เป็นสถานประกอบการที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลและไม่ได้ถูกกำหนดเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ แต่เป็นกิจการที่ดำเนินการด้านแรงงานได้มาตรฐาน สามารถเป็นต้นแบบให้แก่สถานประกอบการอื่นๆ ได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานยังมีความมุ่งมั่นบูรณาการทำงานร่วมกับทุกหน่วยราชการเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมสัตว์ปีกและสุกร ซึ่งต้องปราศจากการใช้แรงงานเด็ก ไม่มีแรงงานบังคับ ไม่มีการค้ามนุษย์ในทุกขั้นตอน ตรวจสอบสถานประกอบการให้ปฏิบัติต่อแรงงานอย่างมีมาตรฐาน รวมถึงดูแลการจัดสวัสดิการ เพื่อให้พนักงานมีความมั่นคง มีสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัย ตลอดจนมีกระบวนการดูแลแรงงานต่างด้าวเป็นมาตรฐานสากล ซึ่งรัฐบาลและกระทรวงแรงงาน รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีแผนขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงานอย่างจริงจังเพื่อให้เกิดผลชัดเจนเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ ที่ผ่านมากระทรวงแรงงานได้ปรับปรุงกฎหมาย กฎระเบียบ อาทิ ออกกฎกระทรวงคุ้มครองแรงงานในงานเกษตรกรรม พ.ศ.2557 กฎกระทรวงคุ้มครองแรงงานในงานประมงทะเล พ.ศ.2557 และกฎกระทรวงกำหนดสถานที่ห้ามนายจ้างให้ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีทำงาน พ.ศ.2559 ที่มีผลบังคับใช้แล้ว โดยมีนโยบายตรวจบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด หากตรวจพบการกระทำผิดกฎหมายจะแจ้งความดำเนินคดีต่อพนักงานสอบสวนทันที ซึ่งในปีงบประมาณ 2559 มีผลการตรวจแรงงานในสถานประกอบการเกี่ยวกับไก่ (ฟาร์ม ชำแหละ แปรรูป แช่แข็ง) 585 แห่ง มีคนงาน 60,308 คน พบสถานประกอบการปฏิบัติไม่ถูกต้องและออกคำสั่งให้ปฏิบัติอย่างถูกต้อง 128 แห่ง คนงาน7,822 คน
รองปลัดกระทรวง กล่าวต่อไปว่า พลเอก ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้ความสำคัญในเรื่องนี้มาก โดยได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานประกอบกิจการผลิตไก่สดแช่แข็ง ส่งออกไปยังต่างประเทศ ณ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อ 11 พฤศจิกายน 2559 พบว่า แม้เป็นสถานประกอบการที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลและไม่ได้ถูกกำหนดเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ แต่เป็นกิจการที่ดำเนินการด้านแรงงานได้มาตรฐาน สามารถเป็นต้นแบบให้แก่สถานประกอบการอื่นๆ ได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานยังมีความมุ่งมั่นบูรณาการทำงานร่วมกับทุกหน่วยราชการเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมสัตว์ปีกและสุกร ซึ่งต้องปราศจากการใช้แรงงานเด็ก ไม่มีแรงงานบังคับ ไม่มีการค้ามนุษย์ในทุกขั้นตอน ตรวจสอบสถานประกอบการให้ปฏิบัติต่อแรงงานอย่างมีมาตรฐาน รวมถึงดูแลการจัดสวัสดิการ เพื่อให้พนักงานมีความมั่นคง มีสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัย ตลอดจนมีกระบวนการดูแลแรงงานต่างด้าวเป็นมาตรฐานสากล ซึ่งรัฐบาลและกระทรวงแรงงาน รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีแผนขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงานอย่างจริงจังเพื่อให้เกิดผลชัดเจนเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น






