thansettakij
thansettakij
‘ประจิน’ประเดิมแก้หนี้ล็อตใหญ่ ช่วยเกษตรกรพ้นทุกข์ 2.4 พันล./จ่ออนุมัติอีก 8 พันราย ธ.ค.นี้

‘ประจิน’ประเดิมแก้หนี้ล็อตใหญ่ ช่วยเกษตรกรพ้นทุกข์ 2.4 พันล./จ่ออนุมัติอีก 8 พันราย ธ.ค.นี้

21 พ.ย. 59 | 06:00 น.
อัปเดตล่าสุด :21 พ.ย. 59 | 10:45 น.
“ประจิน" เครื่องร้อน ประชุมบอร์ดกองทุนฟื้นฟูฯ นัดแรก ประเดิมซื้อหนี้เร่งด่วนที่ไม่ใช่โครงการส่งเสริมของรัฐ 2,459 ล้านบาท เผยยังมี 8 พันกว่ารายที่จะเร่งอนุมัติให้แล้วเสร็จในสิ้นธันวาคมนี้ เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ แนะแนวทางเกษตรกรทำอย่างไรไม่เป็นหนี้ ขายได้ และมีกำไร

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการ(ประธานบอร์ด)กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ"หลังการประชุมคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายนที่ผ่านมาว่า ได้มอบนโยบายเป็นครั้งแรก แต่ก่อนหน้านั้นได้มีการประชุมบอร์ดชุดเล็กมาแล้ว 2 ครั้ง พบว่ามีประเด็นเร่งด่วนที่จะต้องจัดทำระเบียบรองรับในการแก้ปัญหาเกษตรกรที่มีปัญหาในเรื่องหนี้สินเฉพาะรายที่เป็นสมาชิก มีรายงาน 8,000 กว่าราย ในขั้นต้นที่ต้องเร่งดำเนินการ ตั้งเป้าให้ลุล่วงภายในสิ้นปีนี้

"ปัจจุบันมีสมาชิกกองทุนกว่า 6.5 ล้านราย จากเกษตรกรทั้งประเทศ 13 ล้านครัวเรือน ในนี้มีทุกอาชีพไม่ว่าจะเป็นปลูกผัก พืชสวนครัว ชาวประมง ปศุสัตว์ และชาวนา ทุกวันนี้จะพยายามชำระหนี้ให้เกษตรกรเป้าหมาย 8,000 ราย หวังให้เสร็จภายในสิ้นปีนี้เพื่อหวังจะเป็นของขวัญปีใหม่ให้แก่เกษตรกร ในขณะเดียวกันพยายามจะผลักดันสมาชิกต้องพัฒนาอาชีพควบคู่ด้วย”

ทั้งนี้สิ่งที่อยากจะฝากเกษตรกรทำอาชีพเกษตรกรรมแล้วไม่เป็นหนี้ประการแรกจะต้องทำความเข้าใจกันก่อนปัจจุบันการทำอาชีพเกษตรจะต้องมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของเทคนิค ปราชญ์ชาวบ้าน หรือผู้ที่เชี่ยวชาญในท้องถิ่นก็ตามควรจะร่วมมือกันกับผู้แทนเกษตรจังหวัด ผู้แทนของกระทรวงมหาดไทย จะต้องคุยกัน แล้วจะมีการเตรียมพันธุ์พืช เตรียมดิน เตรียมปุ๋ย ให้เหมาะสม เพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้เน้นขายได้ มีคุณภาพ มีกำไร

สอดคล้องกับนายวัชระพันธุ์ จันทรขจร เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.)กล่าวว่า ทางบอร์ดใหญ่ได้มีการอนุมัติการจัดการหนี้ที่ไม่ใช่โครงการส่งเสริมของรัฐ ตามมาตรา 37/9 จากสำนักงานสาขาจังหวัด 68 จังหวัด จำนวน 3,008 ราย รวม 6,244 บัญชี จำนวนเงิน (มูลหนี้) 2,459 ล้านบาท แบ่งเป็น1. หนี้ปกติ จำนวน 1,427 ราย 3,160 บัญชี จำนวนเงิน1,416 ล้านบาท 2. เป็นหนี้ผิดนัดชำระ จำนวน 1,518 ราย 2,806 บัญชี คิดเป็นมูลหนี้ 868 ล้านบาท 3.บังคับคดี จำนวน 89 ราย 110 บัญชี มูลหนี้กว่า 90 ล้านบาท 4.หนี้ดำเนินคดี 114 ราย 148 บัญชี มูลหนี้กว่า 76 ล้านบาท และสุดท้ายหนี้พิพากษา จำนวน 17 ราย 20 บัญชี มูลหนี้ร่วม 7 ล้านบาท

สำหรับการดำเนินงานได้ให้สำนักงานสาขาจังหวัดในฐานะนายทะเบียน รวบรวมข้อมูลสมาชิกองค์กรเกษตรกรที่ผ่านการรับรองเป็นสมาชิกองค์กรเกษตรกรตามพระราชบัญญัติกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร พ.ศ.2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2544 ที่ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนหนี้เกษตรกรตามประกาศคณะกรรมการจัดการหนี้ของเกษตรกรปี พ.ศ.2559 ให้อำนาจหัวหน้าสำนักงานสาขาจังหวัดในฐานะนายทะเบียนพิจารณาอนุมัติรายชื่อเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนหนี้เกษตรกรแล้ว และสาขาจังหวัดได้บันทึกข้อมูลหนี้ของเกษตรกรสมาชิกที่ผ่านการอนุมัติแล้ว จึงได้รวบรวมเสนอคณะกรรมการใหญ่ ซึ่งได้อนุมัติเรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้ไปจะเร่งรัดดำเนินการตามนโยบายของท่านรองนายกรัฐมนตรีเพื่อจัดการหนี้ให้เร็วที่สุดทันตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด

ด้านนายทรงยศ โรจนวีระ ประธานกรรมการบริหาร กฟก.กล่าวว่า หนี้ข้างต้นเป็นคนละส่วนกับโครงการจัดการหนี้ 3,000 ล้านบาท ที่ผ่านมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี( ครม.) เห็นชอบแล้วนั้น แต่ยังไม่สามารถที่จะทำอะไร เพราะถูกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ท้วงติงในเรื่องที่ผ่านมา จึงได้เสนอให้ทำควบคู่กันไป ระหว่างฝ่ายตรวจสอบกับฝ่ายซื้อหนี้ เพราะความเดือดร้อนของเกษตรกรรอไม่ได้

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,211 วันที่ 20 - 23 พฤศจิกายน 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • business