
Market Insight : ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้
สรุปภาวะตลาดวันก่อน : SET -1.82 จุด ขาดปัจจัยใหม่, เงินทุนตปท.ไหลออกกดดัน
SET แกว่ง +/- ในกรอบ 1474-86 โดยเปิดรีบาวด์ภาคเช้าราว +8 จุด และแกว่งยืนค่อนข้างนิ่งจนเผชิญแรงเทขายในภาคบ่าย ตลาดขาดปัจจัยชี้นำใหม่ หลังประกาศงบจบแล้ว ติดตามถ้อยแถลงปธ.FED พฤหัสนี้ ต่างชาติขายสุทธิอีก 2.07 พันลบ. เป็นวันที่ 18 ติดต่อกัน แต่ Long S50 Futures 9,287 สัญญา
ทิศทางตลาดวันนี้ : ไซด์เวย์กรอบแคบ รอปัจจัยชี้นำใหม่, บาท-น้ำมันทรงตัว
หุ้นโลกเมื่อคืน (16 พ.ย.) ร่วง โดย DJIA ยุติขึ้นมาราธอน 7 วันติด จากแรงขายทำกำไรหุ้นกลุ่มการเงิน ขณะที่ราคาน้ำมันอ่อนตัวลง 24 เซนต์ ปิด 45.57$/bbl หลังรายงานคลังสำรองน้ำมันดิบสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น บดบังความหวังดีลลดกำลังการผลิตน้ำมันของกลุ่ม OPEC ที่จะหารือในสิ้นเดือนนี้ มอง SET แกว่งไซด์เวย์ในกรอบแคบ ขาดปัจจัยชี้นำใหม่ โดยตลาดรอติดตามถ้อยแถลงของนางเจเน็ต เยลเลน ปธ.FED ในวันนี้ เกี่ยวกับแนวโน้มการขึ้นดบ.และศก.สหรัฐฯ แนวรับ 1470-72, 1460-65 แนวต้าน 1485-90
กลยุทธ์การลงทุน : Wait & See, รอซื้อสะสมตั้งแต่ SET ต่ำกว่า 1450 ลงมา
แม้ SET เริ่มรีบาวด์ แต่ต้องกลับมาปิดเหนือ 1480 ให้ได้ก่อน จึงจะมีช่องสำหรับการเทรดดิ้งสั้น เล็งเป้าที่ 1495-1500 มิฉะนั้น เรายังแนะนำอยู่ในโหมด Wait&See ต่อไป ด้านการซื้อลงทุนตามรอบ เรามอง SET ต่ำกว่า 1450 จึงเป็นจังหวะเริ่มซื้อสะสม เรายังคงเป้าหมาย SET ปีหน้าที่ 1600 คิดเป็น upside 10%
•ประเด็นหุ้นน่าสนใจ Trading Picks STPI – ราคาหุ้นที่ร่วงราว 40% สองปีติดต่อกัน น่าจะสะท้อนกำไรที่ลดลงจากงานในมือที่น้อยไปมากแล้ว ปัจจุบันราคาหุ้นคิดเป็น PER 7.9x และ PBV 1.5x อยู่ในโซนต่ำมากนับตั้งแต่วิกฤติศก.ปี 2008, มองแนวโน้มงานโมดูลน่าจะออกมาเปิดประมูลได้มากขึ้น หลังมองราคาน้ำมันพ้นจุดต่ำและปีหน้าขยับขึ้นสูงกว่าปีนี้, รองานประมูลใหม่ที่น่าจะได้ในช่วงสิ้นปีนี้ / ดัชนีค่าระวางเรือ BDI ปรับขึ้นต่อเนื่อง สูงสุดรอบ 1 ปีครึ่ง TTA / ผลการทบทวนดัชนี MSCI รอบครึ่งปีหลัง (มีผลบังคับใช้ 30 พ.ย.) Global Standard Index หุ้นไทยเข้า 2 ตัว คือ BJC, KCE (ตามคาด) / ไม่มีหุ้นออก, MSCI Small Index หุ้นไทยเข้า 4 ตัว คือ COM7, MALEE, TKN, TFG / ออก 8 ตัว คือ ASP, BJCHI, CBG, COL, CGD, DNA, KCE, ROJNA / หุ้นที่คาดว่าจะเข้า SET50 / SET100 แนะนำ BJC, GLOBAL, SPRC / GFPT, PLAT, STA / หุ้นงบออกมาดีมีโอกาสปรับประมาณการขึ้น BEAUTY, MTLS / Bond Yield ปรับตัวขึ้น BLA, เงินดอลลาร์ฯ แข็งค่า ซึ่งจะดีต่อหุ้นได้ประโยชน์จากบาทอ่อน GFPT, TWPC, VNG และหุ้นที่มีรายได้อิงจากต่างประเทศ STPI / หุ้นพื้นฐานอิงงานประมูลภาครัฐ ชอบ BEM, CK, UNIQ, SEAFCO, ILINK, LOXLEY / หุ้นปันผลสูง ชอบ ASP, BTSGIF, DTAC, INTUCH, LH, MC, NYT, PS, QH, TCAP
•หุ้น Weekly GURU ซื้อ ACAP (เป้าสั้น 13.8 บ.), TWPC (9.5 บ.) / ถือ BJC (ปรับเป้าเป็น 56 บ.), BLA (ปรับเป้าเป็น 55 บ.) / ถึงเป้าทำกำไร BANPU (+6.2%) / ขายเปลี่ยนตัว BEM (+0.6%)
•หุ้นเด่น พ.ย. (Smart Tactics) BEM, BJC, BLA, CK, GFPT, GLOBAL, TPBI, VNG
ปัจจัยติดตาม
วันที่ ปท. เหตุการณ์
17 พ.ย. EU, US ดัชนีราคาผู้บริโภคสหภาพยุโรปใน ต.ค., เงินทุนตปท.ไหลเข้าซื้อพันธบัตรสหรัฐฯ ใน ก.ย.
ที่มา : TISCO Research
SET แกว่ง +/- ในกรอบ 1474-86 โดยเปิดรีบาวด์ภาคเช้าราว +8 จุด และแกว่งยืนค่อนข้างนิ่งจนเผชิญแรงเทขายในภาคบ่าย ตลาดขาดปัจจัยชี้นำใหม่ หลังประกาศงบจบแล้ว ติดตามถ้อยแถลงปธ.FED พฤหัสนี้ ต่างชาติขายสุทธิอีก 2.07 พันลบ. เป็นวันที่ 18 ติดต่อกัน แต่ Long S50 Futures 9,287 สัญญา
ทิศทางตลาดวันนี้ : ไซด์เวย์กรอบแคบ รอปัจจัยชี้นำใหม่, บาท-น้ำมันทรงตัว
หุ้นโลกเมื่อคืน (16 พ.ย.) ร่วง โดย DJIA ยุติขึ้นมาราธอน 7 วันติด จากแรงขายทำกำไรหุ้นกลุ่มการเงิน ขณะที่ราคาน้ำมันอ่อนตัวลง 24 เซนต์ ปิด 45.57$/bbl หลังรายงานคลังสำรองน้ำมันดิบสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น บดบังความหวังดีลลดกำลังการผลิตน้ำมันของกลุ่ม OPEC ที่จะหารือในสิ้นเดือนนี้ มอง SET แกว่งไซด์เวย์ในกรอบแคบ ขาดปัจจัยชี้นำใหม่ โดยตลาดรอติดตามถ้อยแถลงของนางเจเน็ต เยลเลน ปธ.FED ในวันนี้ เกี่ยวกับแนวโน้มการขึ้นดบ.และศก.สหรัฐฯ แนวรับ 1470-72, 1460-65 แนวต้าน 1485-90
กลยุทธ์การลงทุน : Wait & See, รอซื้อสะสมตั้งแต่ SET ต่ำกว่า 1450 ลงมา
แม้ SET เริ่มรีบาวด์ แต่ต้องกลับมาปิดเหนือ 1480 ให้ได้ก่อน จึงจะมีช่องสำหรับการเทรดดิ้งสั้น เล็งเป้าที่ 1495-1500 มิฉะนั้น เรายังแนะนำอยู่ในโหมด Wait&See ต่อไป ด้านการซื้อลงทุนตามรอบ เรามอง SET ต่ำกว่า 1450 จึงเป็นจังหวะเริ่มซื้อสะสม เรายังคงเป้าหมาย SET ปีหน้าที่ 1600 คิดเป็น upside 10%
•ประเด็นหุ้นน่าสนใจ Trading Picks STPI – ราคาหุ้นที่ร่วงราว 40% สองปีติดต่อกัน น่าจะสะท้อนกำไรที่ลดลงจากงานในมือที่น้อยไปมากแล้ว ปัจจุบันราคาหุ้นคิดเป็น PER 7.9x และ PBV 1.5x อยู่ในโซนต่ำมากนับตั้งแต่วิกฤติศก.ปี 2008, มองแนวโน้มงานโมดูลน่าจะออกมาเปิดประมูลได้มากขึ้น หลังมองราคาน้ำมันพ้นจุดต่ำและปีหน้าขยับขึ้นสูงกว่าปีนี้, รองานประมูลใหม่ที่น่าจะได้ในช่วงสิ้นปีนี้ / ดัชนีค่าระวางเรือ BDI ปรับขึ้นต่อเนื่อง สูงสุดรอบ 1 ปีครึ่ง TTA / ผลการทบทวนดัชนี MSCI รอบครึ่งปีหลัง (มีผลบังคับใช้ 30 พ.ย.) Global Standard Index หุ้นไทยเข้า 2 ตัว คือ BJC, KCE (ตามคาด) / ไม่มีหุ้นออก, MSCI Small Index หุ้นไทยเข้า 4 ตัว คือ COM7, MALEE, TKN, TFG / ออก 8 ตัว คือ ASP, BJCHI, CBG, COL, CGD, DNA, KCE, ROJNA / หุ้นที่คาดว่าจะเข้า SET50 / SET100 แนะนำ BJC, GLOBAL, SPRC / GFPT, PLAT, STA / หุ้นงบออกมาดีมีโอกาสปรับประมาณการขึ้น BEAUTY, MTLS / Bond Yield ปรับตัวขึ้น BLA, เงินดอลลาร์ฯ แข็งค่า ซึ่งจะดีต่อหุ้นได้ประโยชน์จากบาทอ่อน GFPT, TWPC, VNG และหุ้นที่มีรายได้อิงจากต่างประเทศ STPI / หุ้นพื้นฐานอิงงานประมูลภาครัฐ ชอบ BEM, CK, UNIQ, SEAFCO, ILINK, LOXLEY / หุ้นปันผลสูง ชอบ ASP, BTSGIF, DTAC, INTUCH, LH, MC, NYT, PS, QH, TCAP
•หุ้น Weekly GURU ซื้อ ACAP (เป้าสั้น 13.8 บ.), TWPC (9.5 บ.) / ถือ BJC (ปรับเป้าเป็น 56 บ.), BLA (ปรับเป้าเป็น 55 บ.) / ถึงเป้าทำกำไร BANPU (+6.2%) / ขายเปลี่ยนตัว BEM (+0.6%)
•หุ้นเด่น พ.ย. (Smart Tactics) BEM, BJC, BLA, CK, GFPT, GLOBAL, TPBI, VNG
ปัจจัยติดตาม
วันที่ ปท. เหตุการณ์
17 พ.ย. EU, US ดัชนีราคาผู้บริโภคสหภาพยุโรปใน ต.ค., เงินทุนตปท.ไหลเข้าซื้อพันธบัตรสหรัฐฯ ใน ก.ย.
ที่มา : TISCO Research






