
Gold Futures and SET50 Index Futures by GTWM (ภาคเช้า)
บริษัท จีที เวลธ์ แมเนจเมนท์ หรือ GTWM ออกบทวิเคราะห์สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับทองคำและ SET50 Index Futures ประจำวันที่ 4 ตุลาคม 2559 (ภาคเช้า)
Gold
ราคาทองคำตลาดโลกร่วงลงวานนี้หลังสหรัฐฯเผยตัวเลขภาคการผลิตที่แข็งแกร่งเกินคาด ขณะที่ค่าปรับดอยช์แบงค์ยังเป็นคำถามที่รอว่าจะต้องจ่ายเท่าไรและจะส่งผลต่อสถานะทางการเงินของธนาคารอย่างไร ทำให้นักลงทุนปรับพอร์ตลดการลงทุนเพื่อเข้าถือสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยและรับคาดการณ์การจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยก่อนสิ้นปีนี้ของ Fed ซึ่งราคาทองคำปรับตัวลดลงในทิศทางเดียวกับโลหะมีค่าอื่น ๆ ทั้งนี้ ระดับราคาหลุดแนวรับ US$1,315 ลงมาแล้ว จึงควรดูว่าสามารถยืนเหนือ US$1,300 ได้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม ควรลดสถานะฝั่ง long ไปก่อนจนกว่าจะเห็นสัญญาณการขึ้นในระยะสั้นอีกครั้ง
ด้านกองทุนทองคำ SPDR ไม่มียอดซื้อหรือขายสุทธิ ทำให้ยอดการถือครองทองคำคงอยู่ที่ระดับ 947.95 ตัน
SET50
ดัชนี SET50 ดีดตัวขึ้นมาแกว่งแคบตลอดวานนี้ด้วยแรงบวกจากหุ้นกลุ่มพลังงาน เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญประเมินท่าทีของซาอุดิอารเบียว่ามีแนวโน้มจะปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันตามการปรับลดเพดานกำลังการผลิตของกลุ่ม ซึ่งจะหนุนให้ประเทศสมาชิกอื่น ๆ ทั้งในและนอกกลุ่ม OPEC ปฏิบัติตามด้วย ส่งผลให้ราคาน้ำมันตลาดโลกปรับตัวขึ้นต่อและทรงตัวที่ระดับสูง แต่การเข้าใกล้ระดับ US$50 มีโอกาสจะเผชิญการขายทำกำไร เนื่องจากนักวิเคราะห์คาดการณ์ราคาที่เหมาะสมของปีนี้และปีหน้าไม่เกินระดับดังกล่าว ขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคารไม่ได้รับผลบวกจากข่าวดีของดอยช์แบงค์นัก แต่โดยรวมตลาดหุ้นไทยปรับตัวในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นโลกด้วยแรงหนุนของหุ้นที่ได้ผลบวกจากราคาน้ำมันเป็นหลัก ซึ่งควรเฝ้าระวังการเทขายจากนักลงทุนต่างชาติที่มีแนวโน้มจะปรับพอร์ตโยกเงินกลับไปถือสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯก่อนที่การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯและการประชุมของ Fed ในวันที่ 13 – 14 ธ.ค. จะเริ่มขึ้น จึงคาดการณ์การแกว่งตัวในกรอบ 939 – 956 จุด ที่ต้องระวังการ breakout
ด้านเงินบาทวันนี้อ่อนค่าแตะ 34.70 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ โดยยังอยู่ในกรอบ 34.50 – 34.75 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ
Gold
ราคาทองคำตลาดโลกร่วงลงวานนี้หลังสหรัฐฯเผยตัวเลขภาคการผลิตที่แข็งแกร่งเกินคาด ขณะที่ค่าปรับดอยช์แบงค์ยังเป็นคำถามที่รอว่าจะต้องจ่ายเท่าไรและจะส่งผลต่อสถานะทางการเงินของธนาคารอย่างไร ทำให้นักลงทุนปรับพอร์ตลดการลงทุนเพื่อเข้าถือสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยและรับคาดการณ์การจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยก่อนสิ้นปีนี้ของ Fed ซึ่งราคาทองคำปรับตัวลดลงในทิศทางเดียวกับโลหะมีค่าอื่น ๆ ทั้งนี้ ระดับราคาหลุดแนวรับ US$1,315 ลงมาแล้ว จึงควรดูว่าสามารถยืนเหนือ US$1,300 ได้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม ควรลดสถานะฝั่ง long ไปก่อนจนกว่าจะเห็นสัญญาณการขึ้นในระยะสั้นอีกครั้ง
ด้านกองทุนทองคำ SPDR ไม่มียอดซื้อหรือขายสุทธิ ทำให้ยอดการถือครองทองคำคงอยู่ที่ระดับ 947.95 ตัน
SET50
ดัชนี SET50 ดีดตัวขึ้นมาแกว่งแคบตลอดวานนี้ด้วยแรงบวกจากหุ้นกลุ่มพลังงาน เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญประเมินท่าทีของซาอุดิอารเบียว่ามีแนวโน้มจะปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันตามการปรับลดเพดานกำลังการผลิตของกลุ่ม ซึ่งจะหนุนให้ประเทศสมาชิกอื่น ๆ ทั้งในและนอกกลุ่ม OPEC ปฏิบัติตามด้วย ส่งผลให้ราคาน้ำมันตลาดโลกปรับตัวขึ้นต่อและทรงตัวที่ระดับสูง แต่การเข้าใกล้ระดับ US$50 มีโอกาสจะเผชิญการขายทำกำไร เนื่องจากนักวิเคราะห์คาดการณ์ราคาที่เหมาะสมของปีนี้และปีหน้าไม่เกินระดับดังกล่าว ขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคารไม่ได้รับผลบวกจากข่าวดีของดอยช์แบงค์นัก แต่โดยรวมตลาดหุ้นไทยปรับตัวในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นโลกด้วยแรงหนุนของหุ้นที่ได้ผลบวกจากราคาน้ำมันเป็นหลัก ซึ่งควรเฝ้าระวังการเทขายจากนักลงทุนต่างชาติที่มีแนวโน้มจะปรับพอร์ตโยกเงินกลับไปถือสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯก่อนที่การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯและการประชุมของ Fed ในวันที่ 13 – 14 ธ.ค. จะเริ่มขึ้น จึงคาดการณ์การแกว่งตัวในกรอบ 939 – 956 จุด ที่ต้องระวังการ breakout
ด้านเงินบาทวันนี้อ่อนค่าแตะ 34.70 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ โดยยังอยู่ในกรอบ 34.50 – 34.75 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ






