
นโยบายที่ดีต้องปฏิบัติได้ นโยบายเกษตรต้องครบวงจร
บทบรรณาธิการ
ปลายสมัยของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เทอม 2 ใกล้ครบวาระ 4 ปีหมดวาระสภาฯ เต็มที พรรคการเมือง ส.ส.มีความเคลื่อนไหวกันคึกคัก ทั้งการย้ายพรรคหาสังกัดใหม่ บางส่วนไหลไปตามกระสุน ถ้าจะให้สวยหรูก็ว่าไหลไปตามอุดมการณ์ รวบรวมขั้วข้างเพื่อหวังขึ้นแท่นสู่อำนาจ บริหารรัฐบาลในวาระต่อไป ในปี 2566 กลุ่มการเมือง มุ้งการเมือง อยู่ในอาการผึ้งแตกรังช่วงปลายสมัยใกใกล้เลือกตั้ง
พรรคการเมืองเปิดตัว ว่าที่ผู้สมัครส.ส.คึกคัก พร้อมกับการเปิดนโยบายบางเรื่อง ที่อาสาเข้ามาทำในฐานะรัฐบาลในการเลือกตั้งครั้งหน้า เป็นนโยบายที่ส่วนใหญ่เป็นนโยบายฐานราก เช่น ค่าแรง การรักษาพยาบาล การส่งเสริมสวัสดิการเพิ่มขึ้นให้กับสังคม การช่วยเหลือเกษตรกร เป็นนโยบายประชานิยมที่มุ่งเน้นหวังครองใจมหาชนให้เลือกพวกเขาเข้าสภาฯ ไปเป็นรัฐบาล
การแข่งขันเสนอนโยบายเพื่อรณรงค์รับการเลือกตั้งของพรรคการเมืองเป็นเรื่องที่ดี ที่เป็นทางเลือก ตัวเลือกให้กับประชาชนได้ตัดสินใจเลือกคนที่รัก พรรคที่ชอบ นโยบายที่ใช่ แต่นโยบายที่ออกมาต้องอยู่บนพื้นฐานของความเป็นไปได้ ไม่ใช่มุ่งหวังแค่แข่งขัน ชนะการเลือกตั้ง แต่ไม่สามารถปฏิบัติตามนโยบายได้ กลับกลายเป็นจัดทำนโยบายที่เป็นลักษณะโฆษณาชวนเชื่อ หรือโฆษณาเกินจริงไปมากกว่า ยึดอยู่บนพื้นฐานความเหมาะสมและแนวทางไปสู่ผลสัมฤทธิ์แห่งนโยบาย
นโยบายทางด้านการเกษตรของพรรคการเมืองต่างๆ เป็นนโยบายสำคัญมากด้านหนึ่ง อันเนื่องมาจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งเป็นฐานผลิตสินค้าเกษตร อุตสาหกรรมเกษตร มีจำนวนมาก อย่างผู้ผลิตข้าวมีกว่า 4 ล้านครัวเรือน คำนวณครัวเรือนละ 4 คนตามมาตรฐานก็มีมากถึง 16 ล้านเสียง ไม่นับรวมภาคเกษตรอื่น มันสำปะหลัง ปาล์ม ข้าวโพด ตลอดจนผลไม้แต่ละชนิดทั้งผลิตจำหน่ายในประเทศและส่งออก ฉะนั้น นโยบายเกษตรจึงมีความสำคัญยิ่ง และเป็นแรงผลักสำคัญไม่น้อย ในการลงคะแนนเสียงให้พรรคการเมือง พรรคใดพรรคหนึ่ง
การแข่งขันด้านนโยบายการเกษตรของพรรคการเมือง ไม่ควรมุ่งแข่งเสนอราคาในลักษณะการช่วยเหลือโดยใช้งบประมาณภาครัฐเพียงอย่างเดียว เพราะท้ายที่สุดผลสะสมของงบประมาณด้านนี้ จะบานปลายและไม่เพียงพอในการช่วยเหลือแบบให้เปล่าเพียงอย่างเดียว ซึ่งหาใช่ความต้องการของเกษตรกรอย่างแท้จริงไม่ นโยบายที่ผสมผสานด้านการเกษตร อาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสม
โดยเฉพาะการจัดทำนโยบายที่ครบวงจรตั้งแต่การผลิต เทคโนโลยีจัดการผลผลิต ไปจนถึงการวางแผนการตลาด เพื่อรักษาเสถียรภาพราคา อาจเป็นที่ต้องการและโดนใจเกษตรกรมากกว่า และจะไม่เสียหายหรือกระทบกับฐานคะแนนเสียงของกลุ่มอื่นๆที่อาจมองว่า พรรคการเมืองประกาศ ทุ่มงบช่วยเหลือ โดยไม่ก่อให้เกิดประสิทธิภาพของผลผลิต







