
คนมากับดวง ดูดวงพยากรณ์ วันที่ 4 - 10 ก.พ. 2567
" แม้เป็นพระภิกษุก็มิอาจฝืนดวงชะตาได้ " ดูดวงพยากรณ์ ตั้งแต่ วันที่ 4 -10 ก.พ. 2567 คอลัมน์คนมากับดวง โดย ราชรามัญ
ดวงชะตาเป็นสิ่งที่กรรมเก่าทั้งปวงกำหนด
กรรมปัจจุบันแม้ฝืนได้แต่ก็ไม่อาจหนีพ้น
เหมือนดังชีวิตของ สมเด็จพระสังฆราช (สา ปุสฺสเทโว) วัดราชประดิษฐ์ฯ บวชตั้งแต่เด็ก อยู่วัดนครอินทร์ นนทบุรี เข้ามาเป็นลูกศิษย์ วัดสังเวช สอบเปรียญได้ 2 ประโยค ต่อมาวังหน้าท่านอุปถัมภ์ และสอบได้ครบ 3 ประโยคได้เป็นเปรียญวังหน้า ครั้นมาถวายตัวเป็นลูกศิษย์ พระวชิรญาณ (พระนามในหลวง ร.4 ขณะทรงผนวช) ที่วัดสมอรายหรือวัดราชาธิวาส
สอบเปรียญ 9 ประโยคได้ตั้งแต่เป็นสามเณร จึงเป็นนาคหลวงรูปแรกของกรุงรัตนโกสินทร์ ต่อมาบวชพระที่วัดราชาธิวาส มีพระสุเมธมุนี เป็นพระมอญมาเป็นพระอุปัชฌาย์ พระวชิรญาณ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ต่อมาได้ย้ายไปจำพรรษาวัดบวรนิเวศ ตามพระวชิรญาณ แล้วลาสิกขาบทไปมีครอบครัวแถวนนทบุรี บางตำราว่ามีสองภรรยามีลูกหลายสิบคน
ครั้นพระวชิรญาณ ทรงลาผนวชตามคำทูลเชิญของเหล่าอำมาตย์ให้ขึ้นครองราชย์ เป็นในหลวง ร.4 วันหนึ่งทรงคำนวณดวงชะตาลูกศิษย์โปรดคือนายสา แล้วรับสั่งให้คนไปออกตามหา เมื่อพบแล้วนำมาเข้าเฝ้า
"อยากบวชอีกไหม" ทรงถามนายสา
นายสาตอบว่าอยากบวช ทรงจัดหาอัฐบริขารให้จึงได้บวชอีกครั้งอยู่วัดบวรนิเวศ ความเป็นมหาเปรียญเมื่อลาสิกขาบทก็จบไป อยากเป็นมหาอีกเมื่อมาบวชก็ต้องสอบใหม่ พระสา สามารถสอบรวดเดียวได้ 9 ประโยค จึงมีการเรียกท่านว่า มหาสา 18 ประโยค เพราะสอบสองครั้ง
ต่อมาได้เจริญในพระศาสนาและสูงสุดได้เป็นสมเด็จพระสังฆราช นามว่า สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (สา ปุสฺสเทโว) วัดราชประดิษฐ์ฯ ครั้นสิ้นพระชนม์ ในหลวงร.5 ไม่ตั้งพระสงฆ์รูปใดเป็นพระสังฆราชอีกเลยถึง 11 ปี
สมเด็จพระสังฆราช (อยู่ ญาโณทโย) ท่านอยู่วัดสระเกศ เป็นอีกรูปหนึ่งที่แม่นในโหราศาสตร์ หลายเหตุการณ์ที่ท่านพยากรณ์แม่นมาก คราวหนึ่งได้ตั้งสมเด็จพระสังฆราช (ปลด กิตฺติโสภโณ)วัดเบญจฯ แล้วในปีพ.ศ.2503 ซึ่งมีอายุ 73 ปี แต่สมเด็จพระสังฆราช (อยู่) อายุ 80 ปีเศษ ตอนนั้นยังไม่เป็นสมเด็จพระสังฆราชนะครับ ดำรงราชาคณะที่สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ได้บอกลูกศิษย์ในวัดสระเกศว่า
"ดวงชะตาฉันถึงสมเด็จพระสังฆราชนะฉันต้องได้เป็นอีกองค์" ลูกศิษย์บอกว่า จะเป็นได้อย่างไร ก็สมเด็จสังฆราชวัดเบญจฯ ท่านอายุ 73 ปี อยู่อีกนาน หลวงพ่อ 80 ปีแล้ว
เชื่อไหมว่า อีก 2 ปี สมเด็จพระสังฆราช วัดเบญจฯ หกล้มในห้องน้ำ และสิ้นพระชนม์ในวันนั้น และมีการตั้งสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (อยู่) เป็นสมเด็จพระสังฆราชจริงๆ
ยังมีอีกครับ ท่านเคยพยากรณ์ว่า สามเณรเกี่ยว จะได้เป็นสมเด็จในวัดข้างหน้า (สมเด็จพระพุฒาจารย์ เกี่ยว) แต่มิได้เป็นหนึ่ง อาจหมายถึงการได้เป็นสมเด็จพระสังฆราช ตลอดทั้งพยากรณ์ว่า สมเด็จฯ จวน วัดมกุฏฯ ถ้าเป็นหนึ่งแล้วจะมีภัยทางรถยนต์ หมายถึงถ้าเป็นสมเด็จพระสังฆราชแล้วจะมีภัย แล้วก็เป็นจริงเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์สิ้นพระชนม์
อีกรูปหนึ่ง ที่มีความเก่งในด้านการพยากรณ์ คือ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ วัดสุวรรณาราม ท่านเคยพยากรณ์ว่า พระมหาประสิทธิ์ เขมังกโร วัดจักรวรรดิฯ จะได้เป็นสมเด็จฯ ก็เป็นจริง ปัจจุบันท่านมหาประสิทธิ์ เป็น สมเด็จพระมหาธีราจารย์ วัดเชตุพนฯ หรือวัดโพธิ์ ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ ท่านก็มีความเก่งในด้านโหราศาสตร์เช่นเดียวกัน
ที่เล่าความเกี่ยวกับพระสงฆ์มานี้ เพื่อให้ตระหนักเห็นว่า แม้เป็นผู้ทรงศีลทรงธรรม ในบวรพุทธศาสนา ปฏิบัติกิจสวดมนต์ปานใด ชีวิตก็ยังไม่อาจพ้นลิขิตแห่งดวงชะตาได้ อิทธิพลของดวงชะตามีอิทธิพลต่อชีวิตมนุษย์ทุกคน ทุกฐานะ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เว้นเสียแต่จะบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์เท่านั้น
เลิกคิดที่จะกระทำตนเป็นคนเหนือดวง เพราะนั่นเป็นการฝืนฟ้า เพราะยิ่งฝืนยิ่งหนักในวิบากนั้นๆ เรารู้ดวงชะตาเพื่อมีสติคอยตั้งรับในการใช้ชีวิตมิใช่รู้เพื่อให้เกิดความหวาดกลัวใดๆ
เคยเห็นมานักต่อนัก... ทำตัวเหนือดวง ไม่เชื่อดวง สุดท้ายหายนะทั้งฐานะ การงาน และจิตใจ โหราศาสตร์ ไม่ใช่เรื่องของความเชื่อ แต่เป็นความจริง เป็นวิทยาศาสตร์ของพลังงานดวงดาว เป็นเข็มทิศเล็กๆ ของชีวิต แต่ทรงพลัง ฝากไว้ให้คิด...
แต่ละราศีดีร้ายอย่างไรในรอบสัปดาห์นี้







