thansettakij
thansettakij
สายฟิต ตัวท็อป “ออกกำลังกาย-เล่นกีฬา” อย่างไรให้ปัง

สายฟิต ตัวท็อป “ออกกำลังกาย-เล่นกีฬา” อย่างไรให้ปัง

16 ก.ค. 69 | 07:15 น.
อัปเดตล่าสุด :16 ก.ค. 69 | 07:16 น.

การปลดปล่อยพลังด้วยการเล่นกีฬา ทำให้ร่างกายถูกใช้งานหนักกว่าปกติ ความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บมีโอกาสจะเพิ่มขึ้นตาม หากไม่เตรียมร่างกายให้พร้อม

KEY

POINTS

  • การออกกำลังกายเพื่อเสริมสมรรถภาพทางกายเป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้เล่นกีฬาได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงบาดเจ็บ
  • สาเหตุหลักของการบาดเจ็บมาจากการใช้งานร่างกายหนักเกินไปโดยไม่ได้พัก การเคลื่อนไหวผิดจังหวะ หรือการปะทะกันระหว่างเล่น
  • เมื่อบาดเจ็บควรหยุดพักและปฐมพยาบาลด้วยหลัก RICE (พัก, ประคบเย็น, พันผ้า, ยกสูง) และรีบพบแพทย์หากมีอาการรุนแรง เช่น ปวด บวม แดง หรือเคลื่อนไหวลำบาก

การปลดปล่อยพลังด้วยการเล่นกีฬา ทำให้ร่างกายถูกใช้งานหนักกว่าปกติ ความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บมีโอกาสจะเพิ่มขึ้นตาม หากไม่เตรียมร่างกายให้พร้อม และรู้เท่าทันอาการบาดเจ็บ เพื่อให้การเล่นกีฬาเป็นเรื่องสนุกและปลอดภัย

การเสริมสมรรถภาพทางกาย (Physical Fitness) ไม่ได้หมายถึงการฝึกหนักแบบนักกีฬาอาชีพ แต่เป็นการพัฒนาความพร้อมของร่างกายในด้านต่าง ๆ เช่น ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ความทนทานของระบบหัวใจและหลอดเลือด ความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อและข้อต่อ การทรงตัว รวมถึงความคล่องแคล่วในการเคลื่อนไหว

การเล่นกีฬาเป็นวิธีสร้างความแข็งแรงให้ร่างกาย กล้ามเนื้อ ความทนทานของระบบหัวใจและหลอดเลือด

การออกกำลังกาย-การเล่นกีฬา ต่างกันอย่างไร

การเล่นกีฬาเป็นวิธีสร้างความแข็งแรงให้ร่างกาย แต่ความจริงแล้ว "ร่างกายที่แข็งแรง" เป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้เล่นกีฬาได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นกัน ซึ่งการออกกำลังกายและเล่นกีฬาต่างกันดังนี้

  • การออกกำลังกาย (Exercise): คือการขยับร่างกายแบบมีเป้าหมายเฉพาะเจาะจง เพื่อพัฒนาด้านใดด้านหนึ่ง เช่น ความแข็งแรง ความยืดหยุ่น หรือความอึด
  • กีฬา (Sports): คือกิจกรรมที่ต้องใช้ทั้ง "สมรรถภาพทางกาย" และ "ทักษะเฉพาะตัว"

ถ้าอยากเล่นกีฬาให้สนุกและดึงศักยภาพออกมาได้สูงสุด เราจำเป็นต้อง "ออกกำลังกาย" เพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับ "กีฬา" ชนิดนั้น ๆ

ขับรถต้องเช็กสภาพเครื่องยนต์ เล่นกีฬาก็ต้องเตรียมร่างกาย

1. ลดโอกาสบาดเจ็บ: ร่างกายที่แข็งแรงจะเป็นเกราะป้องกันตัวเองที่ดีที่สุด

2. เล่นได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น: ขยับตัวได้ดีขึ้น เหนื่อยยากขึ้น เล่นสนุกขึ้น

3. เพิ่มโอกาสชนะในการแข่งขัน: รีดศักยภาพออกมาได้เต็มร้อยเมื่อถึงเวลาสำคัญ

ต้องเตรียมร่างกายให้พร้อม และรู้เท่าทันอาการบาดเจ็บ เพื่อให้การเล่นกีฬาเป็นเรื่องสนุกและปลอดภัย

สาเหตุของการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา

แม้การเล่นกีฬาจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่การบาดเจ็บสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน โดยมีตั้งแต่ระดับเล็กน้อย (ฟกช้ำ บวมแดง หายเองได้) ไปจนถึงระดับรุนแรง (กระดูกหัก) ซึ่งสาเหตุหลักที่พบบ่อย ได้แก่

  • อุบัติเหตุระหว่างการเล่น: เกิดจากการเคลื่อนไหวผิดจังหวะ เช่น การเอี้ยวตัว บิดตัวหลบ หรือการปะทะกัน ส่งผลให้ข้อต่อบิดหมุนผิดปกติ หรือกล้ามเนื้อและเอ็นเกิดการฉีกขาด
  • การใช้งานส่วนเดิมซ้ำๆ โดยไม่ได้พัก: การหักโหมใช้งานกล้ามเนื้อ เอ็น หรือกระดูกส่วนเดิมซ้ำ ๆ ร่วมกับการเกิดบาดเจ็บเล็กน้อยสะสม ทำให้เกิดการอักเสบและฉีกขาดได้ เช่น กระดูกหัก

สัญญาณเตือนเจ็บแบบไหนควรรีบพบแพทย์ด่วน

  • มีอาการ ปวด บวม แดง ร้อน (สงสัยว่าจะอักเสบหรือติดเชื้อ)
  • บาดเจ็บรุนแรงจนสงสัยว่า กระดูกหัก ข้อเคลื่อน หรือเนื้อเยื่อฉีกขาด
  • เดินหรือเคลื่อนไหวลำบาก จนกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน (บ่งชี้ว่ามีความรุนแรงมาก)
  • รู้สึกข้อติด ไม่สามารถเหยียดหรือบิดงอข้อต่อได้ตามปกติ
  • บาดเจ็บจากการเล่นกีฬามีแนวทางการรักษาอย่างไร?

การออกกำลังกาย (Exercise) และการเล่นกีฬา (Sports) เป็นวิธีสร้างความแข็งแรงให้ร่างกาย

เมื่อเกิดการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา สิ่งสำคัญคือ หยุดกิจกรรมทันที และการพบแพทย์ตั้งแต่ระยะแรกจะช่วยให้ได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง ลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน และป้องกันการบาดเจ็บเรื้อรังที่อาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตในอนาคต โดยการรักษาจะขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรงของการบาดเจ็บ

1. การรักษาด้วยการไม่ผ่าตัด (สำหรับอาการไม่รุนแรง): เริ่มต้นด้วยการปฐมพยาบาลเบื้องต้นตามหลัก RICE (โดยเฉพาะในช่วง 24-72 ชั่วโมงแรก) ดังนี้:

  • R - Rest: หยุดพักการใช้งานส่วนที่บาดเจ็บทันที
  • I - Ice: ประคบเย็นเพื่อลดปวดและบวม (ห้ามประคบร้อนเด็ดขาดในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก)
  • C - Compression: ใช้ผ้าพันหรือรัดส่วนที่บาดเจ็บเพื่อลดบวม (ไม่ใช่การบีบนวด)
  • E - Elevation: ยกส่วนที่บาดเจ็บให้สูงกว่าระดับหัวใจเพื่อลดอาการบวม

การดูแลเพิ่มเติมโดยแพทย์: อาจมีการจ่ายยาแก้ปวด/ยาคลายกล้ามเนื้อ การฉีดยาลดปวดเฉพาะจุด รวมถึงการทำกายภาพบำบัด ยืดเหยียด และฝึกบริหารเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ

2. การรักษาด้วยการผ่าตัด: ใช้ในกรณีที่ อาการบาดเจ็บมีความรุนแรงสูง เช่น มีการฉีกขาดของส่วนสำคัญ หรือโครงสร้างเสียหายจนส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวและการใช้งานในชีวิตประจำวัน โดยแพทย์จะประเมินตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์เป็นรายบุคคล

3. การป้องกันและฟื้นฟูด้วย "เวชศาสตร์การกีฬา": เวชศาสตร์การกีฬาเป็นศาสตร์ที่ช่วยดูแลนักกีฬาและผู้ที่ออกกำลังกายทั่วไป ทั้งในด้านการป้องกัน ส่งเสริม รักษา และฟื้นฟู โดยมีประโยชน์หลัก ๆ ดังนี้:

ประโยชน์: ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของสมรรถภาพร่างกาย, ฟื้นฟูอาการบาดเจ็บได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการบาดเจ็บซ้ำ

การเตรียมความพร้อม: นอกจากการดูแลกล้ามเนื้อ กระดูก และข้อต่อแล้ว ยังรวมไปถึงการดูแลสภาพจิตใจ การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และการฝึกสมาธิให้จดจ่ออยู่เสมอ

 

ที่มา : โรงพยาบาลกระดูกและข้อ ข้อดีมีสุข