thansettakij
thansettakij
6 วิธีดูแลผู้ป่วย “ฮีทสโตรก” ง่ายๆ ใครๆ ก็ทำได้ ลดอันตรายถึงชีวิต

6 วิธีดูแลผู้ป่วย “ฮีทสโตรก” ง่ายๆ ใครๆ ก็ทำได้ ลดอันตรายถึงชีวิต

12 เม.ย. 69 | 06:51 น.
อัปเดตล่าสุด :12 เม.ย. 69 | 06:54 น.

6 วิธีดูแลผู้ป่วย “ฮีทสโตรก” ง่ายๆ ใครๆ ก็ทำได้ ลดอันตรายถึงชีวิต : Tricks for Life

สภาพอากาศร้อนจัดในประเทศไทย ส่งผลให้เกิด “ภาวะเจ็บป่วยจากความร้อน” (Heat-related illness) หนึ่งในภาวะที่มีความรุนแรงที่สุดคือ “ฮีทสโตรก” (Heatstroke) หรือ “โรคลมแดด” ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องได้รับการดูแลอย่างทันท่วงที

นพ. วีระพล บ่อหิรัญรัตน์ อายุรแพทย์เวชบำบัดวิกฤต  โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล ให้ข้อมูลว่า ภาวะนี้เกิดขึ้นเมื่อระบบควบคุมอุณหภูมิของร่างกายไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ส่งผลให้ อุณหภูมิแกนกลางของร่างกาย (core body temperature) สูงเกิน 40 องศาเซลเซียส และอาจส่งผลกระทบต่อระบบสำคัญของร่างกาย เช่น ระบบประสาท ระบบไหลเวียนโลหิต และอวัยวะสำคัญหลายระบบ หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้

ฮีทสโตรก (Heatstroke) คืออะไร

ฮีทสโตรก (Heatstroke) เป็นภาวะที่เกิดจากการที่ร่างกายได้รับความร้อนสะสมมากเกินไป จนระบบควบคุมอุณหภูมิภายในร่างกายล้มเหลว (thermoregulatory failure) ส่งผลให้อุณหภูมิร่างกายเพิ่มสูงอย่างรวดเร็ว

ภาวะดังกล่าวอาจเกิดขึ้นจากหลายปัจจัย เช่น

  • การอยู่กลางแดดเป็นเวลานาน
  • การทำกิจกรรมหรือออกกำลังกายหนักในสภาพอากาศร้อน
  • สภาพอากาศที่มีทั้งอุณหภูมิสูงและความชื้นสูง
  • ภาวะขาดน้ำ

เมื่ออุณหภูมิในร่างกายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ร่างกายจะไม่สามารถระบายความร้อนผ่านเหงื่อหรือการไหลเวียนเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้เกิดความผิดปกติของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย

6 วิธีดูแลผู้ป่วย “ฮีทสโตรก” ง่ายๆ ใครๆ ก็ทำได้ ลดอันตรายถึงชีวิต

อาการของฮีทสโตรกที่ควรสังเกต

อาการของฮีทสโตรกมักเริ่มจากอาการของความเครียดจากความร้อน (heat stress) ก่อน และอาจรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว อาการที่พบได้ ได้แก่

  • อุณหภูมิร่างกายสูงผิดปกติ
  • ไม่มีเหงื่อออกแม้อยู่ในสภาพอากาศร้อน
  • กระหายน้ำอย่างมาก
  • ปวดศีรษะ หรือเวียนศีรษะ
  • หน้ามืด หรือรู้สึกอ่อนแรงผิดปกติ
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • หัวใจเต้นเร็ว
  • หายใจเร็วหรือหอบ
  • ผิวหนังแดงหรือร้อน
  • กระสับกระส่าย สับสน หรือซึมลง

ในบางกรณี หากภาวะรุนแรงขึ้น อาจเกิด

  • อาการชัก
  • หมดสติ
  • ภาวะหัวใจหยุดเต้น

เนื่องจากฮีทสโตรกสามารถดำเนินโรคได้อย่างรวดเร็ว การรับรู้สัญญาณเตือนและได้รับการประเมินทางการแพทย์อย่างเหมาะสมจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

การปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อสงสัยภาวะฮีทสโตรก

หากพบผู้ที่มีอาการสงสัยภาวะฮีทสโตรก ควรดำเนินการช่วยเหลือเบื้องต้นเพื่อช่วยลดอุณหภูมิร่างกาย พร้อมทั้งรีบนำส่งโรงพยาบาล

แนวทางการช่วยเหลือเบื้องต้น ได้แก่

1. เคลื่อนย้ายผู้มีอาการไปยังบริเวณที่ร่มหรือมีอากาศถ่ายเท

2. ให้ผู้ป่วยนอนราบ และยกขาเล็กน้อยเพื่อช่วยการไหลเวียนเลือด

3. คลายเสื้อผ้าให้หลวมเพื่อลดการกักเก็บความร้อน

4. ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดตัว โดยเฉพาะบริเวณคอ รักแร้ และศีรษะ

5. ใช้พัดลมหรืออุปกรณ์ช่วยระบายความร้อน

6. หากผู้ป่วยรู้สึกตัวดี อาจให้จิบน้ำเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ

หลังจากการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ควร รีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด เพื่อให้แพทย์ประเมินอาการและให้การดูแลตามความเหมาะสม

กลุ่มบุคคลที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดฮีทสโตรก

แม้ว่าภาวะฮีทสโตรกสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่มีบางกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงกว่าปกติ ได้แก่

  • ผู้สูงอายุ
  • เด็กเล็ก
  • นักกีฬา หรือผู้ที่ออกกำลังกายกลางแจ้ง
  • ผู้ที่ทำงานกลางแจ้งหรือในสภาพแวดล้อมที่ร้อน
  • ผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอ
  • ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ

ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น

  • โรคหัวใจ
  • โรคความดันโลหิตสูง
  • โรคเบาหวาน
  • โรคอ้วน

ในทางคลินิก แพทย์มักพิจารณาปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ร่วมกับอาการทางร่างกายและสภาพแวดล้อม เพื่อประเมินความรุนแรงของภาวะที่เกิดขึ้น

แนวทางการป้องกันฮีทสโตรกในชีวิตประจำวัน

แม้ว่าภาวะฮีทสโตรกจะเป็นภาวะที่มีความรุนแรง แต่ในหลายกรณีสามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ได้แก่

  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงอากาศร้อนจัด
  • ควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน โดยเฉพาะในช่วงกลางวันที่มีอุณหภูมิสูง หากจำเป็นต้องทำกิจกรรม ควรเลือกช่วงเวลาเช้าตรู่หรือช่วงเย็น
  • ดื่มน้ำอย่างเพียงพอ
  • การดื่มน้ำอย่างเหมาะสมช่วยลดความเสี่ยงภาวะขาดน้ำ โดยเฉพาะในผู้ที่ทำงานใช้แรงหรือออกกำลังกาย อาจต้องเพิ่มปริมาณน้ำตามความเหมาะสมของกิจกรรม
  • หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำ
  • เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์หรือคาเฟอีน เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กาแฟ หรือเครื่องดื่มกระตุ้น อาจเพิ่มการขับปัสสาวะและทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำมากขึ้น
  • เลือกสวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี
  • เสื้อผ้าที่มีเนื้อผ้าเบาบาง ระบายอากาศได้ดี และไม่รัดแน่น สามารถช่วยให้ร่างกายระบายความร้อนได้ดีขึ้น
  • ป้องกันร่างกายจากแสงแดด
  • การสวมหมวก แว่นกันแดด หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันแสงแดด สามารถช่วยลดการรับความร้อนจากแสงแดดโดยตรง