thansettakij
thansettakij
เหนื่อยง่าย ไม่รู้สาเหตุ เสี่ยง ‘โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ’

เหนื่อยง่าย ไม่รู้สาเหตุ เสี่ยง ‘โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ’

20 ก.พ. 2569 | 21:32 น.

เหนื่อยง่าย ไม่รู้สาเหตุ เสี่ยง ‘โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ’ : Tricks for Life

“โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ” เป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้มากขึ้น โดยเฉพาะในผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว หนึ่งในชนิดที่พบบ่อยและมีความเสี่ยงสูงคือโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิด AF  ซึ่งการตรวจพบตั้งแต่ระยะแรกช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น โรคหลอดเลือดสมองและโรคหัวใจล้มเหลว ในระยะยาวได้อย่างมีนัยสำคัญ

โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ ชนิด AF : เป็นภาวะที่หัวใจห้องบนเต้นเร็วและไม่สม่ำเสมอ ส่งผลให้การบีบตัวของหัวใจไม่มีประสิทธิภาพ เลือดอาจคั่งค้างอยู่ในหัวใจห้องบนและเกิดลิ่มเลือดได้ง่าย หากลิ่มเลือดหลุดไปอุดตันหลอดเลือดสมอง อาจทำให้เกิดอัมพฤกษ์หรืออัมพาตได้

ลักษณะสำคัญของโรคนี้คือ บางรายหัวใจอาจเต้นเร็ว บางรายหัวใจเต้นช้าหรือแรงสลับเบา ซึ่งแตกต่างจากการเต้นของหัวใจปกติอย่างชัดเจน

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงมีหลากหลาย ได้แก่

  • ความเสื่อมของระบบไฟฟ้าหัวใจตามอายุ
  • โรคความดันโลหิตสูง
  • โรคหลอดเลือดหัวใจ
  • โรคลิ้นหัวใจ
  • เบาหวาน
  • ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
  • การดื่มแอลกอฮอล์หรือสูบบุหรี่เป็นเวลานาน

อาการที่พบบ่อย

ผู้ป่วยบางรายอาจไม่มีอาการเลย ทำให้ไม่รู้ตัวว่ามีความผิดปกติของหัวใจ ขณะที่บางรายอาจมีอาการ เช่น

  • ใจสั่น เหมือนหัวใจเต้นแรงหรือเต้นสะดุด
  • เหนื่อยง่ายกว่าปกติ
  • เวียนศีรษะ หน้ามืด
  • แน่นหน้าอก หรือหายใจไม่อิ่ม

หากมีอาการเหล่านี้เกิดขึ้นบ่อยหรือเป็นซ้ำ ควรเข้ารับการตรวจหัวใจอย่างละเอียด

เหนื่อยง่าย ไม่รู้สาเหตุ เสี่ยง ‘โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ’

ทำไมโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ ชนิด AF ถึงอันตราย

ความเสี่ยงสำคัญของโรคนี้คือ การเกิดลิ่มเลือดในหัวใจ ซึ่งเพิ่มโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดสมองมากกว่าคนทั่วไปราว ๆ 5 เท่า นอกจากนี้ยังอาจทำให้หัวใจทำงานผิดปกติ จนนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลวในระยะยาว

ซึ่งการตรวจพบตั้งแต่ระยะแรกและได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม จะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้ได้อย่างมาก

การวินิจฉัย : แพทย์จะประเมินจากอาการ ประวัติสุขภาพ และการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) ในบางรายอาจต้องมีการตรวจเพิ่มเติม เช่น

  • การติดเครื่องบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจแบบพกพา
  • การตรวจอัลตราซาวด์หัวใจ
  • การตรวจเลือดเพื่อหาปัจจัยเสี่ยงร่วม
  • แนวทางการรักษาในปัจจุบัน
  • การรักษาขึ้นอยู่กับอาการ ความรุนแรง และความเสี่ยงของผู้ป่วยแต่ละราย โดยอาจประกอบด้วย
  • การใช้ยาควบคุมจังหวะและอัตราการเต้นของหัวใจ
  • การใช้ยาละลายลิ่มเลือด เพื่อลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง

เหนื่อยง่าย ไม่รู้สาเหตุ เสี่ยง ‘โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ’

การรักษาด้วยการจี้ไฟฟ้าหัวใจ (Catheter Ablation) เป้าหมายสำคัญของการรักษาคือ ควบคุมจังหวะหัวใจให้ปกติ ลดอาการ และป้องกันภาวะแทรกซ้อนระยะยาว ซึ่งปัจจุบัน สามารถรักษาด้วยวิธีนี้เป็นขั้นตอนแรกได้ โดยไม่จำเป็นต้องลองรักษาด้วยยาก่อนก็ได้ อีกทั้งยังมีโอกาสควบคุมให้จังหวะหัวใจปกติได้ถึง 80-90% โดยเฉพาะเมื่อรักษาในระยะแรก ๆ ของโรค และเป็นการรักษาที่มีแผลเล็ก ระยะพักฟื้นสั้น ความเสี่ยงในการภาวะแทรกซ้อนน้อยเพียง 1%

 

ขอบคุณ : รพ.เวชธานี อินเตอร์เนชันแนล