thansettakij
thansettakij
รู้หรือไม่ ‘มัทฉะ’ มีคาเฟอีนน้อย แต่ทำให้สมองตื่นตัวนานกว่า ‘กาแฟ’

รู้หรือไม่ ‘มัทฉะ’ มีคาเฟอีนน้อย แต่ทำให้สมองตื่นตัวนานกว่า ‘กาแฟ’

รู้หรือไม่ ‘มัทฉะ’ มีคาเฟอีนน้อย แต่ทำให้สมองตื่นตัวนานกว่า ‘กาแฟ’ : Tricks for Life

Matcha หรือ มัทฉะ มีต้นกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่น เป็นผงชาละเอียดที่มีกระบวนการอย่างพิถีพิถัน ซึ่งก่อนจะเก็บเกี่ยวใบชาเขียว มีการคลุมต้นชาเพื่อไม่ให้โดนแสงแดดประมาณ 2 – 4 สัปดาห์ เพื่อให้ใบชาผลิตคลอโรฟิลล์และกรดอะมิโนมากขึ้น หลังจากนั้นนำใบชามาบดเป็นผงละเอียด

การบดใบชามีหลากหลายวิธีต่างกันไป ทั้ง การบดด้วยโม่หิน บดด้วยลูกกลิ้ง และบดด้วยใบมีด ได้เป็นผงสีเขียวจากการที่มีปริมาณคลอโรฟิลล์สูง นอกจากนี้มัทฉะยังมีคาเฟอีนที่น้อยกว่ากาแฟ แต่ช่วยให้สมองตื่นตัวได้นานกว่ากาแฟ โดยมัทฉะประมาณ 2 กรัม  ให้คาเฟอีน 40 - 70 มิลลิกรัม และเมื่อร่างกายค่อย ๆ ดูดซึมจะทำให้อยู่ได้นาน 4 – 5 ชั่วโมง

ข้อแตกต่างสำคัญระหว่าง “มัทฉะ-กาแฟ”

ปริมาณคาเฟอีน: กาแฟมีคาเฟอีนสูงกว่ามัทฉะในปริมาณการชงต่อแก้วเท่ากัน

การออกฤทธิ์: มัทฉะปล่อยคาเฟอีนออกมาอย่างช้าๆ ทำให้สดชื่นยาวนาน 3-6 ชั่วโมง ส่วนกาแฟคาเฟอีนจะพุ่งสูงอย่างรวดเร็วและหมดฤทธิ์เร็วกว่า

ผลข้างเคียง: มัทฉะมักไม่ทำให้ใจสั่นหรือกระวนกระวาย เพราะมีสารแอล-ธีอะนีน (L-theanine) ช่วยให้สมองผ่อนคลายและมีสมาธิ

ประโยชน์สุขภาพ: มัทฉะมีสารต้านอนุมูลอิสระ EGCG สูง ซึ่งช่วยลดการอักเสบและบำรุงผิวพรรณ

ผงละเอียดของมัทฉะ ที่ถูกนำมาทำเป็นเครื่องดื่มหลากหลายเมนู ไม่เพียงมอบความสุขในการดื่มเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์มากมายที่ดีต่อสุขภาพ อาทิ

  • เพิ่มพลังงานและความตื่นตัวจากคาเฟอีนในมัทฉะ
  • กระตุ้นการเผาผลาญ
  • ลดคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี LDL
  • ลดระดับน้ำตาลในเลือด
  • มีสารต้านอนุมูลอิสระ อย่างคาเทชิน (Catechins) ช่วยปกป้องเซลล์จากความเสื่อม
  • ส่งเสริมการทำงานของระบบประสาทและสมอง
  • เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน
  • ช่วยขับของเสียออกจากร่างกาย จากคลอโรฟิลล์ที่สูง

อีกหนึ่งสิ่งที่มักจะได้ยินอย่าง โทนของมัทฉะ ที่มี Top Note โดดเด่น 2 โทน ทั้ง โทนถั่ว และ โทนสาหร่าย ซึ่งความแตกต่างของทั้ง 2 กลิ่นนี้ มีผลมาจากทั้งการปลูก การเก็บเกี่ยว และการบด

 

ที่มา : กิฟฟารีน