thansettakij
‘มะเร็งถุงนํ้าดี’ ป้องกันและรับมือได้ หากรู้เท่าทัน

‘มะเร็งถุงนํ้าดี’ ป้องกันและรับมือได้ หากรู้เท่าทัน

15 ก.พ. 2569 | 09:30 น.
อัปเดตล่าสุด :15 ก.พ. 2569 | 09:50 น.

‘มะเร็งถุงนํ้าดี’ ป้องกันและรับมือได้ หากรู้เท่าทัน : Tricks for Life

“มะเร็งถุงน้ำดี” เป็นมะเร็งที่พบไม่บ่อยเมื่อเทียบกับมะเร็งชนิดอื่น แต่มีความรุนแรงสูง เนื่องจากในระยะแรกมักไม่มีอาการชัดเจน ผู้ป่วยจำนวนมากจึงมาพบแพทย์เมื่อโรคอยู่ในระยะลุกลาม ส่งผลให้โอกาสรักษาให้หายขาดลดลงอย่างมาก

“ถุงน้ำดี” เป็นอวัยวะขนาดเล็ก อยู่ใต้ตับ ทำหน้าที่เก็บน้ำดีซึ่งใช้ในการย่อยไขมัน ผนังด้านในของถุงน้ำดีประกอบด้วยเซลล์เยื่อบุผิว ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มะเร็งถุงน้ำดีส่วนใหญ่มักเริ่มต้น เมื่อถุงน้ำดีเกิดการอักเสบเรื้อรัง เซลล์จะถูกกระตุ้นให้แบ่งตัวซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน เพิ่มโอกาสเกิดความผิดพลาดของสารพันธุกรรม และพัฒนาไปสู่การกลายเป็นเซลล์มะเร็งในที่สุด

ประเทศไทยพบโรคในกลุ่มมะเร็งทางเดินน้ำดีค่อนข้างมาก ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การพบพยาธิใบไม้ตับในบางพื้นที่, พฤติกรรมการบริโภคอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ, จำนวนผู้ที่มีนิ่วในถุงน้ำดีเพิ่มขึ้นตามอายุมะเร็งถุงน้ำดีจึงไม่ใช่โรคไกลตัว แต่เป็นภัยเงียบที่ควรให้ความสำคัญ

ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ ได้แก่ เป็นนิ่วในถุงน้ำดี, ถุงน้ำดีอักเสบเรื้อรัง, ผนังถุงน้ำดีมีหินปูนเกาะ (Porcelain gallbladder), ติ่งเนื้อในถุงน้ำดี (Gallbladder Polyp), อายุที่มากขึ้น ระบบซ่อมแซม DNA เสื่อม, เพศหญิง ฮอร์โมนเอสโตรเจนสัมพันธ์กับนิ่ว เอสโตรเจนเพิ่มคอเลสเตอรอลในน้ำดี ทำให้น้ำดีตกตะกอนง่ายและเกิดเป็นนิ่ว, พยาธิใบไม้ตับ และ ประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งทางเดินน้ำดี

‘มะเร็งถุงนํ้าดี’ ป้องกันและรับมือได้ หากรู้เท่าทัน

อาการเตือนในระยะแรก คือ จะรู้สึกแน่นหรือปวดชายโครงขวา ท้องอืด อาหารไม่ย่อย คล้ายอาการนิ่วถุงน้ำดี ขณะที่ระยะลุกลาม จะปวดท้องต่อเนื่อง ตัวเหลือง ตาเหลือง คันตามผิวหนัง ปัสสาวะสีเข้ม อุจจาระสีซีด น้ำหนักลด เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย หากมีอาการเหล่านี้ต่อเนื่องเกิน 2-4 สัปดาห์ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติม

การตรวจวินิจฉัย สามารถทำได้โดย อัลตราซาวด์ช่องท้อง, เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan), MRI หรือ MRCP, การตัดชิ้นเนื้อพิสูจน์ชนิดเซลล์, ตรวจเลือด เช่น ค่าเอนไซม์ตับ และสารบ่งชี้มะเร็ง (CA19-9, CEA)

ขณะที่การรักษาสามารถทำได้โดย การผ่าตัด ซึ่งเป็นวิธีที่ให้โอกาสหายขาดมากที่สุด หากตรวจพบในระยะต้น, เคมีบำบัด ใช้หลังผ่าตัดเพื่อกำจัดเซลล์มะเร็งที่เหลืออยู่ หรือใช้ควบคุมโรคในรายที่ผ่าตัดไม่ได้, รังสีรักษา ช่วยลดขนาดก้อนหรือบรรเทาอาการ และการรักษาแบบประคับประคอง เช่น ใส่ท่อระบายน้ำดี ควบคุมอาการปวด ดูแลโภชนาการ และฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย

บทบาทของการรักษาแบบผสมผสาน (Integrative / Holistic Care) คือการนำศาสตร์ทางการแพทย์แผนปัจจุบันมาทำงานร่วมกับการดูแลเสริมด้านโภชนาการ ไลฟ์สไตล์ และการฟื้นฟูร่างกาย โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมประสิทธิภาพการรักษาหลัก ลดผลข้างเคียง และเพิ่มคุณภาพชีวิต

แนวทางที่ใช้บ่อย ได้แก่ 1. โภชนาการบำบัดเฉพาะบุคคล 2. การเสริมวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระอย่างเหมาะสม 3. การดูแลระบบลำไส้และจุลชีพ (Microbiome) 4. การฟื้นฟูภูมิคุ้มกัน และ 5. การดูแลด้านจิตใจและอารมณ์

มะเร็งถุงน้ำดีเป็นโรคที่เงียบแต่รุนแรง กุญแจสำคัญที่สุดคือ การรู้ความเสี่ยง ตรวจให้เร็ว และรักษาอย่างครบวงจรเมื่อผสานการแพทย์แผนปัจจุบันกับการดูแลแบบองค์รวมอย่างเหมาะสม จะช่วยเพิ่มโอกาสควบคุมโรค และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้อย่างมีนัยสำคัญ