สัญญาณขาด ควบรวม TRUE-DTAC สะดุด

30 ส.ค. 2565 | 22:00 น.

คอลัมน์เมาธ์ทุกอำเภอ by…เจ๊เมาธ์

*** การเลื่อนการประชุมเพื่อลงมติเรื่องควบรวมกิจการระหว่าง TRUE และ DTAC ของคณะกรรมการ กสทช. ออกไปเรื่อยๆ ดูเหมือนจะไม่ใช่สัญญาณที่ดีเลยสักนิดของทั้งสองบริษัท และดูเหมือนว่า จะกลายเป็นเผือกร้อนที่กรรมการ กสทช. ไม่อยากยุ่งหรือไม่ต้องการเกี่ยวข้อง ซึ่งเมื่อผู้มีอำนาจที่จะอนุมัติเพียงรายเดียวออกอาการขยาด...ไม่อยากยุ่งด้วย มันก็เป็นไปได้ว่างานวิวาห์ของทั้ง TRUE และ DTAC ที่เคยฝันว่า “เรือล่มในหนอง ทองจะไปไหน” อาจจะต้องกลายเป็น “วิวาห์ล่ม” แทนก็เป็นได้
 

อย่างที่เจ๊เมาธ์เคยบอกไปแล้วว่า การควบรวมกิจการของทั้ง TRUE และ DTAC จะทำให้ผู้เล่นในตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่จากเดิมที่มี ADVANC TRUE และ DTAC เพียง 3 ราย ซึ่งน้อยอยู่แล้วกลับกลายเป็นเหลือแค่ 2 บริษัท ซึ่งแม้จะไม่มีการลงนามเป็นลายลักษณ์อักษร แต่ถ้าหากทั้งสองบริษัทแยกกันทำตลาดเฉพาะในพื้นที่ที่ตัวเองได้เปรียบ ก็จะทำให้การแข่งขันที่พอจะมีอยู่บ้าง กลับกลายเป็นการทำธุรกิจแบบกึ่งผูกขาด ซึ่งผู้ที่จะเสียเปรียบมากที่สุด ก็คือ ผู้บริโภคอย่างที่หลายคนเคยบอกไว้ว่า “การควบรวมไม่เคยส่งเสริมการแข่งขัน” นั่นเอง 

ดังนั้น เมื่อสัญญาณของการควบรวมกันเริ่มไม่ชัดเจน ก็หมายความว่าผลประโยชน์ทางธุรกิจที่เคยประกาศจะได้ก็เริ่มไม่ชัดเจนตามไปด้วย ซึ่งก็หมายความว่า ท้ายที่สุดแล้วราคาหุ้นของทั้ง TRUE และ DTAC ก็อาจจะไม่เป็นไปอย่างที่คิดกันแล้วนะคะ มาทรงนี้เจ๊เมาธ์ขอถอยออกมาดูห่างอีกสักนิดแล้วค่ะ  


*** เจ๊เมาธ์ยังคงยืนยันว่า PTTEP ยังเป็นหุ้นที่มีอนาคตไกล อย่างแรกคือ สงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ที่ลากยาวมากว่าครึ่งปีทำให้ราคาสินค้าพลังงานที่ทาง PTTEP เป็นผู้ผลิตไม่ว่าจะเป็นน้ำมันดิบ หรือ ก๊าซธรรมชาติ ต่างก็ถูกดันราคาขึ้นมาสูงมากตั้งแต่ต้นปีและน่าจะยังสูงต่อไปอีกจนกว่าสงครามจะจบ อย่างที่สองคือ การที่กลุ่มโอเปคพลัส ซึ่งมีทั้งรัสเซีย และ แคนาดา เป็นสมาชิกอยู่ด้วยมีแนวโน้มว่าจะลดกำลังการผลิต เพื่อกดดันให้ราคาน้ำมันดิบทรงตัว หรือสูงกว่านี้ต่อไปอีก ส่วนเรื่องที่สามคือ ฤดูหนาวจะทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าของยุโรปมีมากกว่าปกติ ส่งผลให้ความต้องการทั้งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งกรณีนี้นักวิเคราะห์มองกันว่า กำไรไตรมาส 3/65 ที่ปรับลงเนื่องจากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ จะเริ่มกลับมาดีขึ้นในช่วงปลายปี และจะยาวไปจนถึงครึ่งแรกของปี 2566 โน้นเลย ดังนั้นแล้วกำไรของ PTTEP และราคาหุ้นของ PTTEP ก็น่าจะยังดีไปจนถึงปีหน้าด้วยเช่นเดียวกัน 

*** หลังการจับมือกับ SABUY ก็ดูเหมือนว่าราคาหุ้นของ TSR จะปรับราคาขึ้นสูงมาตลอด แต่หากจะว่ากันตามตรงเจ๊เมาธ์กลับมองแค่ว่า การจับมือนี้แม้ว่าอาจจะสามารถสร้างช่องทางในการขายใหม่ให้เพิ่มมากขึ้นได้บ้าง แต่ที่ว่ามาแล้วนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้ทั้งรายได้และกำไรของ TSR ดีขึ้นได้อย่างที่ควรจะเป็น และหากมองไปที่ทั้งรายได้และกำไรในครึ่งแรกของปี ก็จะพบว่าในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา รายได้ของบริษัทก็ยังไม่ดีนัก ขณะที่กำไรในช่วงครึ่งปีแรกก็แค่พอไปได้เท่านั้น ดังนั้น เจ๊เมาธ์จึงมองว่าการขยับราคาหุ้นของ TSR ในรอบนี้จึงมีอะไรที่นักลงทุนอาจจะต้องระวังเอาไว้บ้างนะคะ หุ้นแบบนี้แนะนำว่าต้องเล่นเร็วเป็นหลักเท่านั้นค่ะ
 

*** แวดวงคนมีชื่อเสียง ฉาวโฉ่ไม่เลิก คราวนี้หวยไปออกที่ “อภิดิศร์ ปาจรียางกูร” หรือ เอ็ม ถูก น.ส.แนน (นามสมมติ) อายุ 22 ปี ดารานักร้องนักแสดง เข้าแจ้งความดำเนินคดีกล่าวหา วางยาข่มขืนกระทำชำเรา ในพลูวิลล่าแห่งหนึ่ง เมื่อวันที่ 9 ส.ค.ที่ผ่านมา แต่เพิ่งมาแจ้งความ ซึ่งตัว “หนุ่มเอ็ม” ปฏิเสธและบอกว่าถูกแบล็กเมล์จากสาวน้อย
  

ตามดูประวัติ เจ๊เมาธ์ว่า “หนุ่มเอ็ม” ไม่ธรรมดา นอกจากจะเป็นลูกหลานคนในตระกูลดัง อดีตผู้ถือหุ้นใหญ่ในตลาดหุ้น “อภิดิศร์” หรือนายเอ็ม คนนี้ยังเป็นหลานชายตระกูลดัง เส้นสายนักการเมืองตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน เพราะเป็นคนในตระกูลของ “อุปกิต ปาจรียางกูร” สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) อดีตสามี “เอ๋ ปารีณา ไกรคุปต์”  
 

“อุปกิต” ผู้กว้างขวางเหนือสุดชายแดนไทย แม่สาย-เชียงราย คอนเน็กซ์ชั่นเป็นเลิศกับรัฐบาลทหารของพม่า ก่อนดำรงตำแหน่ง ส.ว. เคยเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และยังเคยเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ของ บริษัท ยูไนเต็ด เพาเวอร์ ออฟ เอเชีย จำกัด (UPA) ในตลาดหุ้น...ประวัติ นายเอ็ม หลานชายตระกูลนี้ จึงไม่ธรรมดาเลยใช่มั้ยคร้าา
 

แล้ว “หนุ่มเอ็ม” คนนี้ ไม่ได้ลอยชายไปมาวันๆ นะค่ะ ปัจจุบันเจ้าตัวดำรงตำแหน่ง Chairman & CEO ของ Aphi Enterprise ทำธุรกิจหลายอย่างด้านบันเทิง เช่น จัดคอนเสิร์ตนำเข้าศิลปินเกาหลี วง B.A.P. มาให้วัยรุ่นเด็กไทย ได้กรี๊ดๆ กัน...โดนกล่าวหาแบบนี้ ชื่อเสียงตระกูล ส.ว. ป่นปี้ ค่ะ 


หน้า 13 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 42 ฉบับที่ 3,814 วันที่ 1 - 3 กันยายน พ.ศ. 2565