thansettakij
thansettakij
ก้าวถัดไปของสาธารณสุขไทย จากการตรวจมะเร็งแบบเดิม สู่ยุค Liquid Biopsy

ก้าวถัดไปของสาธารณสุขไทย จากการตรวจมะเร็งแบบเดิม สู่ยุค Liquid Biopsy

ก้าวถัดไปของสาธารณสุขไทย จากการตรวจมะเร็งแบบเดิม สู่ยุค Liquid Biopsy คอลัมน์ ชีวิตบั้นปลายของชายชรา โดย ดร.กริช อึ้งวิฑูรสถิตย์

KEY

POINTS

  • มะเร็งยังเป็นความท้าทายใหญ่ของไทย โดยเฉพาะในสังคมสูงวัยที่มีความเสี่ยงต่อโรคเพิ่มขึ้น ขณะที่ผู้สูงอายุจำนวนมากมีโรคร่วม ทำให้การตรวจด้วยวิธีดั้งเดิมมีความเสี่ยงและข้อจำกัดสูง
  • Liquid Biopsy คือทางเลือกสำคัญสู่การตรวจพบมะเร็งตั้งแต่เนิ่น ๆ ด้วยการเจาะเลือดแทนการตัดชิ้นเนื้อ ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลมะเร็ง สนับสนุนการเลือกยาที่เหมาะสม และติดตามการกลับมาเป็นซ้ำของโรคได้อย่างแม่นยำมากขึ้น
  • CytoAurora Biotechnology มีศักยภาพเป็นนวัตกรรมทางรอดของระบบสาธารณสุขไทย ช่วยให้ผู้สูงอายุเข้าถึงการตรวจได้ง่าย ลดภาระผู้ดูแล ลดความเหลื่อมล้ำระหว่างพื้นที่ และมีโอกาสช่วยลดต้นทุนรวมของระบบสาธารณสุขในระยะยาว

เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ผมมีแขกผู้ใหม่ที่มีความสำคัญท่านหนึ่ง ได้แวะมาเยี่ยมเยือนผมที่บริษัท ท่านได้สอบถามถึงธุรกิจใหม่ที่ผมดำเนินการอยู่ นั่นคือ บริษัท CytoAurora Biotechnology (Thailand) จำกัด ซึ่งเป็นการนำเอาเทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรมใหม่มาใช้ในการตรวจหาเชื้อมะเร็งในเม็ดเลือด ว่าผมมีแนวคิดอย่างไรถึงได้กระโดดมาทำธุรกิจนี้ ผมจึงบอกท่านไปว่า ผมจบมาทางด้านสาธารณสุขศาสตร์ จึงมองเห็นความสำคัญดังกล่าว เมื่อมีโอกาสในการทำ ผมจึงไม่ลังเลใจที่จะกระโดดเข้ามาทำครับ

ในวันนี้แม้ระบบสาธารณสุขไทยจะได้รับการยอมรับในระดับสากล และประสบความสำเร็จอย่างมากในการขับเคลื่อนนโยบาย “มะเร็งรักษาได้ทุกที่” (Cancer Anywhere) เพื่อลดอุปสรรคเรื่องสิทธิการรักษา แต่ในความเป็นจริง “โรคมะเร็ง” ก็ยังคงครองแชมป์สาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของคนไทยมาอย่างยาวนาน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี ปัญหาสำคัญของระบบไม่ได้ อยู่ที่เราขาดแคลนยารักษาที่มีคุณภาพ แต่อยู่อัตราการตรวจพบโรคใน “ระยะลุกลาม” หรือในระยะท้ายๆ ซึ่งเป็นระยะที่การรักษาทำได้ยากมาก มีค่าใช้จ่ายสูง และโอกาสในการรักษาหายขาดลดลงอย่างน่าเสียดายครับ

ความท้าทายนี้ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น และซับซ้อนมากยิ่งขึ้น เมื่อประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่ “สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์” (Aged Society) อย่างเต็มตัว และอีกไม่กี่ปีข้างหน้าก็จะเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยในระดับซุปเปอร์ เนื่องจาก “อายุที่เพิ่มขึ้น” คือปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุดของการเกิดโรคมะเร็ง ผู้สูงอายุกลายเป็นกลุ่มประชากรขนาดใหญ่ที่สุด ที่จะต้องเผชิญกับโรคร้ายนี้ ทว่าธรรมชาติของผู้สูงวัย มักมาพร้อมกับภาวะโรคเรื้อรังร่วม (Comorbidities) เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน หรือโรคไต ซึ่งทำให้การตรวจวินิจฉัยมะเร็งด้วยวิธีการมาตรฐานแบบดั้งเดิม ก็จะกลายเป็นความเสี่ยงอันตรายถึงชีวิตได้มากขึ้นเป็นเงาตามตัวครับ

หัวใจของการต่อสู้กับโรคมะเร็ง จึงอยู่ที่การตรวจเจอให้เร็วที่สุด (Early Detection) ทว่ากระบวนการวินิจฉัย และติดตามโรคในปัจจุบัน ยังคงพึ่งพา “การตัดชิ้นเนื้อส่งตรวจ” (Tissue Biopsy) แม้จะเป็นวิธีที่ได้ผลแม่นยำ แต่ก็แลกมาด้วยข้อจำกัดและภาระมหาศาล โดยเฉพาะกับผู้สูงอายุที่ร่างกายทรุดโทรม การต้องดมยาสลบ เพื่อผ่าตัดหรือใช้เข็มเจาะเข้าไปสู่ร่างกายเพื่อตัดเอาก้อนเนื้อ เสี่ยงต่อภาวะเลือดออกหยุดยาก การติดเชื้อและการกระจายของเนื้อร้าย หรือภาวะแทรกซ้อนรุนแรง ยิ่งไปกว่านั้น ในผู้ป่วยสูงวัยบางราย ที่มีตำแหน่งก้อนเนื้ออยู่ในจุดอันตราย หรือมีร่างกายอ่อนแอเกินกว่าจะรับหัตถการได้ แพทย์อาจจำเป็นต้องปฏิเสธการตัดชิ้นเนื้อ ทำให้ผู้สูงวัยที่ป่วยอยู่ เสียโอกาสในการเข้าถึงการรักษาที่ถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้นครับ

ความท้าทายเชิงระบบในยุคสังคมสูงวัยนี้ กำลังจะถูกปลดล็อกด้วยนวัตกรรมทางรอดใหม่อย่าง “Liquid Biopsy” หรือการตรวจวิเคราะห์ชีวโมเลกุล ชิ้นส่วน DNA และเซลล์มะเร็งที่หลุดออกมาปนอยู่ในกระแสเลือด หรือที่เรียกว่า CTC เทคโนโลยีนี้เปลี่ยนจากการผ่าตัดหรือเจาะก้อนเนื้อ มาเป็นการ “เจาะเลือดเพียงแค่เข็มเดียว” ซึ่งตอบโจทย์กลุ่มผู้สูงอายุได้อย่างตรงจุด เพราะไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวด ไม่ต้องเจ็บตัว ไม่เสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน และไม่ต้องเสียเวลาเดินทางมานอนพักฟื้นที่โรงพยาบาลหลายวันอีกด้วยครับ

ในมิติของการตรวจก่อนการรักษาด้วย Liquid Biopsy คือเครื่องมือสำคัญของ การแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine) เพราะการตรวจเลือด จะช่วยให้แพทย์เห็นรหัสพันธุกรรมของมะเร็งได้อย่างชัดเจน นำไปสู่การเลือกใช้ “ยาตรงเป้า” (Targeted Therapy) ได้ถูกคน ถูกโรค ตั้งแต่เริ่มต้น โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ไม่สามารถรับยาเคมีบำบัด (Chemotherapy) ขนาดยิงตรงแบบเดิมได้ เพราะร่างกายรับไม่ไหวต่อการทำคลีโมฯ การได้รับยาตรงเป้าที่ผลข้างเคียงต่ำกว่าจึงเป็นทางเลือก ในการช่วยรักษาทั้งชีวิตและคุณภาพชีวิตไปพร้อมกัน นอกเหนือจากการวินิจฉัยเริ่มต้น เทคโนโลยีนี้ยังเข้ามาเปลี่ยนเกม ในการติดตามการกลับมาเป็นซ้ำของโรค (Minimal Residual Disease: MRD) โดยสามารถตรวจพบสัญญาณการหลบซ่อนของเซลล์มะเร็ง ได้ล่วงหน้าก่อนที่ก้อนเนื้อใหม่จะโตพอ จนมองเห็นผ่านภาพถ่ายทางรังสี (CT Scan หรือ MRI) ทำให้แพทย์สามารถปรับแผนรับมือได้อย่างทันท่วงทีนั่นเองครับ

นอกจากนี้ ในมุมมองของครอบครัวและการดูแล การตรวจรักษาด้วยระบบ Liquid Biopsy ยังช่วยลดภาระอันหนักอึ้งของ “ผู้ดูแล” (Caregiver) หรือลูกหลานที่ต้องลางานพาพ่อแม่ผู้สูงอายุเดินทางไกล เข้ามาคิวรอตรวจที่โรงพยาบาลในเมืองใหญ่ ในอนาคตอันใกล้นี้ การผลักดันและบูรณาการแพลตฟอร์มนวัตกรรมอย่าง CytoAurora Biotechnology เข้าสู่โครงสร้างสาธารณสุขไทย จึงถือว่าจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการกระจายโอกาสทางการแพทย์ นวัตกรรมนี้จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางภูมิศาสตร์อย่างเป็นรูปธรรม ทำให้โรงพยาบาลชุมชนใกล้บ้าน สามารถเจาะเลือดผู้สูงอายุและส่งตรวจได้ทันทีครับ

ในเชิงเศรษฐศาสตร์สาธารณสุข การนำเอา Liquid Biopsy มาใช้ในกลุ่มผู้สูงอายุ จึงช่วยลดต้นทุนรวมของประเทศได้อย่างมหาศาล ทั้งการลดค่าใช้จ่ายในการนอนโรงพยาบาล จากภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัดชิ้นเนื้อ การลดภาระงานของบุคลากรทางการแพทย์ และการประหยัดงบประมาณค่ายาที่ไม่ตรงจุด การเปลี่ยนผ่านจากการคัดกรองเชิงรับในแบบดั้งเดิม สู่การตรวจวิเคราะห์เชิงรุกด้วยเทคโนโลยี Liquid Biopsy จึงไม่ใช่แค่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทางการแพทย์เท่านั้น แต่คือ “นวัตกรรมทางรอด” ที่จะช่วยเซฟชีวิตผู้สูงอายุ ช่วยเซฟงบประมาณแผ่นดินของประเทศ และสร้างความยั่งยืนให้กับระบบสาธารณสุขไทย ในยุคสังคมสูงวัยได้อย่างแท้จริงด้วยครับ