thansettakij
thansettakij
สมเด็จพระสังฆราชอยากเป็นคนหายาก

สมเด็จพระสังฆราชอยากเป็นคนหายาก

19 ส.ค. 69 | 20:30 น.

จากเรื่องเล่าของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช สู่พระดำรัสในหลวง ร.5 ที่เปลี่ยนใจ “สมเด็จพระสังฆราช” จากคิดสึก สู่เส้นทางธรรมยาวนาน จนก้าวขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 13 คอลัมน์ สังฆานุสติ โดย บาสก

สมเด็จพระสังฆราชอยากเป็นคนหายาก อันพระเกียรติคุณสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ (มรว.ชื่น นภวงศ์) เขียนโดย มรว.คึกฤทธิ์ ปราโมช (ตอนที่ 2 วันที่ 12 กันยายน 2511 ในหน้า 5 สยามรัฐรายวัน12 กันยายน 2511)

ว่าสมเด็จท่านเคยเล่าให้ผมฟังว่า เมื่อท่านยังเป็นหนุ่มๆ สอบเปรียญได้แล้วเป็นพระมหาชื่นท่านก็อยู่ที่วัดบวรนิเวศวิหารซึ่งขณะนั้นสมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรสทรงเป็นเจ้าอาวาสอยู่สมเด็จท่านเล่าว่า สมเด็จพระมหาสมณณะทรงกวดขันขันท่านมาก ทำผิดอะไรเล็กน้อยหรือไม่พอพระทัยขึ้นมาเมื่อไหร่ก็กริ้วกราดเอาแรงๆเสมอ ท่านเบื่อหน่ายขึ้นมาจึงกราบทูล สมเด็จพระมหาสมณะว่าท่านจะขอลาสึก สมเด็จพระมหาสมณะได้ทรงฟังแล้วก็นิ่งอยู่

สมเด็จพระสังฆราชอยากเป็นคนหายาก

ไม่ได้ตรัสว่ากระไรฝ่ายสมเด็จกราบทูลไปแล้วก็ไปหาฤกษ์สึก แล้วก็ไปหาโยมไปเตรียมผ้านุ่งเอาไว้หนึ่งผืน เสื้อราชประแตน 1 ตัว

อีก 2 วันจะสึก

เย็นวันหนึ่งก่อนที่จะถึงฤกษ์สึกพระพุทธเจ้าหลวงปิยมหาราชเสด็จมาที่วัดบวรฯเพื่อทรงเยี่ยมสมเด็จพระมหาสมณะครั้นแล้วก็เสด็จลงจากตำหนักสมเด็จพระมหาสมณะตรงมาที่กุฏิของท่าน

เสด็จมาถึงแล้วก็ทรงยืนที่หน้าประตูกุฏิ

มิได้เสด็จเข้ามาข้างใน

สมเด็จเล่าว่าพอเห็นสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงเสด็จมาที่กุฏิก็ตกใจแทบสิ้นสติ เพราะไม่เคยเสด็จมาแต่ก่อน

 

ก็นั่งรับเสด็จอยู่ในกุฏิจะเชิญเสด็จเข้ามาก็พูดไม่ถูก สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงรับสั่งว่าได้ยินว่าคุณจะสึก หรือ สมเด็จก็ถวายพระพรว่าจริง

มีกระแสรับสั่งต่อไปว่า

"ฉันก็ไม่ว่าอะไรหรอก แต่อยากจะบอกให้รู้ว่าคนอย่างคุณนั้น บวชเป็นพระแล้วหายาก ถ้าสึกออกมาเป็นฆราวาสก็หาง่าย"

สมเด็จพระสังฆราชอยากเป็นคนหายาก

แล้วไงผมถาม

กันอยากเป็นคนหายากว่ะ

สมเด็จตอบ

แล้วผ้านุ่งกับเสื้อราชปแตนล่ะ?

กันเลยให้พระยาเสนาสงครามน้องชายเขาไป

เพื่อให้เห็นว่า การเป็นคนหายาก นั้นอนาคตเป็นอย่างไร

ผมอ้างจากหนังสือประวัติสมเด็จพระสังฆราช 19 พระองค์

ว่า เมื่อ พศ.2428 ทรงบรรพชาเป็นสามเณร ที่วัดบวรนิเวศฯ

27 มิถุนายน 2435 ทรงอุปสมบท ณ วัดบวรนิเวศฯ

พ.ศ.2437 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะ ที่พระสุคุณคณาภรณ์

 

พ.ศ.2346 เลื่อนสมณศัดดิ์เสมอพระราชาคณะชั้นเทพ นามว่าพระญาณวราภรณ์

พ.ศ.2455 เลื่อนเป็นชั้นธรรม ในนามเดิม

พ.ศ.2464 เลื่อนเป็นชั้นธรรมพิเศษในนามเดิม

 

พ.ศ.2471สถาปนาเป็นสมเด็จพระราชาคณะในราชทินนามพิเศษว่า

สมเด็จพระวชิรญาณวงศ์

 

31 มกราคม

พ.ศ.2488 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล( ร.8) ทรงสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช

นับเป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 13 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

และทรงดำรงตำแหน่งนี้นาน 14 ปี

เนื่องจากสิ้นพระชนม์ เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ 2501 ณโรงพยาบาล จุฬาลงกรณ์ สิริพระชนมายุได้ 85 ปี