
หน่วยสอดแนมระดับนาโน พลิกโฉมการตรวจมะเร็งด้วย CTC
หน่วยสอดแนมระดับนาโน พลิกโฉมการตรวจมะเร็งด้วย CTC คอลัมน์ ชีวิตบั้นปลายของชายชรา โดย กริช อึ้งวิฑูรสถิตย์
KEY
POINTS
- การตรวจมะเร็งแบบดั้งเดิมมักพบโรคช้า เพราะเห็นได้เมื่อก้อนเนื้อมีขนาดใหญ่แล้ว ทำให้ผู้ป่วยส่วนมากถูกวินิจฉัยในระยะลุกลาม
- เทคโนโลยีตรวจ CTC (เซลล์มะเร็งในกระแสเลือด) ด้วยชิปนาโนและ AI สามารถตรวจพบเซลล์มะเร็งจำนวนน้อยมากได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นอย่างแม่นยำ
- Liquid Biopsy จากการตรวจ CTC ช่วยทั้งคัดกรอง เลือกยารักษาเฉพาะบุคคล และติดตามผลการรักษาได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูง
อาทิตย์ที่ผ่านมา ผมมีเพื่อนสองคน คนหนึ่งทำมาหากินที่อำเภอแม่สาย อีกคนทำงานอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ทั้งสองคนได้จากโลกนี้ไปด้วยโรคมะเร็ง ต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของทั้งสองท่านด้วยความจริงใจครับ ในทุกวันนี้ โรคมะเร็งเป็นโรคที่คร่าชีวิตเพื่อนมนุษย์เรามากมาย และทุก ๆ ปีจะมีผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่เกิดขึ้นในประเทศไทย มีมากถึงปีละประมาณ 180,000 คน นี่เป็นสถิติผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ที่เยอะอย่างน่าตกใจ แต่สิ่งที่น่าเศร้ากว่าตัวเลขจำนวนผู้ป่วย คือ “ระยะของโรค” ที่ตรวจพบว่าคนไทยมากกว่า 60-70% ที่เดินเข้าโรงพยาบาลพร้อมกับผลวินิจฉัยในระยะที่ 3 หรือ 4 ซึ่งเป็นระยะที่มะเร็งเริ่มแพร่กระจายไปตามกระแสเลือด หรืออวัยวะข้างเคียงนั่นเองครับ
คำถามคือทำไมเราถึงตรวจเจอช้า? คำตอบไม่ใช่เพราะคนไทยละเลยต่อการตรวจสุขภาพเสมอไป แต่ผมคิดว่าเป็นเพราะข้อจำกัดของ “เครื่องมือตรวจวัดแบบดั้งเดิม” ไม่ว่าจะเป็นการเอกซเรย์ (X-ray), อัลตราซาวด์ (Ultrasound) หรือแม้แต่การทำ CT Scan เครื่องมือเหล่านี้จะเป็นการสร้างภาพ(Imaging) ให้แก่แพทย์ที่ทำการรักษาได้มองเห็น “ก้อนเนื้อ” แต่อย่างไรก็ตามการจะมองเห็นก้อนเนื้อร้ายได้ ก็ต่อเมื่อเจ้ามะเร็งมันมีขนาดใหญ่พอ(โดยทั่วไปคือ 0.5 - 1 เซนติเมตรขึ้นไป)เท่านั้น แต่กว่าก้อนเนื้อจะใหญ่ขนาด 1 เซนติเมตรหรือปริมาณจะมากพอที่จะเป็นก้อนใหญ่ได้ มันจะต้องประกอบไปด้วยเซลล์มะเร็งนับล้าน ๆ เซลล์ ที่แบ่งตัวมานานนับปี นั่นหมายความว่า “เรายังตามหลังมะเร็งอยู่หลายก้าวเสมอ” ครับ
แต่ปัจจุบันนี้โลกของเทคโนโลยีทางการแพทย์ ที่ทำตัวเป็น “ตะแกรงอัจฉริยะ”ในการช่วยคัดกรองกลุ่มก้อนของเซลล์มะเร็ง การตรวจมะเร็งผ่านเม็ดเลือด (Tumor Markers) ด้วยเครื่องมือที่ล้ำสมัยได้กำเนิดขึ้นแล้วครับ ในอดีตวงการแพทย์ทั่วไป จะทำการตรวจหาค่าโปรตีนบางชนิด ที่เซลล์มะเร็งหลั่งออกมา ซึ่งบ่อยครั้ง “ค่าเลือดปกติแต่มีมะเร็ง” หรือ “ค่าเลือดสูงแต่ไม่ได้เป็นมะเร็ง” จะสร้างความสับสนและวิตกกังวลให้กับผู้ป่วยอย่างมาก แต่ในโลกยุคปัจจุบัน ชีวเทคโนโลยีชั้นนำของโลก ได้นำแนวคิดที่แตกต่างออกไปมาใช้ นั่นคือการตรวจหา CTC (Circulating Tumor Cells) หรือ “เซลล์มะเร็งที่หลุดรอดเข้าสู่กระแสเลือด”ได้แล้ว เราสามารถที่จะเห็นปริมาณของเซลล์มะเร็งในเม็ดเลือดของเรา ว่ามีจำนวนมากน้อยแค่ไหน? มีโอกาสเป็นโรคมะเร็งหรือเปล่า?ได้อย่างมหัศจรรย์เลยทีเดียวครับ
เราลองจินตนาการว่า ก้อนมะเร็งหลักก็คือ “ฐานทัพ” และเซลล์มะเร็งที่หลุดเข้าเลือดคือ “สายลับ” ที่กำลังเดินทางไปก่อตั้งฐานทัพใหม่ในอวัยวะอื่น เครื่องมือที่ว่านั้นก็คือระบบกล้องวงจรปิดอัจฉริยะ ที่ติดตั้งไว้บนถนน (กระแสเลือด) เพื่อดักจับสายลับเหล่านี้ ตั้งแต่วันแรกที่มันเริ่มเดินทางได้เลยละครับ โดยเบื้องหลังความแม่นยำที่ว่านี้ เกิดขึ้นได้จากการใช้ “แผ่นเซมิคอนดักเตอร์”แผ่นเล็ก ๆ มาใช้กับ “ชีววิทยาทางการแพทย์” ซึ่งมีความแตกต่างและล้ำสมัย จนได้รับการยอมรับระดับสากล นั่นคือการนำเทคโนโลยีการผลิต ชิปเซมิ คอนดักเตอร์ แบบเดียวกับที่อยู่ใน iPhone หรือคอมพิวเตอร์นั่นแหละครับ มาสร้างเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เรียกว่า Cell Bio Chip (CBC) มาใช้ในการตรวจจับเจ้ามะเร็งร้าย ด้วยกลไกการทำงานระดับนาโนหรือNano-filter (การคัดกรองขนาด)เซลล์มะเร็ง โดยส่วนใหญ่จะมีขนาดใหญ่และมีความแข็ง (Stiffness) ต่างจากเม็ดเลือดขาวและเม็ดเลือดแดง ชิปของเครื่องนี้ได้ถูกออกแบบให้มีช่องว่างระดับไมโคร ที่สามารถกักเก็บเซลล์ที่มีลักษณะเฉพาะของมะเร็งไว้ได้
นอกจากนี้ คุณสมบัติหนึ่งของชิป คือ การใช้ “แรงดึงดูดทางชีวภาพ” (Immuno-affinity) บนพื้นผิวของชิป ที่มีการเคลือบสารแอนติบอดีที่จำเพาะเจาะจงต่อเซลล์มะเร็ง เมื่อเลือดไหลผ่าน ชิปจะทำหน้าที่เหมือน “แม่เหล็ก” ที่ดูดจับเฉพาะเซลล์มะเร็งให้ติดอยู่บนแผ่นชิป จากนั้นเครื่องก็จะใช้ AI Analysis มาใช้ โดยหลังจากชิปสามารถจับเซลล์ได้แล้ว ระบบจะใช้ AI ในการสแกน และยืนยันว่าเซลล์ที่จับได้นั้นคือ “มะเร็งตัวจริง” หรือไม่? โดยวิเคราะห์จากรูปร่างหน้าตา และสารพันธุกรรมภายในเซลล์ ซึ่งมีความแม่นยำสูงมากครับ จะเห็นว่าด้วยความละเอียดระดับนี้ เครื่องดังกล่าวสามารถตรวจจับเซลล์มะเร็งเพียง 1-5 เซลล์ ที่ปนอยู่ในเลือดท่ามกลางเม็ดเลือดปกตินับพันล้านเซลล์ได้ ซึ่งเป็นความแม่นยำที่การเจาะเลือดแบบเดิมทำไม่ได้เลยครับ
ในอดีตที่ผ่านมา หากแพทย์ท่านสงสัยว่าผู้ป่วยคนนั้นเป็นมะเร็ง วิธีเดียวที่จะยืนยันได้ คือ Tissue Biopsy หรือการตัดชิ้นเนื้อไปตรวจ ซึ่งมีความแตกต่างจากวิธีที่ใช้การตรวจจับมะเร็งในเม็ดเลือดหรือที่เรียกว่า “Liquid Biopsy” ซึ่งวิธีตรวจแบบดั้งเดิมจะมีความเสี่ยงมากกว่า เพราะการเจาะก้อนเนื้อในอวัยวะสำคัญ เช่น ปอด หรือตับ มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อหรือเลือดออก อีกทั้งยังมีความเสี่ยงที่จะทำให้เชื้อมีการแพร่กระจาย ที่ทฤษฎีทางการแพทย์บางส่วนยังมีความกังวลว่า การไปสะกิดก้อนเนื้อหรือเซลล์มะเร็ง อาจทำให้เซลล์มะเร็งหลุดเข้ากระแสเลือดได้นั่นเอง อีกหนึ่งข้อจำกัด คือตำแหน่งของมะเร็งบางจุด อาจจะอยู่ลึกเกินกว่าจะเจาะถึงได้ครับ
ในขณะที่ Liquid Biopsy ของเครื่องมือดังกล่าว จึงเป็นทางออกที่ปลอดภัยที่สุด เพียงแค่ใช้เลือดเพียง 7-10 มิลลิลิตร (เท่ากับการตรวจสุขภาพทั่วไป) ก็สามารถให้ข้อมูลที่แม่นยำ เทียบเท่าหรือมากกว่าการผ่าตัดชิ้นเนื้อ เพราะเลือดคือสิ่งที่ไหลผ่านทุกอวัยวะ ข้อมูลในเลือดจึงบอกภาพรวมของทั้งร่างกายได้ดีกว่าชิ้นเนื้อเพียงจุดเดียว นอกจากนี้ประโยชน์ของเครื่องมือดังกล่าว กำลังเปลี่ยนชีวิตคนไข้ใน 3 มิติหลัก คือการตรวจคัดกรอง (Screening) สำหรับกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็ง การตรวจ CTC ปีละครั้ง จะช่วยให้พบมะเร็งตั้งแต่ “ระยะศูนย์” หรือระยะเริ่มก่อตัว ซึ่งโอกาสรักษาหายขาดจะมีเกือบ 100% นอกจากนี้ในมิติที่สอง คือการเลือกสูตรยา (Drug Selection) เมื่อมีการดักจับเซลล์มะเร็งได้แล้ว นักวิทยาศาสตร์สามารถนำเซลล์ตัวเป็น ๆ นั้น ไปทดสอบกับยาต่าง ๆ ในห้องแล็บ เพื่อดูว่ายาตัวไหนฆ่ามะเร็งของคนไข้คนนี้ได้ดีที่สุด ก่อนจะฉีดยาจริงเข้าตัวคนไข้ มิติสุดท้าย คือการติดตามผล (Monitoring) คือ หลังจากการผ่าตัดหรือทำคีโมไปแล้ว การตรวจเลือดจะบอกได้ทันทีว่า “มะเร็งหมดไปหรือยัง?” หากจำนวน CTC ในเลือดลดลงจนเป็นศูนย์ แปลว่าการรักษาได้ผล แต่ถ้ายังมีเซลล์ลอยอยู่ แปลว่าต้องรีบปรับแผนรักษาก่อนที่มันจะกลับมาโตอีกครั้ง
ความหวังใหม่ในยุคการแพทย์แม่นยำ( Precision Medicine ) การเข้าถึงเครื่องไม้เครื่องมือดังกล่าว คือก้าวสำคัญที่จะช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งลงได้จริง เราไม่ได้สู้กับมะเร็งด้วย “ความหวัง” เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่เราสู้ด้วย “ข้อมูล” ที่แม่นยำระดับนาโน ดังนั้นมะเร็งจึงไม่ใช่คำพิพากษาประหารชีวิตอีกต่อไป หากเรามี “หน่วยสอดแนม” ที่ดีพอ ที่จะตรวจเจอเป้าหมายก่อนที่มันจะเริ่มโจมตีเรา เราก็จะเข้าไปกำจัดมันได้ก่อนที่มันจะลงมือนั่นเอง
ในอาทิตย์หน้าตอนต่อไป ผมจะพาพวกเราก้าวข้ามจากการตรวจจับ ไปสู่การ “วางแผนสังหาร” เจ้าเชื้อมะเร็งตัวร้าย ด้วยเทคโนโลยีของ Precision Medicine เมื่อเรารู้รหัสพันธุกรรมของศัตรู เราก็จะเลือกอาวุธที่ฆ่ามะเร็งได้ โดยไม่ทำร้ายร่างกายเราได้อย่างไร?... ห้ามพลาดนะครับ!







