
ส่วนต่างปิโตรเคมีขยับขึ้น
ส่วนต่างปิโตรเคมีขยับขึ้น คอลัมน์ LIBERATOR Commodity Stock Ideas โดย วิจิตร อารยะพิศิษฐ นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
KEY
POINTS
- OPEC เพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน 1.37 แสนบาร์เรลต่อวัน กดดันน้ำมันย่อตัว แนะกลุ่มปิโตรเคมีที่ได้ประโยชน์จากน้ำมันย่อ แนะสะสม SCC, PTTGC
- ราคาปลาแซลมอน +3.2%w-w ปรับขึ้น 8 สัปดาห์ติดต่อกัน กดดันกลุ่มที่ใช้แซลมอนเป็นวัตถุดิบหลัก
- ค่าระวางเรือย่อแรง ผสาน Container Index ยังต่ำ ยังแนะระวังกลุ่มเดินเรือ
คอลัมน์ LIBERATOR Commodity Stock Ideas โดย วิจิตร อารยะพิศิษฐ นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์ที่ผ่านมาลดลงแรงกว่า -7%w-w จากความกังวลการประชุม OPEC ที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มกำลังการผลิต ซึ่งล่าสุด OPEC มีการประชุมในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (5 ต.ค.) มีมติเห็นชอบปรับเพิ่มโควต้าผลิตน้ำมัน +1.37 แสนบาร์เรลต่อวัน ตั้งแต่เดือน พ.ย. นี้ ซึ่งเพิ่มต่อเนื่องจากเดือน ต.ค.ที่เพิ่มโควต้า +1.37 แสนบาร์เรลเช่นเดียวกัน กดดันต่อกลุ่มพลังงานต้นน้ำ
ส่วนด้านส่วนต่างน้ำมันก๊าซโซลีน, ส่วนต่างดีเซล และส่วนต่างน้ำมันเครื่องบินก็ชะลอลงเช่นกัน อาจเพิ่มแรงกดดันต่อกลุ่มโรงกลั่น ในขณะที่ส่วนต่างปิโตรเคมีฟื้นเด่นทั้งสายโอเลฟินส์และอะโรเมติกส์ คาดกระตุ้นแรงเก็งกลุ่มปิโตรเคมี แนะสะสม SCC, PTTGC
ด้านราคาสินค้าเกษตรในสัปดาห์ที่ผ่านมายังคงผสมผสาน โดยราคายางพารา, ข้าวโพด และข้าวสาลี ย่อตัวเล็กน้อย ในขณะที่ราคาน้ำตาล, ปาล์มน้ำมัน และกากถั่วเหลืองขยับขึ้น ส่วนด้านราคาเนื้อสัตว์ หมู, ไก่ สัปดาห์ที่ผ่านมาไม่มีการรายงานข้อมูลจากตัวเลขกรมการค้าภายใน แต่เราคาดว่าระยะสั้นราคายังมีโอกาสย่อตัวลง เนื่องจากเข้าใกล้เทศกาลกินเจ ส่วนราคาปลาแซลมอนสัปดาห์ที่ผ่านมา +3.2% บวกต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 8 ติดต่อกัน ดังนั้นอาจเพิ่มความระวังบริษัทที่ใช้ปลาแซลมอนเป็นวัตถุดิบหลัก
ด้านค่าระวางเรือย่อแรงกว่า -15% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ Container Index ทรงตัวในแดนต่ำ ดังนั้นยังคงต้องระมัดระวังกลุ่มเดินเรือ
หุ้นแนะนำ
Commodity Pick : SCC
- ราคาเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ (250.00 บาท)
- ภาพรวมกำลังการผลิตของโอเลฟินส์ทั่วโลกชะลอตัวลง ผสานราคาต้นทุนแนฟทาที่มีแนวโน้มปรับลง คาดเป็นแรงหนุนต่อส่วนต่างปิโตรเคมีปรับตัวขึ้นในช่วง 3Q25
- ธุรกิจปูนซีเมนต์ ซึ่งคิดเป็น 25% ของ EBITDA ของ SCC มีแนวโน้มบวกมากขึ้น จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐฯในช่วงถัดไป
เครดิต : Liberator Securities











