
จากพระอาคันตุกะสู่ “มหาจับ ประโยค 9” เรื่องเล่าชวนอมยิ้มที่สะท้อนความถ่อมตนของสมเด็จพระวันรัต
เรื่องเล่าชวนอมยิ้มจากสมเด็จพระวันรัต “มหาจับ ประโยค 9” เมื่อเจ้าคณะตำบลรู้ภูมิธรรมถึงกับเปลี่ยนที่นั่ง แต่สิ่งที่น่าจดจำยิ่งกว่าคือความถ่อมตน
เรื่องเล่าจาก “นิทานสมเด็จ” ถ่ายทอดอารมณ์ขันและแง่คิดทางธรรมผ่านเหตุการณ์ของพระมหาจับ ฐิตธัมโม หรือสมเด็จพระวันรัต อดีตเจ้าอาวาสวัดโสมนัสวิหาร รูปที่ 6 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของความอ่อนน้อมถ่อมตน แม้จะเป็นพระเถระผู้มีความรู้ทางพระปริยัติธรรมระดับสูงก็ตาม
เรื่องมีอยู่ว่า พระมหาจับ ฐิตธัมโม อดีตเจ้าอาวาสวัดโสมนัส อดีตสมเด็จพระวันรัต เมื่อสอบได้ประโยค 9 ใหม่ ๆ คิดจะลาสึก จึงไปเฝ้า สมเด็จกรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ในฐานะเจ้าคณะใหญ่ธรรมยุต ณวัดบวรนิเวส ว่าจะขอลาสึกเพื่อไปเป็นอนุศาสวนาจารย์ของ กองทัพบก สมเด็จกรมหลวงวชิรญาณวงศ์ บอกว่า อยากจะสึกนะไม่ขัดข้อง แต่ก่อนอื่น อยากให้ไป ธุดงค์ทางภาคตะวันออก สักครั้งหนึ่ง กลับมาค่อยพูดกัน
พระมหาจับ เพิ่งได้เปรียญ 9 ประโยค เมื่อพ.ศ 2485 ได้เดินทางไปขอพักที่วัด ธรรมนิมิต จังหวัดฉะเชิงเทรา เจ้าอาวาสวัดนี้เป็นพระครูสัญญาบัตร และเป็นเจ้าคณะตำบลด้วย ท่านจึงไปขอพัก เจ้าอาวาสก็ไม่ขัดข้อง แต่ท่านฟอร์มมาก นั่งบนอาสนะที่มีหมอนอิงอย่างดี ขณะที่ให้ ภิกษุสามเณรไปจัดที่พักให้พระมหาจับ
พระครูเจ้าคณะตำบลก็ฟอร์มถาม พระมหาจับว่า ได้บวชเรียน นักธรรมตรีบ้างหรือเปล่า ท่านมหาจับก็ตอบว่าได้เรียนพระครูถามว่าได้ชั้นตรีหรือยัง ท่าน ก็บอกว่าสอบได้แล้วครับ และท่านพระครู ไล่ไปจนถึงนักธรรมเอก ท่านว่าสอบได้หมดแล้ว ท่านพระครูถามต่อว่า แล้วเรียนบาลีกับเขาบ้างหรือเปล่า ท่านก็ตอบว่า เรียนครับ
ถามต่อไปว่า สอบกับเขาบ้างหรือเปล่าตอบว่า สอบแล้วครับถามว่าสอบประโยค 3 ได้หรือตกท่านว่า สอบได้ครับ ท่านพระครูก็คงรู้สึกให้ความสนใจมากขึ้น จึงถามต่อไปเรื่อยๆ จนถึงประโยคเก้า ท่านว่าสอบได้หมดแล้วครับเท่านั้นแหละ พระครูก็อุทานออกทันทีว่างั้นท่านก็คือท่านมหาจับประโยค 9 วัดโสมนัส ซิ
ท่านก็ตอบว่าใช่ครับ พอได้ยินดังนั้นท่านพระครูเจ้าคณะตำบล ถึงกับอุทานว่า ท่านคือ หมายจับประโยค 9 วัดโสมนัสใช่หรือไม่ ท่านมหาจับก็ตอบว่าใช่ครับ เมื่อได้ยินดังนั้นท่านพระครูเจ้าคณะตำบลเปลี่ยนที่นั่งจากอาสนะชั้นบนลงมานั่งข้างล่างและนิมนต์ท่านมหาจับให้ขึ้นไปนั่งข้างบนซึ่งเป็นอาสนะที่สูงขึ้น
ท่านมหาจับจึงบอกว่า ท่านนั้นเป็นพระอาวุโสน้อยไม่สามารถนั่ง ในที่พระอาวุโสมากกว่าได้ จะผิดพระวินัย แต่ท่านพระครู ก็ไม่ยอมขึ้นนั่งอาสนะ ตามเดิม
ท่านมหาจับว่า ผมพรรษาอ่อนกว่า นั่งเหนือพระอาวุโสไม่ได้ ผิดวินัย ท่านพระครูก็ไม่ยอมขึ้นนั่งบนอาสนะ และพิงหมอนต่อไป พร้อมทั้งให้ความเป็นกันเอง และเคารพสมเด็จมากขึ้น จน สมเด็จ รู้สึกเกรงใจเคารพสมเด็จมากขึ้นจนรู้สึกเกรงใจท่านพระครูยังได้แนะนำให้ผู้คุ้นเคยรู้จัก ว่านี่คือท่านมหาจับ 9 ประโยควัดโสมนัสวิหารกรุงเทพฯนะ นอกจากมีความรู้สูงได้ถึงประโยค 9 แล้วอัธยาศัยก็ดีความประพฤติปฏิบัติธรรมวินัยเรียบร้อยไม่บกพร่องคารวะอ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่ ไม่ถือดียกตนว่ามีความรู้สูงแล้วข่มผู้อื่นน่านับถือจริงๆ
เมื่อพักที่วัด พอสมควรเวลาแล้ว ก็ลาท่านพระครูกลับ และท่านพระครูยังขอให้ท่านอยู่ต่ออีก แต่ท่านจำเป็นต้องลากลับ และได้กลับมาอยู่วัดโสมนัส ตามเดิมโดยไม่คิดจะเป็นลาสึก จนได้เป็นเจ้าอาวาส และได้เป็น สมเด็จพระวันรัตในที่สุด กระทั่งได้เป็นเจ้าอาวาส และได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระวันรัตในที่สุด
อนึ่งพระครูแนะนำให้ผู้ใหญ่รู้จัก ว่านี่คือพระมหาจับประโยค 9 โสมนัส ท่านเป็นพระที่ถ่อมตัว น่านับถือมาก อย่างไรก็ตาม เมื่อกลับจากธุดงค์ ในภาคตะวันออก พระมหาจับได้เปลี่ยนใจ จากที่คิดจะสึก ไปเป็นอนุสาวนาจารย์ ได้อยู่เป็นพระ จนเป็นเจ้าอาวาส และเป็นสมเด็จพระวันรัตในที่สุด
สมเด็จพระวันรัต(จับฐิต ธรรมะเถระ) เป็นพระมหาเถระที่มีความสามารถและทรงเกียรติคุณมากรูปหนึ่งในคณะสงฆ์ไทย อันเป็นสมเด็จพระวันรัตรูปที่ 2 ในคณะธรรมยุต เป็นสมเด็จพระราชาคณะ ชาวปักษ์ใต้ รูปที่ 3 และเป็นสมเด็จพระวันรัต รูปที่ 22 กรุงรัตนโกสินทร์
ท่านมีนามเดิมว่า จับ เกิดในตระกูลสุนทรมาศ เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2449 ที่บ้านหมู่ 2 ตำบลตะเครียะ อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา บิดาชื่อผุด แม่ชื่อร่ม มีพี่น้อง 5 คน ชาย 3 หญิง 2
เมื่อบรรพชาแล้ว ได้เรียนปริยัติธรรม สามารถสอบนักธรรมชั้นโท ได้ในพ.ศ.2468 เมื่ออุปสมบท วันที่ 2 มิถุนายน 2469 ได้มาอยู่กรุงเทพฯ เพื่อศึกษาบาลี ที่วัดพระยายัง แล้วย้ายมาเรียนบาลีที่วัดโสมนัส จนกระทั่งสอบ 9 ประโยค ได้ใน พ.ศ.2485
เมื่อเจ้าอาวาสรูปที่ 5 มรณภาพ สมเด็จกรมหลวงวชิรญาณวงศ์ จึงแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาส รูปที่ 6 ตั้งแต่ 18 มิถุนายน 2491 วันที่ 5 ธันวาคม 2520 รับสถาปนาเป็นสมเด็จพระวันรัต
ต่อมาสุขภาพไม่ดี จึงเข้ารักษาพยาบาล ที่รพ.พระมงกุฏ แต่อยู่ได้ 3 วัน ก็มรณภาพวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2539 สิริอายุ 89 ปี การมรณภาพของเจ้าประคุณสมเด็จ ยังความสลดใจและธรรมะสังเวชให้แก่ศิษย์เป็นอย่างมากและความอาลัยยังอยู่ในใจศิษย์ทุกคนตราบเท่าทุกวันนี้
เรื่องเล่าของ “มหาจับ ประโยค 9” จึงไม่ได้มีเพียงความสนุกจากเหตุการณ์ที่เจ้าคณะตำบลเปลี่ยนที่นั่งเมื่อทราบภูมิธรรมของพระอาคันตุกะเท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องราวที่ชวนให้ระลึกถึงความรู้ควบคู่กับความอ่อนน้อม และการให้เกียรติผู้อื่น ซึ่งเป็นคุณลักษณะที่ทำให้พระมหาเถระรูปนี้เป็นที่เคารพของศิษยานุศิษย์ตราบจนปัจจุบัน







