
2 เสี่ยงที่รัฐบาลต้องเร่งหาทางออก
2 เสี่ยงที่รัฐบาลต้องเร่งหาทางออก : บทบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,228
KEY
POINTS
- เศรษฐกิจไทยเผชิญปัญหากำลังซื้อในประเทศที่อ่อนแออย่างหนัก ซึ่งต้องแก้ไขโดยการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ แก้ไขปัญหาหนี้เสียของ SME และ กระตุ้นการท่องเที่ยว
- ความเสี่ยงภาคการส่งออกที่ต้องรักษาการเติบโตของสินค้ากลุ่มเทคโนโลยี และเร่งปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมยานยนต์เพื่อรับมือการแข่งขันและมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม
- รัฐบาลจำเป็นต้องเร่งใช้มาตรการสนับสนุน เช่น Thailand FastPass เพื่ออำนวยความสะดวก ดึงดูดการลงทุน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงภาวะ “การเติบโตที่ยังจำกัด” แม้ว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไตรมาสที่ 2 จะขยายตัวได้ 1.9% ซึ่งสูงกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ แต่ถือว่าชะลอตัวลงจาก 2.8% ในไตรมาสแรก
แรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมาคือ การลงทุนภาคเอกชนที่ขยายตัวสูงถึง 13.4% ซึ่งเป็นการเติบโตสูงสุดในรอบ 54 ไตรมาส ภาคการส่งออกสินค้าที่เติบโตโดดเด่นถึง 14.1% โดยเฉพาะกลุ่มอุปกรณ์โทรคมนาคม และชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ ตามวัฏจักรเทคโนโลยีโลก
อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยยังเผชิญความท้าทายจากการบริโภคภาคเอกชนที่ชะลอตัวลงเหลือ 1.9% และการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดเป็นครั้งแรกในรอบ 8 ไตรมาส เนื่องจากการนำเข้านํ้ามันดิบเพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงาน
ที่หลายคนอยากรู้ คงหนีไม่พ้นการประเมินแนวโน้มในครึ่งปีหลัง ตัวเลขสดๆ ร้อนๆ จากสภาพัฒน์ที่ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ปี 2569 อยู่ที่ 2.2% โดยมีช่วงการคาดการณ์ที่ 2.0-2.5% ขณะที่วิจัยกรุงศรีกำลังทบทวนปรับประมาณการขึ้นเล็กน้อยจากเดิมที่ 1.9%
ปัจจัยสนับสนุนหลักจะมาจากแรงส่งของการลงทุนภาคเอกชน การส่งออกที่ยังได้อานิสงส์จากการลงทุนด้าน AI และมาตรการภาครัฐ อาทิ โครงการ Thailand FastPass และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน แม้จะมีสัญญาณบวก แต่การเติบโตอาจถูกจำกัดด้วยอัตราการเบิกจ่ายงบลงทุนภาครัฐที่มักจะอยู่ที่เพียง 60-70% เท่านั้น
ประเด็นที่น่ากังวลและ “ต้องเฝ้าระวังมากที่สุด” คือ สถานการณ์กำลังซื้อที่อ่อนแรงขั้นวิกฤต (Weakened Purchasing Power) สิ่งจำเป็นต้องเร่งดำเนินการในหลายมิติ ทั้งการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ ที่ปัจจุบันยังล่าช้า เพื่อให้เม็ดเงินหมุนเวียนสู่ท้องถิ่นโดยเร็ว
การแก้ปัญหาหนี้เสีย (NPLs) ของ SME ที่สูงถึง 9% เพื่อเพิ่มสภาพคล่องในการจ้างงาน และส่งเสริม การท่องเที่ยว Green Season เพื่อกระจายรายได้สู่เมืองรองและพื้นที่ชุมชนสายมู สุดท้ายคือ การปรับปรุงโครงการรัฐ ให้เงินกระจายสู่ร้านค้ารายย่อยในชุมชน อย่างทั่วถึงและใช้ช่องทางเดลิเวอรีช่วยเพิ่มยอดขาย เพื่อพยุงการใช้จ่ายสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวัน
อีกปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวังอย่างเข้มข้นหนีไม่พ้น “การส่งออก” แนวทางแก้ปัญหาส่งออกต้องเริ่มจากการรักษาแรงส่งในกลุ่มสินค้าเทคโนโลยี เช่น ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์โทรคมนาคม ที่เติบโตดีตามวัฏจักรเทคโนโลยีโลก พร้อมทั้ง เร่งปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมยานยนต์ ให้สอดรับกับมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวด และการแข่งขันจากรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อแก้ปัญหาการส่งออกรถยนต์ที่หดตัวลงอย่างรุนแรง
รวมทั้งภาครัฐควรเร่งสนับสนุนผ่านมาตรการ Thailand FastPass เพื่ออำนวยความสะดวก และดึงดูดการลงทุนเพื่อผลิตและส่งออกอย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในตลาดโลกอย่างยั่งยืน
2 ปัญหาใหญ่ที่รัฐต้องเร่งหาทางออก ยังไม่นับรวมปัจจัยภายนอกที่ยังเป็นความเสี่ยงที่ไม่อาจละเลยได้ โดยเฉพาะความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง ที่อาจกดดันราคานํ้ามันและเงินเฟ้อโลกให้กลับมาสูงขึ้นอีกครั้ง รวมถึงผลกระทบจาก ปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) ที่จะซํ้าเติมรายได้ภาคเกษตร
บทบรรณาธิการ หน้า 4 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 46 ฉบับที่ 4,228 วันที่ 20-22 สิงหาคม พ.ศ. 2569






