
ผ่างผ่าง! ผลงาน 2 เดือน รัฐบาล“เศรษฐา”
ผ่างผ่าง! ผลงาน 2 เดือน รัฐบาล“เศรษฐา” บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3939
รัฐบาลเศรษฐาเข้าบริหารราชการแผ่นดินครบ 2 เดือน มีโครงการตามที่ได้หาเสียงเห็นเป็นรูปธรรมที่โดดเด่น จะเป็นการเดินทางโรดโชว์นักลงทุนต่างชาติดูดเม็ดเงินลงทุนเข้าประเทศโดยเฉพาะเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี สานต่อนโยบาย “ลุงตู่” ที่วันนี้ มีนักลงทุนข้ามชาติจากจีน เข้ามาปักหมุดในฐานอีอีซี และสนใจแลนด์บริดจ์
ในการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (APEC) ระหว่างวันที่ 11-17 พฤศจิกายน 2566 ที่ซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และคณะ นอกจากจะประชุมตามกำหนดการด้านความร่วมมือระหว่างประเทศแล้ว นายกรัฐมนตรี ยังมีกำหนดการหารือแบบทวิภาคีกับผู้นำประเทศต่าง ๆ และการนัดหารือร่วมกับเอกชนชั้นนำระดับโลกของสหรัฐอเมริกาหลายราย โดยประเมินว่ามีทุนยักษ์ใหญ่ ข้ามชาติสนใจลงทุนไม่ตํ่ากว่า 10 บริษัท ที่เห็นชัด ทั้งTesla Google Microsoft ฯลฯ
ที่รอคอยอย่างมีความหวัง นโยบายหาเสียงแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท ที่วันนี้ ยังหาจุดลงตัวไม่ได้ และไม่แน่ชัดจะรอนานแค่ไหน แถมมีกระแสออกมาว่าจะหาทางออกด้วยการตั้งงบประมาณผูกพันไว้ 5 ปี ซึ่งพอเอาเข้าจริง ไม่แน่ใจจะทำได้หรือไม่
ส่วนค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ทำได้ทันที ไม่มีปัญหา เพราะสายสีม่วง และ สายสีแดง รัฐลงทุน 100% เพียงอุดหนุนส่วนต่างให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็พอ ซึ่งมีกระแสว่าการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เตรียมเจรจาเอกชนลดค่าโดยสารสายสีส้ม 20 บาท ตลาดสาย เป็นการชั่วคราวด้วย หากทำได้ถือว่าดี แต่ที่ประชาชนอยากได้จริงๆ ขณะนี้ คือ สายสีเขียว และ สายสีนํ้าเงิน
ที่เป็นไฮไลต์ กระทรวงพลังงาน ออกมาตรการช่วยเหลือประชาชนด้านพลังงานเป็นเวลา 3 เดือน ล่าสุดผู้ให้บริการค้าปลีกนํ้ามันเชื้อเพลิง ประกาศปรับลดราคาขายปลีกนํ้ามันแก๊สโซฮอล์ 91 ลง 2.50 บาทต่อลิตร ส่วนเบนซิน แก๊สโซฮอล์ 95 และพรีเมียม แก๊สโซฮอล์ 95 ลดลง 1.00 บาทต่อลิตร ขณะที่แก๊สโซฮอล์ E20 E85 ลดลง 0.80 บาทต่อลิตร ส่วน พรีเมียม ดีเซล และกลุ่มดีเซลคงเดิม ซึ่งมีผลแล้วเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
มาที่เรื่องค่าแรงที่พูดกันหนาหู ปรับขึ้นเป็นของขวัญปีใหม่ 2567 วันละ 400 บาท ที่นายกฯ ออกมายืนยันว่าทำได้จริง แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ออกมาดับร้อนแล้วว่า คงขึ้นไม่ได้ตามนั้น
ส่วนเงินเดือนข้าราชการ สตาร์ทขั้นตํ่า 25,000 บาทต่อเดือน โดยจะนำเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อศึกษาในลำดับต่อไป แต่ที่ได้แน่ๆ เงินเดือนสองงวด แล้วแต่ใครสะดวกแบบไหน แต่ส่วนใหญ่ต้องการงวดเดียว
อีกเรื่องของความหวานที่ไม่หวานของครม.ชุดนี้คือ สั่งให้นํ้าตาลทรายเป็นสินค้าควบคุมท่ามกลางต้นทุนสูงท่วมท้น ทำให้เกษตรกร พ่อแม่ค้า มีเคือง งานนี้ อาจจะไม่หวานกับนายกฯ ที่ชื่อ เศรษฐา แล้วก็ได้ นาทีนี้ต้องจับตาอย่างใจจดใจจ่อว่าจะมีผลงานเด็ดอะไรผ่าน ครม.อีก ผ่างผ่าง!!!







