thansettakij
thansettakij
เดินหน้าลงมือทำ อย่าให้ประชาชน ผิดหวัง

เดินหน้าลงมือทำ อย่าให้ประชาชน ผิดหวัง

13 ก.ย. 66 | 07:00 น.
อัปเดตล่าสุด :13 ก.ย. 66 | 07:20 น.

เดินหน้าลงมือทำ อย่าให้ประชาชน ผิดหวัง บทบรรณาธิการ

รัฐบาล “เศรษฐา 1” จาก 11 พรรคร่วม แถลงนโยบายอย่างเป็นทางการต่อรัฐสภา และเปิดให้ฝ่ายค้านอภิปรายตรวจสอบนโยบายอย่างเข้มข้นตลอด 2 วันเต็ม (11-12 ก.ย. 66) ซึ่งโดยส่วนใหญ่ของนโยบายที่แถลง อยู่ในกลุ่มนโยบายของพรรคเพื่อไทยแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้หาเสียงไว้ก่อนการเลือกตั้ง

นโยบายเศรษฐกิจเร่งด่วนที่สำคัญได้แก่ เติมเงิน 10,000 บาทผ่านดิจิทัลวอลเล็ต ที่นายกฯเศรษฐาหวังจะเป็นตัวจุดชนวนที่จะกระตุกเศรษฐกิจของประเทศให้ตื่นขึ้นอีกครั้ง และมุ่งหวังจะเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้จีดีพีไทยในปีหน้าขยายตัวได้ถึง 5% (ขยายตัวมากสุดในรอบ 10 ปี)

 

การแก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกร ภาคธุรกิจ และภาคประชาชน การลดค่าไฟฟ้า ค่าก๊าซหุงต้ม และนํ้ามันเชื้อเพลิงให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมทันที การผลักดันการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว และการทำประชามติเพื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น

ส่วนนโยบายระยะกลาง และระยะยาวที่สำคัญ เพื่อดึงเม็ดเงินจากภาคการส่งออกสร้างรายได้เข้าประเทศเพิ่ม เช่น การใช้การทูตเศรษฐกิจเชิงรุกเพื่อเปิดประตูการค้าสู่ตลาดใหม่ ๆ การเร่งเจรจาความตกลงการค้าเสรี(FTA) และการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อสู่บริบทใหม่ของโลก ทั้งเศรษฐกิจดิจิทัล อุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง อุตสาหกรรมสีเขียว การจัดทำ Matching Fund ร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อลงทุนพัฒนาสตาร์ท-อัพ ที่มีศักยภาพให้เติบโตและแข่งขันได้ในระดับโลก การส่งเสริมนวัตกรรมเกษตรแม่นยำ เพื่อเพิ่มผลผลิตและเพิ่มมูลค่าผลตอบแทนต่อไร่ให้สูงขึ้น และขายคาร์บอนเครดิตได้ ปลดล็อกกฎระเบียบที่เกี่ยวกับสุราพื้นบ้าน

 

นอกจากนี้จะสนับสนุน Soft Power ใช้ความคิดสร้างสรรค์ “1 ครอบครัว 1 ทักษะ 1 Soft Power” ในการสร้างมูลค่าและรายได้ ยกระดับนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค โดยประชาชนสามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุขทุกที่ใกล้บ้านด้วยบัตรประชาชนใบเดียว และรัฐบาลจะสานต่อนโยบายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) เพื่อให้ประเทศไทยเป็นผู้นำของอาเซียน ในด้านการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

เหล่านี้คือ นโยบายของรัฐบาลด้านเศรษฐกิจและสังคมหลัก ๆ ที่จะเป็นจีพีเอส หรือ เข็มทิศนำทางในการขับเคลื่อนประเทศไทยในช่วง 4 ปีนับจากนี้ ซึ่งนโยบายส่วนใหญ่ยังเขียนไว้เป็นกรอบกว้าง ๆ ยังต้องไปลงลึกในรายละเอียด ไม่มีการกำหนดงบประมาณที่จะใช้ รวมถึงเป้าหมายผลสัมฤทธิ์ของนโยบายที่จะเป็นดัชนีชี้วัดความสำเร็จ

นโยบายข้างต้นถูกปรามาสจากฝ่ายค้านว่า เป็นนโยบายที่คลุมเครือบ้าง เป็นนโยบายการละครบ้าง หรือ บางนโยบายไม่ตรงปกตามที่เคยหาเสียงไว้ เป็นนโยบายนินจาบ้าง แต่ที่สุดแล้วความสำคัญของนโยบายคือ การนำสู่ภาคปฏิบัติ เพื่อขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรม ซึ่งที่สุดแล้วคนให้คะแนนผลงานคือ ประชาชน

ดังนั้น รัฐบาลต้องทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ตามที่นายกฯ ได้ประกาศไว้ และไม่ควรทำให้ประชาชนผิดหวังด้วยประการทั้งปวง