thansettakij
thansettakij
ลายแทงของน่ากินเมืองสุโขทัย

ลายแทงของน่ากินเมืองสุโขทัย

29 ส.ค. 69 | 02:30 น.
อัปเดตล่าสุด :29 ส.ค. 69 | 02:38 น.

ลายแทงของน่ากินเมืองสุโขทัย เปิดสำรับเมืองเก่า ชิมของดีของอร่อย ตั้งแต่ข้าวเปิ๊บ ลาบสุโขทัย ถึงปลาย่างรมควัน คอลัมน์ อิ่ม_โอชาฯ โดย Joie de La Cuisine

KEY

POINTS

  • สุโขทัยเป็นเมืองประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์ ทั้งเรื่องสถานะราชธานี อุทยานประวัติศาสตร์ เครื่องสังคโลก และวิถีชีวิตที่สะท้อนความหลากหลายทางวัฒนธรรมของภาคเหนือตอนล่าง
  • อาหารสุโขทัยโดดเด่นจากวัตถุดิบท้องถิ่นและภูมิปัญญาดั้งเดิม เช่น ข้าวเปิ๊บ ข้าวพันผัก ข้าวแบ ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย ลาบสุโขทัย หลู้ ปลาย่าง และขนมพื้นบ้านต่างๆ ที่ล้วนมีกรรมวิธีและรสชาติเป็นเอกลักษณ์
  • สุโขทัยมีแหล่งกินและเที่ยวที่หลากหลายและน่าสนใจ ตั้งแต่ร้านอาหารพื้นบ้าน ร้านอาหารไทยสมัยใหม่ ไปจนถึงอาหารตะวันตกและของฝากท้องถิ่น สะท้อนว่าสุโขทัยไม่ได้มีดีแค่ประวัติศาสตร์ แต่ยังมีเสน่ห์ด้านอาหารและการท่องเที่ยวอีกมาก

เมืองสุโขทัยนั้น ท่านให้ความหมายว่าเป็นเมืองที่มีความสุขตั้งแต่ยามเช้าคือสุขโขตั้งแต่พระอาทิตย์อุทัยขึ้นทอแสง เมืองสุโขทัยเป็นราชธานีถ้าตามตำราประเภทว่าฝ่ายของกระทรวงศึกษาธิการครั้งหนึ่งก็บอกว่าเป็นเมืองหลวงแห่งแรกของราชอาณาจักร (ส่งผลให้ประเทศไทยมีอายุ 700 ปีเมื่อนับจากยุคราชธานีสุโขทัย)

โดยในความเป็นจริงแล้ว ประดานักวิชาการทั้งอิสระและมีสังกัด ได้ทราบต่างก็แสดงความเห็นหลากหลายซึ่งล้วนแต่เป็นความเห็นทางวิชาการบ้างไม่วิชาการบ้างหักล้างกันได้บ้างไม่ได้บ้างอย่างน่าสนุก

เวลานี้สุโขทัยถูกมองว่าเป็นเมืองรอง การท่องเที่ยวกระแสหลักไม่ค่อยมาสุโขทัย ทั้งที่ที่จริงแล้วของสวยๆเทสต์ดี มีความเท่เขาก็มีตั้งมากมายอุทยานประวัติศาสตร์ก็มีหลายแห่ง โดยส่วนสำคัญที่จะลืมไปไม่ได้ก็คือในฐานะว่าเป็นเมืองหลวงชนิดราชธานีนั้นสุโขทัยมิได้ถูกทำลายย่อยยับลงจากข้าศึกเหมือนอย่างกรุงศรีอยุธยาแต่เชื่อกันว่ามีการย้ายถิ่นฐานด้วยเหตุที่ค่อนข้างโศกนาฏกรรมอื่นบางประการ ซึ่งก็ไม่ค่อยเหมาะจะคุยกันในคอลัมน์ชิมอาหารอย่างนี้ _ อุ้ย

อำเภอเมืองสุโขทัยในวันนี้ถ้าเทียบกับในอดีตแล้วอำเภอสวรรคโลกดูท่าจะเป็นชุมทางที่ครึกครื้นมากกว่าสนามบินสุโขทัยก็ตั้งอยู่ในเขตสวรรคโลกเมื่อนั่งเครื่องบินมาลงสุโขทัยแล้วร้านอาหารเชิงธรรมชาติของทางสายการบินหรือของคุณหมอประเสริฐ ผู้ล่วงลับท่านก็มีไว้รับรองแขกมาเที่ยวชม ล้วนเป็นผักสดปลอดสารพิษนำมาทำชื่อว่าร้านครัวสุโข รับประทานเสร็จแล้วแวะไปชม โครงการเกษตรอินทรีย์ของเขาก็เพลิดเพลินดีมีไวน์มะยงชิดขายด้วย (เปรี้ยวปากๆ)

นอกจากนี้ควรไปเยี่ยมดูพิพิธภัณฑ์ในพื้นที่สนามบิน มีมากถึง 3 แห่ง ไม่แน่ใจว่าสมัยนี้เครื่องปั้นดินเผาสังคโลกงานปั้นดินเผาซึ่งท่านเจ้าของผู้มีรสนิยมวิไลเก็บสะสมไว้ให้น่าสวยงามตื่นตาตื่นใจยังจัดแสดงอยู่หรือเปล่า เพราะเครื่องถ้วยที่สุโขทัยนั้นมีชื่อมานานทั้งเครื่องจากเตาทุเรียงเครื่องสังคโลกสีเขียวไข่กาแล้วฝรั่งเรียกกันว่า ศิลาดล เคลือบน้ำเงางามฝ่ายสวรรคโลกนั้นร้านอาหารในตำนานแนะนำท่านไปแล้วชื่อว่า โกเฮง มีไก่อบเนย ใส่ถั่วลันเตา มีสตูว์ลิ้น มีแกงป่าปลาช่อน เอร็ดอร่อยโอชา

ส่วนว่าถ้าขึ้นไปทางนาต้นจั่นของที่ควรจะต้องรับประทานก็คือข้าวเปิ๊บ ซึ่งก่อนจะไปทานข้าวเปิ๊บ ก็ต้องแวะกินหมูสะเต๊ะของป้ากรที่ตรงหาดเสี้ยวเสียก่อน ป้ากรขายมา 40 ปีแล้วทำงานอาหารโดยปราณีตบรรจงใช้กะทิสดชุบใบตองทาหมูเวลาย่างส่วนอาจาดของป้ากร ใช้แตงกวาปอกเปลือกแล้วทุกชิ้นมาทำไม่มีการมั่วหั่นมาทั้งเปลือกกินแล้วระคายตาระเคืองฟัน

กลับมาที่ข้าวเปิ๊บ ซึ่งลักษณะของข้าวเปิ๊บก็คือว่า เขาจำจะต้องตั้งหม้อดินใส่น้ำร้อนตั้งไฟไว้เสียก่อน อีตรงปากหม้อนั้นขึงให้ตึงเสียด้วย

ผ้าขาวบางจากนั้นเอาข้าวเจ้าซึ่งเป็นข้าวสารไปแช่น้ำเอามาโม่ให้ละเอียดกลายเป็นแป้งข้าวเจ้าร้อนได้ที่แล้วก็จึงละเลงแป้งข้าวเจ้าอันนี้ลงบนผ้าขาวบางซึ่งมีไอน้ำพุ่งพล่านอยู่ข้างล่างเอาฝาปิดไว้แป๊บเดียวเท่านั้นเองก็จะสุกดีอันนี้ก็เป็นวิธีทำเส้นก๋วยเตี๋ยวอย่างง่ายชนิดหนึ่งถ้าจะพูดไป ก็คือหยิบแผ่นแป้งนี้มาซอยเป็นเส้นก็จะได้เส้นก๋วยเตี๋ยวสด

ในส่วนของข้าวเปิ๊บนั้นคำว่าเปิ๊บ แปลว่าพับหมายความว่าผู้ทำเขาไปหาเด็ดเอาผักข้างรั้วมาหั่นใส่ลงไปตรงกลางแผ่นแป้งนึ่งนี่เสียก่อนจากนั้นก็ใช้ไม้พายตลบพับเจ้าแป้งข้าวนี้เข้าด้วยกัน หัวท้าย/ซ้ายขวา แซะแล้วก็ยกลงมาเรียกกันว่าข้าวเปิ๊บ (ข้าวพับ) ถึงเวลารับประทานจะใส่ไข่ใส่เครื่องหมูแดงหมูสับก็แล้วแต่เติมน้ำซุปร้อนร้อนลงไปอาหารเชิงก๋วยเตี๋ยวขึ้นมา แต่เท่กว่า

ข้าวเปิ๊บต่างกันกับข้าวพันผักหมายความว่าเอาผักมาวางบนแป้งแล้วก็เอาแป้งพัน ออกมาเป็นแท่งๆ ข้าวเปิ๊บย่อมชิ้นใหญ่กว่าเพราะว่าพับเอา ส่วนข้าวพันนั้นชิ้นเล็กกว่าส่วนในกรณีข้าวเกรียบปากหม้อหรือขนมปากหม้อต่างๆก็เป็นกรรมวิธีเช่นนี้เหมือนกันชั่วแต่ว่าขนาดเล็กกว่าลงไปอีก ไส้ผักที่อยู่ข้างในจะเป็นไส้กุยช่าย ไส้อะไรต่างๆหน่อไม้ขูก็แล้วแต่จะสร้างสรรค์ที่พนมสารคามจะต้องพาท่านไปชิมอีกครั้งหนึ่งเพราะว่ารับประทานคล้ายคลึงกับกรณีของข้าวเปิ๊บคือเลือกข้าวเกรียบที่มีไส้ผักเป็นตัวลักษณะคล้ายเกี๊ยวของไทยมาใส่ชามตามที่เราชอบ

ทางเจ้าของร้านก็จะตักน้ำซุปซึ่งทำจากกระดูกไก่มีตีนไก่นุ่มๆ มีเลือดไก่ชิ้นๆลอย น้ำซุปไว้ให้สนุกสนานแล้วก็เพลิดเพลินกินชามเล็กหลายชามต่อเนื่องกันอร่อยดี ข้าวเปิ๊บที่มีชื่อเสียงก็คือข้าวเปิ๊บของยายเครื่องไปทางอำเภอศรีสัชนาลัย บ้านนาต้นจั่นซึ่งนาเขาสวยงามก็มีให้บริการ ครอบคลุมไปถึงข้าวแบ ด้วยข้าวแบก็คือก๋วยเตี๋ยวแห้งชนิดหนึ่งซึ่งคล้ายกับก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยเป็นเส้นเล็กที่ทำจากข้าวเจ้านั่นเองแต่เมื่อใส่หมูแดงใส่เครื่องต่างๆแล้วไม่ใส่ไชโป๊สับ โรยด้วยแคบหมูถั่วป่น ส่วนที่ว่าแบนั้นเพราะเขาไม่ได้ลวกเส้นใช้วิธีเอาไปนึ่งเมื่อร้อนดีก็ยกมาให้รับประทาน

ส่วนกรณีข้าวพันผักมีที่เด่นกว่าคือหมี่พันหรือบางทีอีกเมนูสำคัญ เขาเรียกข้าวโอบซึ่งเป็นการโอบเอาแผ่นแป้งข้าวปากหม้อขนาดใหญ่ปรุงรสรสชาติต่างๆเข้าด้วยกันมีไม้เสียบทำการโอบให้เป็นชิ้น ใช้คนเดียวโอบก็เอาอยู่ไม่ต้องใช้หลายคนโอบ 55

ในวัฒนธรรมของเมืองที่เป็นบ้านทุ่งรวงทองคือผลิตข้าวเจ้าได้เป็นอย่างดีทั้งอาหารและขนมหวานก็จะจะต้องมีคาแรกเตอร์อย่างนี้ข้าวเปิ๊บอาจถูกมองว่าเป็นข้าวที่พันผักก็ได้หรือในเวลาเดียวกันขนมที่ไม่ควรพลาดนอกจากขนมผิงใส่กะทิสด อบควันเทียนแล้วก็คือขนมวงแล้วก็ขนมตาลซึ่งขนมตาลนี้เขาไม่ได้นึ่งใช้วิธีย่างหอมอร่อย โดยการตั้งเตาแล้วก็มีพิมพ์แบบทำนองคล้ายกับขนมถังแตก ส่วนที่อร่อยกว่ามากเป็นเพราะว่าเนื้อขนมมีการขึ้นฟูของมันมาจากยีสต์ธรรมชาติในตัวลูกตาลสุกจริงๆร้านชื่อว่า ขนมตาลจี่ลุงนัน บางทีใช้คำว่าขนมตาลปิ้งลุงนัน ร้านขนมวง ของแม่ประไพ อยู่ตรงธนาคารธกส. ทำร้อนร้อนโรยงา น่ากินมาก

ส่วนร้านที่ น่ารักๆ รับแขกได้เป็นหน้าเป็นตาของก็อร่อยยกตัวอย่างเช่นร้าน 12 หน่วยตัด แค่ชื่อก็น่าตัดสินใจเข้าไปชิมแล้วใช่ไหม? ที่ร้านนี้มี

ห้องพักด้วยทำเป็นกิจการให้พักแรมคืนในอดีตเขามีชื่อเสียงเรื่องการทำแตงเมล่อน หวานกรอบแล้วก็มีผลิตภัณฑ์พื้นบ้านซึ่งทางเจ้าของร้านคัดสรรมาแล้วไม่ว่าจะเป็นผ้าทออะไรต่างๆ บรรยากาศก็ดีสุภาพน่ารัก เครื่องดื่มอร่อย

อย่างไรก็ดีดังได้เรียนแล้วว่าในพื้นที่ของสุโขทัยนั้นจะเรียกได้ว่าภาคกลางก็ไม่ถนัดนักอาจจะเข้าเกณฑ์ของการเป็นภาคเหนือตอนล่างภาคกลางบนในเชิงวัฒนธรรม ยกตัวอย่างเช่นลาบหมูของทางสุโขทัยนี้ไม่ได้รับประทานเป็นลาบดิบสับเหนียว เสียทีเดียวแต่เป็นลาบชนิดที่ใส่เลือดด้วยแล้วก็ปรุงหมูสุกกับตัวหัวกระเทียมดองสับ! กรรมวิธีโดยหลักการแล้ว เมื่อได้หมูสดเป็นหมูสับมา ก็จะบีบน้ำมะนาวจากลูกลงไปเคล้าๆให้เข้ากันดีจากนั้นหยิบหมูขึ้นมาทีละกำแล้วคั้นน้ำนี้ออก เรียกว่าน้ำอ้อด

จากนั้นเขาต้องเตรียมเครื่องพริกลาบ ซึ่งของทางนี้ทำค่อนข้างยากองค์ประกอบนอกจากตัวพริกแล้วจะต้องมีตะไคร้เอาไปเผามีหัวข่าเอาไปเผาซึ่งต้องเผาให้เกรียมจากนั้นจึงจะขูดส่วนที่ไหม้ไฟออก ใส่เครื่องอื่นๆเสียให้ดีเอามาตำรวมกัน เวลาจะทำเวลาจะทำลาบเค้าก็จะนำพริกลาบไปคั่วกับข้าวเบือ (ข้าวอีกแล้ว) ซึ่งก็คือข้าวสารแช่น้ำเสียก่อน ตั้งกระทะใส่น้ำมันนิด เจียวกระเทียมเจียวหอมเสียก่อนใส่หมูที่คั้นแล้วลงไปแล้วก็ใส่น้ำอ้อดที่ว่า ปรุงเปรี้ยวปรุงเค็มซึ่งบางบ้านเปรี้ยวมะนาว บางบ้านเปรี้ยวมะขามเปียก บางบ้านเค็มน้ำปลาปลาซิว บางบ้านเค็มน้ำปลาปลาสร้อย

จากนั้นแล้วจึงใส่เครื่องในต่างๆที่ต้มสุกทั้งไส้หมูหั่นตับหั่นหนังหมูหั่นลงไปเคล้าให้เข้ากันดีแล้วก็เติมกระเทียมดองซึ่งสับไว้หยาบๆก่อนที่จะใส่ผักหอมต่างๆแล้วก็ถั่วลิสงคั่ว ! หลู้ของเขาก็มี วิธีทำขึ้นต้นตรงกับของทางเหนือที่นำเครื่องในหมู กับใบสมุนไพรหอมเช่นมะกรูดตะไคร้ไปหั่นให้เรียบร้อยแล้วเอาไปทอดให้สุกกรอบเสียก่อนรวมทั้งกากหมูเจียว

พอได้หมูสับมาแล้วก็ทำตามสูตรเดิมคั้นเสียด้วยมะนาวแล้วตัวเลือดหมูสดจะต้องคั้นกับใบตะไคร้เจตนาดับคาวด้วยแล้วก็ทำให้เลือดไม่เป็นก้อนด้วยตั้งไฟแล้วใส่ข้าวเบือใส่พริกลาบแล้วใส่หมูกับน้ำคั้นหมูที่เรียกว่าน้ำอ๊อดลงไปจึงจะใส่ของ ปรุงรสต่างๆแล้วค่อยตามด้วยเลือดสดๆที่

คั้นตะไคร้ ลงไปคั่วในกระทะให้เลือดสุกก่อนจึงนำมารับประทาน จริงอยู่ว่าผู้ที่ทำจริงอยู่ว่าผู้ที่ทำลาบสำเร็จขายรับประทานนั้นมีน้อยและผู้ที่ทำน้ำพริกลาบเพื่อลูกค้าซื้อไปปรุงลาบสุโขทัยกันรับประทานในครัวเรือนช่วยทุ่นระยะเวลาทำพริกลาบไปไม่น้อยได้แก่ร้านน้ำพริกแม่พเยาว์ ซึ่งสามารถสั่งในระบบออนไลน์ได้

ส่วนร้านทำลาบคือร้านป้าแจ๋ว สวรรคโลก ซึ่งของอร่อยอีกอย่างยังมีก็คือยำแหนม ส่วนในประเด็นของความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติและแหล่งน้ำนั้นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือปลาย่างรมควัน ร้านประพันธ์ปลาย่าง ทำการรมควันปลาจากธรรมชาติอย่างดีไม่ว่าจะเป็นชะโด ปลากดปลาช่อน เนื้อขาวดีแห้งหอมควันจางๆ นำมารับประทานได้หลายเมนูโดยเฉพาะท่านที่ชอบต้มโคล้งซึ่งที่จริงแล้วก็คือของที่คล้ายคลึงกับต้มยำเพียงแต่ว่าเครื่องสมุนไพรทุกชนิดต้องเผาเสียก่อนแล้วก็เปรี้ยวด้วยมะขามเป็นหลักก่อน

ร้านประพันธ์แนะนำว่าสามารถนำไปทำตำปลาย่างนำไปทำข้าวผัดปลาย่าง หรือนำไปทำยำก็ได้ ปลาย่างอย่างนี้บางทีเรียกกันว่าปลากรอบ ก็มีเป็นการถนอมอาหารอย่างดีชนิดหนึ่ง ถ้ามีเวลาน่าเอาทำแกงปลาย่างใส่กะทิถ้ามีหน่อไม้ด้วยก็จะยิ่งอร่อยทำการแกงโดยโชว์ฝีมือไม่ให้กะทิแตกมันอย่างนี้รับประทานกันทีก็ข้าวหมดหม้อส่วนว่า เมื่อมาพำนักในเมืองสุโขทัยก่อนตื่นมาเช้าเช้าถ้าว่าเหนื่อยที่จะไปเที่ยวออกแสวงหาอะไรกินแล้วก็ต้องการรับประทานมื้อง่ายๆในราคาที่แสนจะคุ้มค่าก็ต้องชวนท่านไปที่ร้านเฟลิเซ่ ซึ่งเขาเปิดมาได้ประมาณ 20 ปีแล้วบุฟเฟ่ต์ตอนเช้าหัวละ 60 บาทก็กับข้าวง่ายๆ

เช่นไข่กระทะซึ่งเอากระทะเล็กๆไปตั้งไฟใส่เนยตอกไข่สดลงไปซักสองลูกแล้วค่อยใส่เครื่องซึ่งประกอบด้วยหมูสับกุนเชียงแล้วก็หมูยอ พอไข่สุกได้ตามต้องการแล้วก็โรยพริกไทยนิดนึงซอสปรุงรสอย่างแม็กกี้หน่อยนึง ยกแบบเสิร์ฟได้

สลัดบาร์ก็มีให้ชื่นใจนอกนั้นจะเป็นหมี่กะทิเป็นผัดมะระใส่ไข่ก็มี ตามวันไป มีแม้กระทั่งแกงร้อนซึ่งก็คือแกงวุ้นเส้นใส่กะทิ มีฟองเต้าหู้ซึ่งอาจจะจัดเป็นเมนูเบาๆเพื่อสุขภาพในยามเช้าก็ว่าอย่างงั้นได้

ส่วนไอ้คำว่าแกงร้อนนี้คืออะไรทำไมมันต้องร้อนแกงอื่นไม่ร้อนหรืออย่างไร? ก็ต้องเรียนว่าในบางพื้นที่วุ้นเส้นนั้น เห็นเขาเรียกกันว่าเส้นร้อน

พอนำมาทำแกง ก็เลยกลายเป็นแกงร้อนส่วนวุ้นเส้นมันจะร้อนเพราะอะไรเส้นอื่นไม่ร้อนหรือเปล่าอันนี้ก็ต้องรอท่านผู้รู้ในปฐพี ให้ข้อมูลศึกษากันอีกทีนึง ถ้าโมเมๆก็บอกว่าเป็นเรื่องของเส้นเถอะ! วุ้นเส้นที่ดีก็ทำมาจากถั่วเขียวส่วนจะรีดเส้นให้ละเอียดเพียงใดก็แล้วแต่ท่านผู้ผลิตจะจัดเหมาะกับการใช้งานไม่เหมือนกัน

แวะพักนาทีนี้ก็จะต้องแวะไปกล่าวถึงก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยนั้นท่านว่าเป็นลักษณะของก๋วยเตี๋ยวไทยหมายความว่าเครื่องรับประทานที่จืดๆมันๆ นั้นเป็นก๋วยเตี๋ยวจีน ส่วนก๋วยเตี๋ยวไทยนั้นจะต้องครบรสทั้งเปรี้ยวเค็มหวานเผ็ดความมันมาจากกากหมูการรับประทานใส่ผักหอมหอมเช่นผักผักชีฝรั่ง หวานไชโป๊ ส่วนหนึ่ง น้ำตาลมะพร้าวส่วนหนึ่งและจะเป็นการรับประทานในรสชาตินี้โดยไม่ต้องบอกว่ายำหรือไม่ยำ

มีร้านตาปุ้ , ตาพุฒ, เจ๊แฮ, ส่วนร้านครูอิ๋วมีกล้วยเชื่อมด้วย ราดกะทิหอมมันอร่อยมาก ข้างร้านไม้กลางกรุงมีข้าวคลุกกะปิด้วยใส่มาในกระทงใบตองอร่อยมาก กะปิรสชาติกำลังดีให้รสเค็มมันไม่มีกลิ่นคาว รับประทานกับไข่ฝอยกุ้งแห้งหมูหวานผัดเคี่ยว เปรี้ยวด้วยมะม่วงแล้วก็เผ็ดนิดหน่อยจากพริกสดสับ ที่สำคัญ คือมี ข้าวเกรียบปากหม้อแบบราดน้ำกะทิโรยงา ที่ใส่ข้างในเป็นถั่วลิสงผัดกับหัวไชโป๊แล้วก็รับประทานกับพริกขี้หนูผักชี

ถ้าเอาบรรยากาศไปร้านก๋วยเตี๋ยวริมระเบียง มีขนมเบื้องเบื้องญวนด้วย ซึ่งทางนี้เรียกว่าขนมเบื้องไข่ ร้านพี่ทิพย์ก็มีอยู่ในร่มต้นไม้ไผ่ร่มรื่น แต่ส่วนถ้าพูดถึงว่าอยากรับประทานก๋วยเตี๋ยวน้ำใสใสในสไตล์แบบ MINIMAL ก็ต้องไปร้านแน่ ลองสั่งเส้นเล็กน้ำใสก็จะได้ก๋วยเตี๋ยวที่ใส่ถั่วฝักยาวซอยแล้วก็ลอยลูกชิ้นทำเองรสชาตินุ่มนวลหรือไม่งั้นจะเป็นลูกชิ้นปลาก็ต้องลองร้านก๋วยเตี๋ยวหันหลัง

ส่วนกระบวนการอาหารป่าแล้วก็ปลาแม่น้ำควรจะไปทานร้านลุงจ้อยแล้วก็ร้านป้าทรงเป็นคนละร้านกัน เป็นยอดฝีมือทำมานานโดยเฉพาะ

พวกฉู่ฉี่แล้วก็ปลาทอดกระเทียมพวกทอดมันแล้วก็แกงป่า ไม่มีผิดหวังกับข้าวไทย มีร้านช่อผกาแล้วก็มีร้านนิก, ร้าน ณ โขทัย

ทีนี้ก็ต้องมาถึงบรรดาอาหารฝรั่งกันบ้างพิซซ่าที่แป้งทำดีแล้วก็อบด้วยเตาฟืน นั้นชื่อว่าร้านพิซซ่าเตาฟืนอยู่ริมแม่น้ำยมมีปลาแองโชวี่แล้วก็มีหัวหอมใหญ่เสียด้วย ไม่ทานที่ร้านขอซื้อกลับมารับประทานที่บ้านหรือรับประทานที่ที่พักเปิดไวน์ดีๆอร่อยอร่อยซักขวดโดยเฉพาะว่าไวน์ขาวก็อร่อยเป็นนักหนาตื่นเช้าค่อยไปใส่บาตรล้างบาปที่หน้าวัดตระพังทอง

นอกจากนี้แฮมเบอร์เกอร์ที่ทันสมัยมีที่ร้าน เบอร์เกอร์เจอร์นี่ซึ่งเป็นคาเฟ่ด้วย ของแบบห้องอาหารทันสมัยบิสโตมีร้านอภิ ยังทำกล้วยทอดแบบฝรั่งเศสเฟรมเบ้อยู่ สปาเก็ตตี้เส้นวองโกเล่หอยลายตลับทำดีร้านที่มีจริตจะก้านหน่อยก็ต้องยกให้ร้านกับข้าวกับปลาเป็นร้านอาหารไทยที่โมเดิร์นขึ้นมาบ้างแล้วพรีเซ็นเตชั่นสวยอาหารดี ข้าวหมูแดงร้านรุ่งแสงตรงแถวอาชีวะไม่มีผิดหวังทำในสไตล์ดั้งเดิมไม่หวานเกินไป หมูเป็นหมู ไม่หวงของ

ส่วนข้าวมันไก่ซึ่งที่จริงแล้ว เขาเด่นเรื่องข้าวมันจะกินกับอย่างอื่นก็ได้หมูกรอบก็ได้ก็คือร้านโอเบ ไก่สับเขาเนื้อแน่นเลือดไก่ก็นุ่มดี แต่หากอยากลองรับประทานแบบไก่เนื้อ หนาแต่หนังบางบางต้องไปร้านข้าวมันไก่ไหหลำเจ้าแรกใช้คำนี้นะครับ

ส่วนอาหารพื้นบ้าน ถ้าเอาสดชื่นบรรยากาศดีก็ต้องร้านสินวนาต้มยำปลาแม่น้ำน้ำใส ใส่พริกแห้ง สำคัญมาก แล้วก็สั่งหมี่กรอบที่เขาผัดมาแล้วเปรี้ยวเปรี้ยวหวานหวานรับประทานกับแกงส้มชะอมใส่ถั่วฝักยาว ของแซ่บปากจำพวกส้มตำควรแวะไปส้มตำแยกอินทรี ฝั่งเดียวกับอาชีวะสุโขทัยของดีก็คือไส้เล็กทอดกระเทียมกินกับส้มตำแบบไหนก็ได้

ส่วนเรื่องของฝากหรือว่าของกินเล่นนั้นนึกขึ้นมาได้ว่าในแผ่นดินก่อนถั่วทอดของสุโขทัยเป็นที่นิยมรับประทานกันมากข้าในราชสำนักชื่นชมนักชื่อว่าถั่วลอนศิลป สำหรับสูตรและเคล็ดลับความอร่อยของถั่วทอดลอนศิลป 200 ปีนั้น ประกอบไปด้วยแป้งหมี่ แป้งข้าวเจ้า น้ำตาลทรายนิด ใส่เกลือ ใส่ไข่ไก่ และกะทิ ผสมเข้าด้วยกัน จากนั้นจะนำกลอย ที่ฆ่าพิษแล้ว ปนกับ ถั่วลิสง ตักใส่พิมพ์ทอดในน้ำมันที่ร้อนจัด เมื่อถั่วทอดจับเป็นแผ่นและลอยตัวแล้วจะรับตัอกอก และนำไปทอดด้วยเตาถ่านด้วยไฟปานกลางอีกครั้งหนึ่งให้ถั่วทอดเหลืองกรอบ (ทอด2ที)เมื่อได้แล้วจะนำไปซับน้ำมันและผึ่งให้เย็นก่อนที่จะบรรจุใส่ถุงเพื่อขาย