
ทีมมังกร 2
ทีมมังกร 2 อลัมน์ Cat out of the box โดย พีรภัทร์ เกียรติภิญโญ
KEY
POINTS
- ปรมาจารย์ผู้สำเร็จวิชาสาย "โลกะวิทู" มีความสามารถพิเศษในการมองเห็นพลังงานหรือแสงในสถานที่ต่างๆ ทำให้สามารถจัดวางฮวงจุ้ยและแก้ไขปัญหาอสังหาริมทรัพย์ที่ซับซ้อนได้อย่างเห็นผลชัดเจน โดยไม่ต้องพึ่งพาการเปิดตำราหรือคำนวณองศาตามเข็มทิศเพียงอย่างเดียว
- การเข้าถึงปาฏิหาริย์หรือความรู้ขั้นสูงมีเงื่อนไขสำคัญคือการรักษา "สัจจะ" (คำมั่นสัญญา) ซึ่งถือเป็นบารมีที่ค้ำจุนโลก และการเรียนรู้สิ่งเหล่านี้ต้องอาศัย "ภูมิธรรม" ที่สมดุลกัน หากจิตใจไม่ว่างหรือไม่มีพื้นฐานความเข้าใจที่เพียงพอ ก็ไม่อาจรับรู้หรือทำความเข้าใจตรรกะของโลกที่ต่างมิติกันได้
- ท่านอาจารย์สง่า กุลกอบเกียรติ ใช้ความรู้และความสามารถในการสงเคราะห์ผู้คนและสร้าง "วิหารเซียน" เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล โดยท่านให้ความสำคัญกับการมอบมรดกเป็น "โอกาสทางการศึกษา" แก่เยาวชนมากกว่าการเก็บทรัพย์สมบัติไว้ให้ทายาท เพื่อเป็นการสร้างคุณประโยชน์ที่ยั่งยืนแก่สังคม
ท่านเหล่านี้มองเห็นของบางอย่างที่เรียกว่า ‘แสงที่’ อันน่าเชื่อว่าเปนสิ่งเดียวกับ สายวิชา โลกะวิทูฝ่ายมอญที่หลวงพ่ออุตตมะ วัดวังก์วิเวการามท่านก็สำเร็จ ดังได้เล่าแล้วในฉบับก่อนๆๆๆ ความสามารถอย่างที่เรียกว่าเห็นแสงที่นี้ ทำให้ท่าน ผู้มีความสามารถทำการจัดวางฮวงจุ้ยอะไรๆได้ผลเปนที่ประจักษ์ โดยมิพักจะต้องเปิดตำราหรือคำนวณเรื่ององศาลิปดา ตามเข็มทิศ
ของเหล่านี้ไม่ได้พูดเอาเองหรือได้ข้อมูลทุติยภูมิมาขยายผล ตามที่คนปรามาสว่าคงอ่านหนังสือมาเยอะ _55 อันนั้นเปนเรื่องปรกติของคนที่กินตัวอักษรเปนอาหาร แต่ทว่าข้อมูลปฐมภูมิที่รู้เห็นมาต่างหาก นำออกมาเล่าสู่เมื่อถึงเวลา อย่างว่าเล่าตำนาน เพราะ ถ้าต้องการพยานหลักฐานแม้จะยังมีคงรูปอยู่ทั้งนิติบุคคล สัมปทาน และ บุคคลไม่นิติ แต่ท่านเหล่านั้นหลายคราวมิได้อยากแพร่งพรายเปิดเผย
ในกรณีของท่านอ. สง่า ปรมาจารย์ ต้านฝู ท่านนี้นั้น ท่านมีส่วนอย่างมากในการแก้ไขปรับปรุงฮวงจุ้ยแก้การขัดกันที่มองไม่เห็นของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เช่น ภูมิทัศน์ธนาคารที่อาคารสำนักงานใหญ่ริมน้ำ ในคราววิกฤตไอเอ็มเอฟ ท่านผู้ถือหุ้นที่เปนนักเรียนปริ้นซ์ตัน/ฮาวาร์ด ได้เคยกล่าวถึงท่านอาจารย์ด้วยความซาบซึ้งประทับใจ ลึกๆไปกว่านี้ก็เรียนได้ว่าอาคารสนญ. ริมน้ำนั้นโครงสร้างรูปแบบเดิมได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชั้นนำนักเรียน เอ็มไอที ที่มีความสนใจในปรากฏการณ์วิทยาศาสตร์ทางจิตอีกต่างหาก
ที่ได้รู้มาแต่ไม่ได้เห็น คือ พิธีการปิดยอดตึก ยามก่อสร้าง condominium บ่งนัยยะสำคัญของความ complete ตัวอาคาร และ sales to be closed ของยอดขาย ท่านอาจารย์ชี้แนะว่าจะต้องทำการปิดยอดตึกในบริเวณที่สูงที่สุดถ้าเป็นรูปหลังคาก็จะต้องทำพิธีการมุงหลังคาชิ้นสุดท้ายถ้าไม่ใช่เป็นแบบแฟลทแสลบก็จะต้องทำพิธีปิดยอดของตึกนั้นซึ่งมีคำว่าปิด บังเอิญสอดคล้องกับการปิดยอดขายพอดี บรรดาประธานผู้บริหารเอ็มดีต่างๆก็จะต้องถือไม้โบกปูนไปทำการโบกปูนปิดยอดตึกกับท่านอาจารย์จนเรียบร้อย
นอกนี้หากว่าเรื่องเล่าอย่างว่า ฝรั่งเรียก grape vine คือเถาองุ่นเลื้อยไปบ้านโน้นบ้านนี้ ก็ท่านผู้ใหญ่ยุค 80-90 หากว่าเปนโรคหัวใจล่ะจะต้องไปผ่ากันที่ รพ. ฝีมือฉกาจ ซื่อ ซีดาส ไซนาย ในอเมริกา ด้วยว่ามีศัลยแพทย์ชาวไทยชั้นเทวดามาจุติเปนแพทย์ผ่าหัวใจฝีมือหนึ่งในปฐพี ประจำการอยู่ที่นั่น ท่านเจ้าสัวจีนในไทยยามเมื่ออาการเพียบแปร้แล้วไปถึงมือท่านอาจารย์หมอ ระหว่างผ่าตัดมีอาการทรุดลงยังความหนักใจในพยาธิสภาพให้แก่ท่านผู้ลงมือผ่า ทายาทรีบ ต่อสายตรงข้ามทวีปถึงทีมมังกรท่านอาจารย์ ว่าถ้าพ่อไม่ฟื้นหมอผ่าต่อไม่ได้ จะทำอย่างไรดี ทีมท่านอาจารย์จึงว่ายันต์กระดาษมังกรเขียวที่ให้ไว้นั้น จงเผาที่หน้าห้องผ่าตัดเสีย เมื่อท่านลื่อทงปิ่นได้รับสาส์นจะแบ่งภาคให้ความเมตตาฝ่าพรมแดนสองโลกเข้าช่วยเหลือ
แม้ว่าทางโรงพยาบาลจะมีปัญหาเรื่องการจุดไฟหรือจุดบุหรี่เผาอะไรต่างๆในเขตหวงห้ามหรือในเขตรักษาพยาบาลทางทายาทก็หาทางดิ้นรนกระทำการจนสำเร็จได้
เมื่อกระทำตามคำสั่งบิดาผู้เพียบหนักก็ฟื้นขึ้นปาฏิหาริย์ ทำการผ่าตัดต่อไปได้ (เรื่องเหล่านี้ มิใช่ว่าปาฏิหาริย์ไม่มีอยู่จริง ปาฏิหาริย์นั้นมีอยู่จริงแต่มีต้นทุนและราคาที่ต้องจ่ายซึ่งบางครั้งไม่ได้เป็นรูปตัวเงินเสมอไปจะเปนอย่างไรขอได้โปรดถามไถ่ดีกว่าใช้อักษรบอกเล่า เพราะไม่เช่นนั้นแล้วใครใช้ปาฏิหาริย์ได้บ่อยบ่อยก็อาจถูกมองว่าเป็นการได้เปรียบคนอื่นที่เกิดมาร่วมในสังสารวัฏเดียวกันมากเกินไปสักหน่อย)
วันหนึ่งเมื่อสักจะ10 ปีก่อนไปตัดเสื้อที่ร้านประจำ คือ world group ข้างๆโรงเเรมโอเรียลเต็ล ได้เกิดภาวะรู้เห็นบางอย่างขึ้นโดยฉับพลันสามารถตอบคำถามอันคำตอบทะลวงลึกเข้าไป ในอดีตภาคของครอบครัวเจ้าของร้านซึ่งเปนทายาทได้หลายเรื่อง ซึ่งไม่ใช่ครั้งแรก คล้ายกับมีไวไฟประหลาดอยู่ในบริเวณห้องเสื้อราคาแพงแห่งนั้น ด้วยไปทีไรก็ได้เรื่อง ท่านจึงขอเชิญบิดาซึ่งเปนผู้ก่อตั้งกิจการ และเปนพ่อค้าผู้ใหญ่ที่ใกล้ชิดวงการบ้านเมืองตั้งแต่ยุคก่อนเศรษฐกิจเฟื่อง พล.อ. ชาติชาย ฯ เปนนายก ได้มาร่วมสนทนาด้วย
ท่านผู้อาวุโสนี้ได้เอ่ยถึงนามกรของท่านเซียนสง่า ในบริบทการสนทนา จึงได้ทราบว่าท่านผู้นี้เปนผู้ร่วมสร้างอเนกกุศลศาลา วิหารเซียน โดยปรากฏนามในป้ายทองจารึกในลำดับสุดท้าย(น่าจะเพราะอ่อนอาวุโสที่สุด) ในหมู่เจ้าสัวผู้บริจาค ยามกลับออกมาด้วยใจรฤกถึงท่าน อ. สง่า ว่าจากที่ตลอดมาเลือนจากท่านไปแล้ว มาวันนี้มีผู้กระตุกลิ้นชักความทรงจำ หวังใจว่าจะได้พบเจอแนวทางหรือข้อปฏิบัติคำสอนของท่านบ้างเพื่อศึกษาเพิ่มพูนหิตานุหิตประโยชน์ ซึ่งก็ไม่รู้จะไปหาคว้าค้นได้จากที่ไหน ได้จุดธูปรฤกถึงท่าน บอกกล่าวถึงความประสงค์ลอยไปกับลมกับฟ้า อย่างที่เรียกว่าลมๆแล้งๆและแล้วรุ่งขึ้นสองวันก็ได้รับโทรศัพท์ประหลาด
จากทางสำนักพิมพ์พลอยแกมเพชร curator-คนคัดของมี class มี style คอยไปบอกกล่าวแก่ผู้คนรอบโลกในนามนิตยสารกรอบสีขาวชื่อเดียวกับสำนักจะโบกมือลาวงการกระดาษเข้าเล่ม ปิดบรรณาธิการสำนักเปนการถาวร มีทีมงานโทรมาบอกว่า ในการที่จะเลิกสำนักนั้นมีหนังสือต่างๆกองอยู่มากมายเต็มชั้น 3 อาคารชาร์ม ตรงชิดลม คิดว่าคนที่อยากได้คือเรา !
ถามไปด้วยใจมิตรว่าให้ฟรีรึเปล่าจะเอารถหกล้อไปขน เธอผู้แจ้งข่าวบอกว่าถ้ายังงั้นขายเจ๊กดีกว่า ที่โทรมานี่หวังว่าจะได้ราคาจากผู้รู้ค่าผลลัพธ์ของการเดินทางฝ่ารถติดเข้าไปวันนั้น หมดเงินไปหลายสตางค์หนังสือหายากกุรุสหนึ่ง
เล่มแรกที่ปะทะสายตาในตั้งกองหนังสือมหึมานั้น คืออนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ ท่าน อ. สง่า กุลกอบเกียรติซึ่งบรรจุคำสอนของท่านทั้งหมดเล่มนี้_โดยรูปท่านหน้าปกนั้นมองตรงมาด้วยแววตาราวมีชีวิต! เพื่อให้เปนไปตามเจตนารมย์ของท่านอาจารย์สง่า ก็จะขอเชิญเอาถ้อยคำบางประการเกี่ยวแก่คุณธรรมของชีวิตจากท่านผู้มีความสามารถน่านับถือในชาติต่างๆมาเผื่อแผ่ ดังนี้
ถามว่าท่านเหล่านี้ทำได้อย่างไรอันนี้ถ้าลองแกะๆดูจะพบว่ามีเบาะแสเงื่อนไขอยู่สองประการขั้นต่ำ คือสมองในฐานะ hardware รองรับดวงจิต ที่ว่างพอกับการรักษาข้อตกลง (สัจจะ) อันว่าสัจจะนั้น นับเปนบารมีชนิดหนึ่ง
ซึ่งยังโลกพิภพให้หมุนไปด้วยความสงบ พ้นความปัญหาuncertainty มีความวุ่นวายจากการตลบตะแลง เคยมีผู้ถามท่านอาจารย์ว่า นับถือเจ้าแม่กวนอิม แล้วต้องงดกินเนื้อวัว ท่านอาจารย์ว่า ‘อร่อยจะตาย งดกินก็โง่น่ะซี’ คนไม่เสงี่ยมด้วยขาดโสรัจจะหนึ่งขาดปัญญาแยบคายหนึ่ง ก็บอกแก่ตัวว่า อ่าว_อะไรกัน?
อาจารย์ผู้นี้ผิดคำสอน ลบหลู่เจ้าแม่พระโพธิสัตว์ : ถ้าว่าให้น้ำหนักความนับถือเจ้าแม่มากกว่าอาจารย์หรือไม่ก็ว่า
ดีจริง กูนี้จะกลับไปกินเนื้อวัวเสียให้ช่ำปอด : ถ้าว่าให้น้ำหนักกลับกัน
หามิได้ไตร่ตรองให้ถ้วนถี่ อย่างฝรั่งว่า Read between the lines. กุญแจสำคัญมันอยู่ที่ว่า เคยได้ให้สัจจะปฏิญาณแก่ เจ้าแม่โพธิสัตว์ไว้หรือไม่ เช่น ขอกราบเจ้าแม่ ข้าพเจ้าขอเลิกเสพเนื้อวัวถวายเปนกุศล เช่นนี้แล้ว ข้อสัจจะ -determine ย่อมผูกพันแก่ตน ไม่อาจทำให้คำเฉลยอะไรๆของผู้ใดมาลบล้างนิติสัมพันธ์ระหว่างผู้ให้สัจจะกับผู้รับสัจจะได้เลย
ในทางตรงข้ามหากว่านับถือ กราบไหว้แต่ว่ามิได้กำหนดสัจจาอธิษฐานเปนเครื่องกำหนดแนวทางปฏิบัติของตัว การจะกินไม่กินเนื้อสัตว์มีขนาดใหญ่อย่างวัวนั้นย่อมมิใช่ประเด็น พอกัน
ตานี้ก็จะมาถึงการกล่าวเอ็ตตะโรโทษผู้อื่นด้วยอัตตาตามประสามนุษย์ขี้เหม็นว่า
อ่าว_แล้วทำไมอาจารย์ไม่อธิบายให้มันชัดเจนลงไปเล่า!?!
อ่าว_ก็ลำพังเด็กอนุบาลมีสมองรับรู้ระเบียบวิธีไดอะเเลกติก ดิฟเฟอเรนเชียล ยกกำลังแคลคูลัสได้หรือครูสอนวิชาขั้นสูงอย่างแคลคูลัส จะต้องลงมาคอยเริ่มหัดเด็กอนุบาลเขียนเลข ต่อด้วยวิชาประถมกฎการบวก ไปมัธยมต้น ยกกำลัง ฟังก์ชั่นการคูณ เพื่อเปนฐานรองรับความรู้ชนิดใหญ่อย่างนั้นไหวหรือมันคงไม่เปนธรรมแก่โลก
เขาสนทนาธรรมกันไปถึงขั้น Why/ Why not กันแล้วคู่สนทนาที่มาใหม่ถามถึง How ยังพอลดเพดานการสนทนาลงไปคุยกันได้บ้าง ชั่วแต่ว่าโผล่มาถาม What - คู่สนทนาชั้น Why not เขาก็บอกให้กลับไปดูตำรา หามิได้ก็กลับไปบ้าน_ไปเล่นที่บ้านโน่น เช่น นี้จึงมีคำกล่าวว่า ภูมิธรรมไม่เท่ากัน_ยังให้ไปกันต่อหามิได้
ประเด็นจึงมีอยู่เพียงว่า วิสัจฉนาชนิดใดจะฉุกใจให้ผู้อนุบาลกลับไปคิด ไปตรอง ไปศึกษาหาหนทาง อัพ level ภูมิฐานะแห่งตนเพื่อสร้างความสามารถในการรับรู้ถึงสรรพวิทยาขั้นสูงๆขึ้นต่อไป จึงเปนกุศลมากกว่า
ส่วนอีกประการหนึ่งที่ว่าน่าจะคือความว่างความนิ่งนั้น
หากว่าจิตสมองคิดโน่นนี่มีเส้นทางข้อมูลการสั่งการเคลื่อนที่ยุกยิกๆเปนกระแสอยู่ตลอด ภาษาคอมพิวเตอร์ก็ว่า RAM มันเดี้ยง CPU เต็ม การจะรับหรือลงโปรแกรมใหม่ มันไม่มีที่ว่างมากพอ คงจะเปนกฎธรรมชาติ ถึงมีคำกล่าวว่า “น้ำใส ย่อมเห็นลงไปได้ถึง ก้นตุ่ม ใจคนเราถ้าใสสะอาดจะเห็นอะไรแปลกประหลาดได้อีกมาก”ก็เปนสิ่งที่น่าทดลองปฏิบัติดู เพราะในโลกบางโลก ใช้ตรรกะ_เหตุผล ของโลกตัวเองไปตัดสิน โลกใบอื่นหามิได้ เพราะโลกใบอื่นอาจกำเนิดขึ้นและตั้งอยู่ด้วยลอจิกคนละแบบกับโลกของเรา อุปมาเหมือนหมูอยู่บนโลกบกจึงจะรอด ถ้าตกลงน้ำไม่นานก็ตาย ทว่าปลากลับต้องอยู่ในโลกน้ำ ขึ้นบกเมื่อไหร่เปนต้องตาย เช่นนี้ ตรรกะเข้าสู่ภาวะตรรกะวิบัติ และไม้บรรทัดในโลกน้ำกับโลกบกก็เปนคนละอัน ไม่ควรและไม่สามารถนำมาวัดแก่กันและกัน
ในสถานการณ์ระหว่างสองโลกนี้ ก็ควรจะฟังสัตว์จำพวกเลื้อยคลานอย่างว่า แรปไทล์ เช่นว่า งูน้ำ จระเข้ รึกบ ที่ไปมาระหว่างสองโลก_บก/น้ำให้เขาเล่าว่าไปโลกบกเห็นอย่างไร ไปโลกน้ำมีอย่างไร โดยเปนการฟังอย่างว่า positive : what it is หามิใช่ normative : what should it be. เพื่อมาเอาชนะทุ่มเถียงกันระหว่างปลากับหมู อย่างไหนมีอยู่จริง ถ้าไม่มีหมูแล้วจะมีปลาอยู่ไหม ให้ปวดกบาลหัว
ปล่อยจระเข้ งูน้ำ กบ เต่า เขาพูดคุยกันไปดีกว่า รึไม่งั้นก็ไปถามแมลงปอ ผู้เกิดในน้ำแล้วกลับโตขึ้นไปอยู่ในอากาศ! ท่านปรมาจารย์ต้านฝู สง่า กุลกอบเกียรติ ได้ประกอบกุศลกิจสงเคราะห์เพื่อนมนุษย์ไม่ขาดสาย ด้วยจิตใจเที่ยงธรรมใฝ่เกื้อกูล หากถือสันโดษประคองตนสู่ภาวะวิถีแห่งเซียน ได้น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายอาคารวิหารเซียนพร้อมด้วยทรัพย์สมบัติล้ำค่า แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยเสด็จพระราชกุศล ไม่ขอรับพระราชทานความดีความชอบดวงตราสายสะพายประดับเกียรติยศแห่งตนแต่อย่างไร มีแต่ความเสงี่ยนเจียมอยู่ในโสรัจจะคุณนอบน้อม ท่านได้กล่าวถึงเหตุที่ทุ่มทุนสร้างโดยใช้ทุนทรัพย์ทั้งหมดที่มีไม่เหลือเผื่อไว้เปนมรดกแก่ทายาทไว้ว่า
ที่เป็นเช่นนี้เพราะตัวท่านให้ความสำคัญเรื่องการให้โอกาสทางการศึกษาแก่บรรดาเยาวชนให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้มากกว่าเรื่องเงินทองมากองให้ ก่อนจะลับเลือนหายทิ้งกายจากภพมนุษยโลก ท่านได้รำพึงธรรมคติไว้ว่า
บทส่งท้าย
ด้วยมีท่านผู้ได้อ่านเรื่องทีมมังกรตอนแรก ได้สอบถามเข้ามาว่า ตามที่ว่ากระบวนการสร้างวัดญาณสังวราราม ติดขัดแต่แรกมานั้น ติดอะไรอย่างไร ก่อนถึงมือท่านอาจารย์สง่า ก็ขอเรียนว่าต่อไปนี้จะเปนการเล่าเท่าที่รู้และเปนสมมติฐานส่วนตัวประกอบเรื่อง ซึ่งเป็นมุมมองจากผู้สังเกตจากภายนอกเท่านั้น อาจมีข้อที่เป็นความจริงหรือเกร็ดอีกมากที่เกี่ยวข้องกับการตอบคำถามนี้ให้ได้ครอบคลุมและชัดเจนมากกว่า
จึงขออนุญาตลำดับความตามข้อจำกัดข้างต้นกล่าวคือ เดิมทีที่ดินแปลงกว้างใหญ่ไพศาลนี้มีผู้จับจองปลูกพืชพวกมันสำปะหลัง หลังจากมีการแผ้วถาง เหลือไม้ใหญ่อยู่ไม่มาก เปนที่แล้ง เรื้อ คุณข้าหลวงผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ชื่อคุณหญิงนิธิวดี ถวายงานมาแต่สมัย ร.6 ได้เข้าซื้อไว้ตามชาวบ้านขอร้องหลายแปลงต่อๆกันในราคาราวไร่ละ 50 บาท มีผู้สนิทญาติพี่น้องร่วมซื้อไว้ด้วย
ต่อเมื่อได้ที่มากๆเข้า เปนพันไร่ ประกอบกับทางท่านเปนผู้ใฝ่ทางธรรม ท่านก็คิดจะอุทิศที่ทั้งหมดสร้างวัด ใจก็คิดถึงว่าที่เรื้ออย่างนี้ควรจะต้องถวายแก่พระที่เปนนักพัฒนา จึงได้ไปกราบท่านพระอาจารย์วิริยังค์ ซึ่งเปนที่ประจักษ์ในคุณด้านการพัฒนา ท่านอาจารย์ก็เมตตารับไว้ โดยในระยะแรกทำเปนสำนักสงฆ์ก่อน มีหมู่กุฎิ ราวสัก 5 หลัง ต่อมาด้วยเหตุไรยากจะหยั่งถึงเกิดเหตุไฟไหม้กุฎีวายวอด
คุณหญิงและญาติธรรมก็มิได้ท้อใจ รวบรวมกำลังสร้างกุฎิขึ้นใหม่ทดแทน ในช่วงเวลาไม่นานก็เกิดเหตุไฟไหม้ผลาญหมู่กุฏินั้นเปนครั้งที่สองท่านได้เริ่มคิดว่าต้องมีเหตุสำคัญบางประการเกี่ยวแก่ที่ดินผืนนี้ ได้กราบเรียนถามท่านอาจารย์วิริยังค์ ท่านก็นิ่งอยู่ด้วยอุเบกขาธรรม แต่มิได้ทอดทิ้งคณะผู้ศรัทธา มีการจัดการภายในคณะสงฆ์ โดยท่านได้มอบหมายให้พระสุปัฏิปันโนที่ลือนามรูปหนึ่งจาก จ.กาฬสินธุ์ มาเปนหัวหน้าสำนักสงฆ์ที่เขาชีจรรย์เขาชีโอนนี้
ท่านผู้นี้มีชนมพรรษาเยาว์กว่าท่านไม่มากมีชื่อว่า หลวงปู่หา ครองวัดธรรมยุติกนิกายอยู่ที่ ภูกุ้มข้าวณ จุดนี้ขอหากท่านได้สังเกตเบาะแสเสียให้ดี หลวงปู่หาผู้นี้สาธุชนไม่ค่อยขนานนามพระราชทานตั้งไว้ที่พระญาณวิศาลเถร กลับเรียกท่านว่า หลวงปู่ไดโนเสาร์ สนิทปาก
ด้วยเหตุที่ท่านสามารถติดต่อกับดวงจิตขนาดใหญ่ของพญาสัตว์ดึกดำบรรพ์ได้ เมื่อมิติทางจิตเปิดขึ้นให้ทั้งสองฝ่ายเชื่อมเข้าหากัน และดวงจิตของไดโนเสาร์นั้นๆได้แจ้งแก่ท่านว่าจะขอมาอยู่ด้วย จนเกิดปรากฏการณ์ประหลาดที่นำท่าน ไปจนค้นพบซากฟอสซิลขนาดใหญ่ที่ซ่อนอยู่หลายจุด นักวิทยาศาสตร์ตั้งชื่อสายพันธุ์ในฟอสซิลว่า อิสาโนโซรัสสิรินธรเน่
(ต่อตอน 3)







