thansettakij
thansettakij
ทีมมังกรท่านปรมาจารย์ต้านฝู

ทีมมังกรท่านปรมาจารย์ต้านฝู

ทีมมังกรท่านปรมาจารย์ต้านฝู คอลัมน์ Cat out of the box โดย พีรภัทร์ เกียรติภิญโญ

KEY

POINTS

  • วิหารเซียนหรือเอนกกุศลศาลาเกิดขึ้นจากการบุกเบิกพัฒนาพื้นที่ของท่านปรมาจารย์ต้านฝู เพื่อแก้ไขปัญหาทางจิตวิญญาณและปรับสภาพพื้นที่ให้เหมาะสมต่อการสร้างวัดญาณสังวรารามตามพระราชประสงค์
  • ภารกิจของทีมมังกรคือการใช้ญาณสมาบัติและพลังอำนาจฝ่ายเต๋าในการปราบมิจฉาทิฐิและสงเคราะห์สรรพชีวิตที่ติดข้องอยู่ในภพภูมิ เพื่อเปลี่ยนดวงจิตที่มีพลังอำนาจสูงให้กลับมาเป็นสัมมาทิฐิและร่วมทำกุศลกิจ
  • การสืบทอดภารกิจของทีมมังกรมีลักษณะเป็นวัฏจักรต่อเนื่องผ่านเซียนแต่ละท่านและมังกรแต่ละสี ซึ่งทำหน้าที่สงเคราะห์ผู้คนและช่วยเหลือสิ่งที่มองไม่เห็นโดยยึดถือแนวทางโพธิธรรมและอานุภาพแห่งความเมตตาเป็นสำคัญ

คอนเซ็ปท์ของคอลัมน์ที่ได้กำหนดไว้ว่า cat out of the box นั้นท่านบรรณาธิการบริหารให้เป็นงานเขียนวรรณกรรมที่เกี่ยวกับเรื่องอะไรๆ ที่คุณผู้อ่านไม่จำเป็นต้องรับรู้ แต่ว่า เมื่อรู้แล้ว ควรต้องได้สาระคู่กับความบันเทิงเริงใจไปด้วยจะเปนด้วยเรื่องไทยเรื่องเทศ เรื่องลึกเรื่องเร้น เรื่องไขข้อข้องใจ ให้บังเกิดสาระปนกับความบันเทิงก็ใช้ได้หมด

หลังมานี้คุณผู้อ่าน มีความสนใจในเรื่องปรากฎการณ์แปลกๆอยู่มากแล้วก็สอบถามยามมาเจอตัวบ้าง เขียนฝากมาถามบ้างในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่มองไม่เห็น หรือความเป็นมาของเรื่องเบื้องหลังสิ่งที่มองไม่เห็น ก็ขออนุญาตใช้พื้นที่ในลักษณะว่า เล่าเท่าที่รู้ จะเหมาะสมกว่า ประเด็นสำหรับวันนี้ว่าด้วยเรื่องศิลปะการงานศาลเจ้าขนาดใหญ่ๆในเมืองไทย ว่าใครมีสตางค์มีฐานะสร้างได้อย่างไรแล้วทำไมผู้คนถึงศรัทธาเข้าหากราบไหว้ไม่ขาดสาย ก็คงขออนุญาตเล่าถึง วิหารเซียน หรือ เอนกกุศลศาลา ที่ตรงสุดเขตพัทยา นาจอมเทียน ไปสัตหีบ เพื่อสนองคำถามท่านผู้สนใจดังต่อไปนี้

บทนำก่อนวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ (2540) มาเยือนไม่นาน ก็มีเหตุให้ต้องย้ายที่พำนักไปอยู่ทะเลเมืองชลเปนการชั่วคราว ด้วยบิดาผู้เขียนต้องไปปฏิบัติหน้าที่ทางราชการเป็น ตุลาการในศาลฐานทัพเรือสัตหีบ พร้อมๆไปกับในศาลมณฑลทหารบกที่ 21 ฝ่ายฐานทัพเขาจัดให้พักอยู่ที่อาคารแปดเหลี่ยม ไม่ไกลจากทะเล อยู่ไปอยู่มาจึงทำให้ได้เข้าใจวิถี seamanship ของฝ่ายทหารเรือจรรยามารยาทอย่างที่ว่าแบบธรรมเนียมเคร่งครัดและมีมาตรฐานสูง ทหารเรืออ่อนอาวุโสเรียกทหารเรืออาวุโสกว่าแบบลำลองว่า ‘ครู’ เสมอ

เวลาเช้า ออกไปตลาดตรงวัดหลวงพ่ออี๋ ได้พบปลาแปลกๆมากมาย เช่น ปลานกแก้ว ปลาสลิดหิน นำมากริลล์น้ำมันน้อยๆ อร่อยเอร็ดมากมาย ยามค่ำมีโรตีแบบว่าเอากล้วยหอมสุกตีกับไข่ใส่น้ำตาลทอดเปนไส้โรยนมข้นขายหน้าตลาด รสชาติยังติดอยู่ในผัสสะสัมผัสจนบัดนี้

ความกรุณาของท่านบิดานั้นถือว่ามากกว่าความอารี ซึ่งจะต้องมาทีหลังหน้าที่และความรับผิดชอบเคร่งครัด ยามมีเวลาเบาภาระจากงาน ท่านอาจพาครอบครัวไปพักผ่อนโรงเเรมห้าดาว มีสระว่ายน้ำทำนองสวนน้ำใหญ่โตหรูหราบ้างแต่ก็น้อย บางเวลาพาไปสวนสัตว์เปิด เมื่อแรดเดินเข้ามาก็จับนอของมันโยกเล่น ให้เงินไปซื้อถั่วฝักยาวมาให้อาหารยีราฟ และหลายคราวไปดู ‘ผู้ใหญ่’ เขาก่อสร้างพระพุทธรูปที่แกะสลักตรงหน้าผาเขาชีจรรย์ที่ ฝังกระเบื้องฉาบทองคำเข้าไปในผนังหน้าผาเป็นศิลปะเส้นลาย

ทีมมังกรท่านปรมาจารย์ต้านฝู

เวลานั้นวัดญาณสังวรารามเริ่มก่อสร้างแล้วเห็นเป็นรูปร่างยังไม่สำเร็จดี พอกับที่เทวสถานแห่งหนึ่งอยู่ริมทะเลสาบ เปนศิลปะจีนสวยงามใหญ่โต อันเวลาต่อมาได้รับพระราชทานนามว่าเอนกกุศลศาลา แต่ชาวบ้านเรียกว่า วิหารเซียน ณ สถานที่แห่งนี้ ยามนั้นผู้ใหญ่ว่ากันว่า มีท่านผู้สำเร็จเปนเจ้าของ ไอ้ตัวเรายังเยาว์เกินไปกว่าจะสนใจเรื่องศาสนา ให้เรื่องผู้ใหญ่เปนเรื่องผู้ใหญ่ไป ปลีกตัวออกมาสำรวจข้าวของเเปลกประหลาดมากมายก่ายกอง ท่ามกลางรูปสักการะเทวทูตมากมาย ได้แต่ไปจับจ้องลูบคลำเครื่องโลหะรมดำลายมังกร ที่ติดป้ายว่าเปนอุปกรณ์วัดแผ่นดินไหวบ้าง เครื่องดูวงโคจรดาวนพเคราะห์บ้าง ที่มาจากเมืองจีนว่ามันทำงานอย่างไรด้วยความทึ่ง

ต่อเมื่อชีวิตเข้าไปพัวพันรู้เห็นกับปรากฏการณ์แปลกประหลาดชนิดที่ว่ามองไม่เห็นด้วยตาเปล่า หลากครั้งหลายสถานการณ์ทั้งในกิจธุระของตนและธุรกิจของผู้อื่น จึงรฤกขึ้นได้ถึงปูชนียบุคคลอย่างท่านผู้สำเร็จผู้นั้น ณ วิหารเซียน ที่เหล่า‘ผู้ใหญ่’ให้ความเคารพให้ความนับถือในคุณวิเศษ กล่าวว่าหากได้เข้ากราบสักการะขอความเมตตาท่านได้กรุณาไขข้อสงสัยฝ่ายธรรมะที่ปะทะแก่นาวาชีวิตทางโลกย่อมเปนมงคลสูงยิ่ง

อนิจจานับได้ว่าสายไป ด้วยท่านได้ถึงแก่มรณะแล้ว ในปี 46 สิบปีก่อนความรฤกชนิดนี้จะมาถึงก็ได้แต่เฝ้าสืบเสาะหาท่านผู้รู้ได้เมตตาเล่าขานกิตติคุณ ก่อนจะแวะเวียนไปกราบรูปท่านสองสามครั้งในรอบระยะเวลาที่ผ่านมาดังว่า

ต่อไปนี้ก็จะเปนข้อมูลที่ได้รับความเมตตาจากท่านผู้รู้เห็นที่ยังฝังอยู่ในหัวเกี่ยวเนื่องด้วยท่านปรมาจารย์ต้านฝู และความเปนทีมมังกร คราวหนึ่งท่านผู้ใหญ่ในบ้านเมืองที่มีคุณวุฒิระดับ ดร. จากเมืองนอก มีความปรารถนาจะอุปสมบทหักล้างอะไรบางอย่าง ได้ปาวารณาออกบวชแล้วมาจำพรรษาอยู่ที่กุฏิในป่า ของวัดญาณสังวรารามที่เพิ่งสร้าง

ท่านภิกษุใหม่ผู้นี้เล่าว่า_ยามลงอุโบสถทุกครั้ง ที่มีการประกอบสังฆกิจโดยเฉพาะในเวลาเย็นย่ำ พื้นดินใต้โบสถ์จะเกิดสั่นสะเทือนขึ้นเสมอๆ ท่านได้แต่เก็บความกังวลปนสงสัยนี้ไว้แก่ตัวตลอดมา การสะเทือนนี้ไม่ถึงกับเลื่อนลั่น ไม่ถึงกับโยกไหว เปนความสะเทือนกึงๆๆ เหมือนว่ามีรถไฟวิ่งผ่านใต้ดิน อีกทั้งระดับของความสั่นจะมีมากหากคณะสงฆ์มีสังฆกิจสำคัญพร้อมๆกัน เช่น สวดปาติโมกข์ จะสั่นมากกว่าทำวัตรปกติ

ความข้อนี้เปนที่สงสัยแก่ท่านผู้เดียว ภิกษุอื่นที่อาวุโสหาได้กังวลสงสัยเหมือนท่านไม่ เปนแต่ลักษณะที่ว่ารับรู้การสั่นสะเทือนเหมือนกัน แต่’รู้’ ว่าเปนเพราะอะไรและละวางความกังวลนั้นได้

ทีมมังกรท่านปรมาจารย์ต้านฝู

นาทีนี้ก็จะกล่าวถึงว่า สมเด็จเจ้าอาวาสของวัดญาณสังวราราม เจ้าประคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชกรมหลวง พระองค์ที่ 19 นั้นทั้งโลกรู้ว่าทรงมีน้ำพระทัยเปี่ยมล้นด้วยอานุภาพแห่งความเมตตา สมเด็จท่านได้ประทานข้อสงเคราะห์และอนุเคราะห์แก่ทุกสรรพชีวิต ไม่เพียงแต่ภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา แต่รวมถึง ‘อะไรต่างๆ’ ในอารามตามฐานานุรูปด้วย

เดิมทีเวิ้งป่าตรงวัดนี้เปนที่รกร้างไม่มีผู้คน การบุกเบิกสร้างวัดจากที่ดินที่มีผู้น้อมเกล้าถวายด้วยจิตศรัทธากลับติดขัดและทำได้ยาก เจ้าประคุณสมเด็จผู้ทรงสมณคุณไพศาลได้เสด็จพระดำเนินหลายครั้งเพื่อทรง ‘แผ่เมตตา’ แก่สิ่งที่ปุถุชนมองไม่เห็น แต่ผู้ที่มองเห็นพูดเปนเสียงเดียวกันว่า เปนวิญญาณของนักรบชุดใหญ่ที่มีจบชีวิตลงในสมรภูมิละแวกเขาชีจรรย์แห่งนี้

ยิ่งสมเด็จท่านประทานพระอนุเคราะห์แผ่เมตตาสงเคราะห์ให้มากเท่าไหร่ ผู้ติดข้องในวัฏฏสังสารเหล่านี้ยิ่งพากันมาเข้าหาท่านมากขึ้นเท่านั้น แม้อานุภาพความเมตตาไม่มีสัณฐานประมาณแต่ดวงวิญญาณตกยากนั้นรอนแรมกลางทะเลทรายแล้งไร้ฝั่งได้พบโอเอซิสเข้าก็กลุ้มรุมตวงตักประดุจว่าแร้งลงเข้าใส่สมเด็จท่านฉะนั้น

ทีมมังกรท่านปรมาจารย์ต้านฝู

ในสมณเพศและฐานะแห่ง supreme patriarch การทรงใช้พระเดชกำราบอาจไม่เหมาะสม แต่จากวันนั้นมาทรงมีพระบัญชา ให้ท่านปรมาจารย์ต้านฝู ในชื่อไทยว่านายสง่า กุลกอบเกียรติ ได้มีโอกาสเข้าถวายงานการบุกเบิกพัฒนาพื้นที่โดยรอบของวัดญาณสังวราราม การมาถึงของท่านอุบาสกผู้นี้ได้ ‘เฉลย’ ที่มาของปัญหาหลายอย่างในสิ่งที่สมณบุคคลอย่างสมเด็จท่านไม่อาจหักศีลสังวรบริสุทธิ์ออกจัดการได้

ลำดับแรกด้วยญาณสมาบัติของท่านอาจารย์สง่า ท่านได้พบว่าการสั่นสะเทือนนั้นเกิดจากความมิจฉาทิฐิของดวงจิตขนาดใหญ่ดวงหนึ่งผู้อยู่มาก่อนในพื้นที่นานนับหลายพันหมื่นปี ดวงจิตนี้ ไม่ประสงค์ให้ประดาสมณะผู้มาอยู่ใหม่ได้ปักหลัก อันเปนการ ‘เกะกะ’ จึงได้ออกรบกวนป่วนปั่นตามประสารำคาญผู้มาอยู่ใหม่ในถิ่นที่อันตัวครองมาก่อน โดยผ่านการเลื้อยไปมาอย่างเร็วในพิภพบาดาลเบื้องล่าง อันเป็นพื้นที่ที่โบสถ์วัดสร้างทับอยู่ดวงจิตขนาดใหญ่นี้ เจ้าของคือมังกรสีเขียวตนหนึ่ง ที่หงุดหงิดและพร้อมอาละวาด การเลื้อยเร็วนี้จึงทำให้ผู้สัมผัสได้มีความรู้สึกอย่างว่ารถไฟ_รถไฟใต้ดิน เคลื่อนที่กีงๆๆ อยู่ตลอดเวลาลงโบสถ์

ทีมมังกรท่านปรมาจารย์ต้านฝู

มาถึง ณ จุดนี้ท่านผู้ใดคิดว่าเปนนิทานก็ของเชิญไปศึกษาประวัติศาสตร์ทางธรณีวิทยา ว่าด้วยมหายุคนีโอโซนิก และ มหายุคเลนิโอโซนิค ที่โลกพิภพถูกครอบครองโดยงูใหญ่เอาเอง ไปอ่านในบริทันนิกา ของอังกฤษ หรือ แพร์ ของอังกฤษก็ได้ (ซึ่งจะเห็นว่าเป็นนิทานก็ไม่ว่ากันก็ขอเล่าอย่างนี้นิทานก็ได้)ลำดับที่สองก็คงด้วยสมาบัติของท่านอีก ท่านพบว่าดวงวิญญาณมนุษย์ที่ตกค้างกระหายบุญเมตตาพากันเข้ากลุ้มรุมทึ้งพระกระแสโปรดสัตว์ของสมเด็จพระญาณสังวรนั้น เปนพลรบในสังกัดมูลนายของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชที่มายั้งทัพและฟาดฟันกันอยู่ในเวิ้งบริเวณแห่งนี้เมื่อหลายร้อยปีก่อน ท่านอาจารย์ต้านฝูก็ได้ลงมือจัดการ

ตัวท่านอาจารย์สง่า กุลกอบเกียรตินั้นเดิมทีท่านอยู่ในวรรณะพ่อค้า ทำการค้าเพชรทอง ไม้ซุง ไม้เลื่อยมีฐานะเปนปึกแผ่น ประสบความสำเร็จแต่ยังหนุ่มแน่น มีรูปร่างสูงใหญ่อินเตอร์ เดินทางค้าขายระหว่างประเทศไม่ขัดเขิน ท่านผู้นี้พลิกเส้นทางชีวิตจากธุรกิจมาสู่เส้นทางโพธิธรรมก็ด้วยรับสัจจะองค์เทพเทวา ขอเอาตัวเองเเลกชีวิตมารดาที่ป่วย องค์เทพยดาเห็นใจในคุณวิเศษข้อกตัญญุตาแรงกล้า จึงบันดาลให้มารดาหายเจ็บไข้ ส่วนวิธีการอย่างไร ท่านผู้สนใจศึกษาต่อได้เอง

เทพยดาองค์ที่มาช่วยนี้ เปนเทวดาฝ่ายเต๋าของจีนชาวบ้านขนาดนามท่านว่า ลื่อทงปิน เปนเซียนลำดับที่สาม ในประดาแปดเซียนของลัทธิเต๋า เมื่อครบกำหนดเวลายืดชีวิตของมารดา อ.สง่า ท่านได้รับเอาท่านอาจารย์สง่าเปนศิษย์ และถ่ายทอดความรู้ในสรรพวิทยาธรรมะและธรรมชาติให้แก่ท่านในทางจิต โดยมีข้อแม้ให้ท่านใช้วิชาความรู้ที่ได้รับหน้าที่สงเคราะห์ผู้คนไม่ให้เลือกหน้าท่านอาจารย์สง่าได้รับปฏิบัติตามคำสั่งเรื่อยมา ทำหน้าที่แก้ไขปัญหาที่มองไม่เห็นตั้งแต่ยังประกอบธุรกิจการค้า มีผู้เข้าหาทุกวันจนแทบไม่มีเวลาทำกิจค้าขายส่วนตัว

ต่อมาท่านได้รับความอนุเคราะห์จากแม่ยายรับดูแลกิจการค้าขายและครอบครัวให้ เพื่อท่านได้ออกสงเคราะห์ผู้คนได้เต็มที่จึงเปนที่มาของการท่องไปทั่วเเคว้นแดนถิ่น การติดต่อของท่านกับอาจารย์ของท่านคือ ท่านเซียนลื่อทงปินนั้น มี channel ผ่านระบบรหัสนัยที่ตกลงกันคือการเผากระดาษยันต์

มาถึงจุดนี้ก็อย่าไปสงสัย ทีเวลายุคนี้จะติดต่อแลกไลน์กันเขายังต้องมี QR code เด้งตึ๊งๆกันได้ก็เพราะมีwifi เปน channel ตานี้สมัยโบราณที่เราเกิดไม่ทัน เขาก็มีเทคโนโลยีโบราณ คืออาศัยพระอัคนีแทนไวไฟสื่อตัวสารให้ถีงกันเข้า อ่ะทีนี้ก็อย่ากังวลไปเลยว่า ทำไมไฟมันต้องไว ก็พระอัคคีกับคลื่นไวไฟ มันเปนธาตุตัวเดียวกันคือไฟ ชื่อไฟเผาลามไหม้ไวๆ กะ ฝรั่งไวไฟ มันจะต่างกันอย่างไรได้ อิๆ อะไรที่เราไม่รู้มันต้องตรองดูให้ดีว่าไม่รู้ รึว่าลืมกันเเน่ ในอดีตกาลนานโพ้นเราอาจจะรูปทราบเทคโนโลยีโบราณมาแล้วก็ได้ ชั่วแต่ว่ามาลืมเอาตอนเข้าอุโมงค์เปลี่ยนรอบตาย_เกิด ก็อาจจะเป็นไปได้

ท่านอาจารย์สง่า ได้เจรจาปราบมิจฉาทิฐิ ด้วยวิธีทางการทูตประกอบพลังอำนาจ ทางการทูตท่านได้จัดให้มีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่เพื่อมังกรเขียวได้มีที่เล่นน้ำ จากนั้นท่านเดินออกกลางเเจ้งเผากระดาษยันต์อัญเชิญท่านบรมอาจารย์เซียนลื่อทงปินลงมากำราบมังกรเขียว ประกอบดับเบิ้ลล็อกด้วยวิชาใช้ดินปิดฟ้า จะเห็นว่าตราหยินหยางของสำนักท่านมีลักษณะกลับทิศจากที่อื่นคือดำทับขาว

ผู้มีตาละเอียดกล่าวว่าในวันนั้นท่านเทวะลื่อทงปิ่นได้ประทับบนหลังมังกรเขียวตนที่ว่า ขอให้กลับมามีสัมมาทิฐิกลับใจมาร่วมกุศลกับท่านเซียน/ท่านอาจารย์สง่า/องค์สมเด็จพระญาณสังวร สงเคราะห์เพื่อนร่วมโลก ว่ากันว่าด้วยบารมีบำเพ็ญของท่านเซียน เป็นฐาน ออนท็อปด้วยพระมหาบารมีสั่งสมของพระบาทสมเด็จพระมหาโพธิสัตว์ธรรมราชาผู้ปรารถนาให้ทุกสรรพชีวิตในแผ่นดินร่มเย็นเปนสุข ผู้ทรงพระราชดำริพัฒนาพื้นที่ร้างเรื้อนี้ พระองค์นั้น มังกรเขียวตนนั้นก็กลับใจตกลงขอร่วมกุศลกิจกับปวงท่าน ปาวารณาขอเปนเทพพาหนะให้กับท่านลื่อทงปิน และทุกครั้งเปนพาหนะให้ท่านเข้าออกแดนอิมกังสู่ภพมนุษย์โลกย์ในรูปของกระดาษยันต์สีเขียวรูปมังกรซึ่งตกลงให้ใช้เผาในที่แจ้งยามต้องการติดต่อสื่อสารเชื่อมกันกับท่าน จุดที่ท่านอ. สง่าได้เผายันต์อัญเชิญท่านลื่อทงปินในครั้งแรกนั้น คือจุดลงเสาเอกของอาคาร เอนกกุศลศาลา วิหารเซียนที่เราท่านได้เห็นกันอยู่บัดนี้

หากอยากจะถามว่าท่านผู้ใหญ่ที่เมตตาให้ข้อมูลชุดนี้ เปนใครใหญ่แค่ไหน ก็ขอเรียนด้วยใจมิตรว่า ขนาดเรื่องคนตายไปแล้วยังเอ่ยนามยาก_ด้วยผู้ตายยังมีทายาทอยู่พูดไปไม่งาม ท่านยังเป็นอยู่จึงขออนุญาตสงวนไว้

ท่านผู้นี้ตลอดชีวิตการทำงานได้พบเหตุแปลกประหลาดมากมาย ทั้งถูกของลมเพลมพัดในเขตกัมพูชาต้องกลับมาถอนออกที่สำนักแห่งหนึ่งในนางเลิ้ง ทั้งได้พบที่ปรึกษาทางพลังธรรมชาติของประธานาธิบดีเหมาเจ๋อตุงที่คอยประจุกระแสปราณชาร์จแบตแก่ท่านผู้นำชราซึ่งได้ชาร์จประจุ spark เข้าให้แก่ท่านยามเจ็บไข้ด้วย

อันว่าผู้วิเศษที่ชาวจีนยกให้เปนเซียนนั้นมักมีวิถีชีวิตเรียบง่าย หยั่งรู้ดินฟ้าดัวยสมาบัติสำคัญ มากกว่าวิชาทางไสยศาสตร์ และมักดำรงเพศเปนฆราวาส ฝั่งเมืองชลบุรีมีหลายท่าน ร่วมยุคสมัยกันได้แก่ ท่านเซียนสู พรหมเชยธีระ ท่านผู้นี้เปนบิดาบุญธรรม ของคุณ (หญิง)วิมล ศิริไพบูลย์ ผู้นามปากกา ทมยันตี อดีต ผอ.ขสมก. Working woman ท่านเปนผู้ชักนำให้ทมยันตีวางจิตยึดมั่นจากกสิณ มาสู่เส้นทางหลุดพ้นด้วยหลักอานาปาณสติระลึกรู้ ความประจักษ์แจ้งของท่านเหล่านี้ในสังสารวัฏนั้นลึกซึ้ง จนเห็นสุขทุกข์เปนเส้นทางอันบางเบาและไร้แก่นสาร ในวันลาภพนั้น ท่านเซียนสูผู้รู้วาระของตน เขียนโน๊ตสั้นๆข้อความลึกล้ำนัยสำคัญว่า“ละครปิดฉากลงเรือข้ามฟากที่นี่เรียบเรียบฝากให้รู้ข่าว”

ข้างท่านอาจารย์สง่า ปรารภไว้ว่าการกราบไหว้เคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์แม้นนับว่าเปนเรื่องดีแล้ว การได้ทราบคุณธรรมของท่านผู้เรากราบไหว้และน้อมนำมาปฏิบัติตามนับเปนมงคลกุศลยิ่งกว่าลักษณะความหยั่งรู้ดินฟ้าของไทยนั้น ฝ่ายจีนเรียกว่า_ซิมเล้ง ฝ่ายญี่ปุ่นเรียกว่า_ยูเก็น เอาเปนว่าในทางศาสนาและชาติพันธุ์เปรียบเทียบ ไม่มีอะไรต่างๆกันและของเหล่านี้มีอยู่จริงจนมีคำเรียกขานแก่กันและกันได้

ในทรรศนะส่วนตัวนั้น มังกร เปนดวงจิตขนาดใหญ่ที่พบได้ในทุกชาติศาสนา ถึงว่าคนมนุษย์จะยัดเยียดว่าเปนเดรัจฉาน แต่มังกรหลายตนมีภูมิธรรมสูงส่ง ค่าที่อยู่มานานบนพื้นพิภพ ดวงจิตได้รู้เห็นอะไรๆต่างๆมากมายและมีเวลาได้ประกอบกรรมอันดีสั่งสมไว้นานและมากพอ ก็น่าจะนึกเทียบดูว่าคนอย่างกาลิเลโอ เซอร์ไอแซ็ค รึว่าดาวินชี่ หากอยู่มาจนอายุพันๆปีท่านจะมี accumulation การสั่งสมขององค์ความรู้และความสามารถขนาดไหน

ดวงจิตของมังกรนั้นเปนอย่างเดียวกันกับพญานาค ต่างกันเพียงว่า มังกรอยู่น้ำเค็ม ในขณะที่พญานาคอยู่น้ำจืด ทางฝ่ายไทยจึงกล่าวถึงและให้ความคุ้นเคยกับพญานาคมากกว่าตำนานเกี่ยวแก่นาคนั้นมีมากตามท่านรู้รฤกเปน cognitive ในสมองอยู่แล้ว โดยมักเกี่ยวพันกับการพระศาสนา และการสร้างเมืองก็ขอบังอาจฟันธงไปเลย ณ ที่นี้ว่า งานมังกรนั้นทำกันเปนทีม หมดวาระแล้วก็มีผู้สานต่อพันธะกิจ

เช่นในกรณีของท่านเซียนสูนั้น ท่านมิได้เปนมังกร/หรือมีทีมมังกรร่วมงาน แต่ท่านเซียนสง่าเปนทีมมังกรเขียว ซึ่งมีข้อยืนยันตามรูปยันต์และมุขปาฐะเรื่องเล่าดังว่าข้างต้น

หมดวาระของท่าน อ. สง่าแล้ว ก็ปรากฎท่าน อ. กิมน้ำ ที่ศรีราชา ท่านผู้นี้เปนและ/หรือ เปนทีมมังกรขาว เปิดสำนักให้การอนุเคราะห์ผู้คนขจัดปัดเป่าสิ่งที่มองไม่เห็น ผู้คนหลั่งไหลไปจอดรถรอหน้าบ้านท่านเปนคิวยาวตั้งแต่เที่ยงคืนเพื่อรอเวลาเช้าท่านเปิดบ้านให้เข้าพบ ฝ่ายฮ่องกง โดยเฉพาะทีมดาราให้ความนับถือท่าน อ. กิมน้ำ มังกรขาวเปนอย่างมาก โดยเฉพาะพวก ทีวีบี เช่น อลัน ทัม / เหลียง เฉาเหว่ย/ หลิวเตอะหัว /ซูฉี/ พี่เตี้ย เจิ้งจูเหว่ย ผู้เปนศิษย์คนสำคัญเชื้อสายฮ่องกงในไทยมีมากมาย นายวานิชผู้ใหญ่เช่นเจ้าสัวต่างๆ

สิ้นท่าน อ. กิมน้ำ มังกรขาวแล้ว ก็ปรากฏ เซียนมังกรทองขึ้นที่นครสวรรค์ ท่านผู้นี้ คือ ท่าน อ. แห้ว ณรงศักดิ์ คูกิติรัตน์ ทำหน้าที่เหมือนเช่นท่านก่อนๆ ด้วยความร่วมมือสงเคราะห์ของดวงจิตมังกรทองที่เรียกกันแบบไทยใกล้แหล่งน้ำจืดว่า เจ้าพ่อนาคราช

(ต่อตอน 2)