

KEY
POINTS
เรื่อง “แรดชนะเลือกตั้ง” ที่เซาเปาโล สะท้อนความเบื่อหน่ายของประชาชนต่อการเมือง ระบบ และค่าครองชีพ จนการลงคะแนนกลายเป็นการเสียดสีอำนาจ มากกว่าความหวังการเปลี่ยนแปลงจริง
กรณีเด็ก 5 ขวบเป็นรองนายอำเภอ แสดงให้เห็นว่า “ทัศนคติบริสุทธิ์” และอุดมคติ อาจทรงพลังและสร้างแรงบันดาลใจมากกว่าผู้ใหญ่ที่ผ่านประสบการณ์เชิงลบมาแล้ว
ตั้งแต่นักการเมืองระดับลินคอล์น รูสเวลต์ เคนเนดี ไปจนถึงข่าวลวงมนุษย์ค้างคาวบนดวงจันทร์ สะท้อนว่า ผู้นำ ผู้มีอำนาจ และสื่อ ล้วนมีมุมพิเรนท์ กวน หรือเล่นกับความเชื่อของผู้คนเสมอ
เซาเปาโล คือ เมืองหลวงของรัฐเซาเปาโล เป็น เมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศบราซิล กำลังเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งสภาเมือง ปี ค.ศ. 1959 อย่างไรก็ตาม เนื่องจากปัญหาด้านสุขอนามัยที่ยังคงมีอยู่ ค่าครองชีพที่สูงลิ่ว ทำให้หลายคนไม่ได้คาดหวังว่า จะมีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก
ดังนั้น นักเรียนในเซาเปาโลจึงเริ่มรณรงค์ให้แผ่นดินมีสีสันด้วยการพยายามคัดกรองเลือกเอา “ซูเปอร์แรด” จากสวนสัตว์ท้องถิ่นได้รับเลือกเข้าสู่สภาเมือง ในเมื่อ หัวหน้าแรด สามารถดูแลทั้งฝูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ มันไม่น่าจะแตกต่างไปจากผู้สมัครที่เป็นมนุษย์?
ผลปรากฏว่า “แรด” ชนะถล่มทลาย ได้คะแนนเสียง 100,000 แต้ม ในขณะเดียวกัน ผู้สมัครอันดับสองได้คะแนนเพียง 10,000 แต้ม ชาวบ้านร้านช่องไชโยโห่ฮิ้วกันใหญ่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ของ เซาเปาโลขำก็ขำ เห็นใจก็เห็นใจ แต่ไม่ลงมติรับรองชัยชนะ แสดงว่า กกต. คงจะไม่ชอบ ส.ส. สายแรด (ฮา)
ถ้าจะอ้างกันตามหลักสากล กรณีแบบนี้ก็จะมีผู้คนอีกฝ่ายหนึ่งจะเอ่ยอ้างกันได้ทันทีว่า เป็น กิจกรรมกวนโอ๊ย เรื่องที่สองที่รองรับตัวอย่างต่อจากเรื่องแรกก็ฮือฮาเหมือนกัน แต่ไม่มีข้ออ้างที่จะผกผันว่า กวนโอ๊ย เพราะว่า มันมีกฎหมายรองรับอยู่
รัฐจอร์เจีย เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในสำนักงานนายอำเภอของบัตต์สเคาน์ตี้ เด็กชายวัย 5 ขวบ ได้เป็น รองนายอำเภอ ประจำเขต บัตต์สเคาน์ตี้ เนื่องจากมีนายอำเภอคนใหม่เข้ามาประจำการแล้ว เด็กชายคนนี้อายุเพียงห้าขวบ ถ้าได้พบกับ รองนายอำเภอไคล์ เราจะเห็นแสงสว่างสดใสในตัวเขา บุคลิกของเขาดูน่าขบขัน และ เราจะไม่มีทางรู้เลยว่าเด็กชายตัวเล็กๆ คนนี้มีขาเทียม มันไม่ได้ทำให้เขาช้าลงเลยสักนิด
แม่ของเขาก็บอก ว่า เขาอยากเป็นรองนายอำเภอ มาตลอด “พวกเขาถามว่าผมมาเป็นรองนายอำเภอได้อย่างไร พวกเขาเรียกผมว่าตำรวจ ผมบอกว่าผมไม่ใช่ตำรวจ ผมเป็นนายอำเภอ” นายอำเภอ แกรี่ ลอง บอกว่า ที่โรงเรียนประถม เขาได้แสดงให้ฉันดูว่าเขาค้นตัวผู้ต้องสงสัยอย่างไร
นายอำเภอ ชมเชยเขาว่า ฉันไม่สามารถเปลี่ยนทัศนคติของผู้ใหญ่ แต่สามารถเปลี่ยนทัศนคติของเด็ก ที่ไม่เคยมีประสบการณ์เลวร้ายอะไรมาเลย เขามีจิตใจใฝ่คุณธรรมกว่าผู้ใหญ่ ความรักในหน้าที่การใช้กฎหมายก็ดูดี นายอำเภอ รอลุ้นอยู่ว่า “ท่านรองนายอำเภอวัยเยาว์ ” จะลงมือตะครุบ ผู้ต้องสงสัยคนไหนที่จะโดนเขาค้น ในที่สุดก็ถึงบางอ้อว่า คือ “ผู้อำนวยการของโรงเรียนนั่นเอง” (ฮา)
ผมยังมีมุกสต๊อคที่แอบไปสอยมาจาก “สาววัยเวิรค์” งวดนี้เบิกเอา “มุกก่งก๊ง” มาชงแก้ง่วง อ่านแล้วจะรู้ว่า กวนโอ๊ยหรือเปล่า น้องหญิง เขาเล่ากันว่า วันก่อนกำลังขับมอไซด์อยู่ค่ะ เป็นคนขับ เพื่อนเชียงรายซ้อนท้าย กำลังขับมอไซด์อยู่ค่ะ จู่ๆก็มีเสียงสะดุ้งมารดังขึ้นมาว่า “ว้ายรถ” เราก็ยังคงขับต่อไป เพราะคิดว่ารถเฉี่ยว
แล้วมันร้อง ว้าย ปรากฏว่าอารมณ์ยังไม่วาย เธอก็ยังร้อง “ว้ายรถ” เช่นเดิม เราก็ยังคงอดใจขับต่อไป แต่ข้างในอะไรวะ วันนี้ รถขับยึกยักกันเนาะ ท่าทางจะมีแต่พวกขับเป๋ไปเป๋มาใกล้ๆ ซะละมั้ง เพื่อนก็ชี้ว่า ฮาบอกฮื้อคิงว้ายรถ! เราไม่รีรอถามเลยดีกว่าว่า “แล้วว้ายน่ะ มันคือต้องทำไงเล่า!” เพื่อนหัวเราะแล้วแจงสี่เบี้ยว่า “เธอเอ๊ย ว้ายรถ แปลว่า กลับรถค่ะ” เราก็นึกในใจว่า เจริญนะหล่อน ซิ่งมาไกลมาก น่าจะบอกให้กลับรถตั้งนานแล้ว”
ตามต้อยๆ มาอีกมุกนึงแต่เป็นเรื่องของที่ผมเพิ่งจะรู้ว่า ท่านเป็นคนแบบนี้เหมือนกัน! ท่านผู้นี้ คือ ลินคอล์น! ขณะที่ลินคอล์นพักอยู่ที่โรงแรมเทนบรูค ในเมืองมอนติเซลโล รัฐอิลลินอยส์ เขาเห็นเด็กสองคนกำลังเล่นเพลินกับกระเพาะหมูที่เป่าลมไว้ ซึ่งเป็นของเล่น ในยุค 1800 ที่คล้ายกับลูกโป่งในปัจจุบัน
เขาบอกเด็กๆ ว่าพวกเขาจะสนุกกับของเล่นชิ้นนี้มากขึ้น หากนำไปอุ่นในเตาผิงของโรงแรม เมื่อพวกเขาลองทำเช่นนั้น กระเพาะหมูก็ระเบิด ทำให้ถ่านร้อนๆ กระเด็นไปทั่วห้อง เมื่อลินคอล์นพยายามช่วยกวาดถ่าน ไม้กวาดก็ติดไฟ เขาเกือบจะเผาโรงแรมทั้งหลัง ลินคอล์น ใจหายถึงกับลูบหนวดร่วงไปหลายเส้น (ฮา)
ท่านนี้ก็เกรงว่า เพื่อนจะล้ำหน้าจึงเล่นพิเรนท์กะเขาเหมือนกัน ไม่ใช่ใครอื่น แฟรงคลิน รูสเวลต์ ตัวน้อยแอบเข้าไปในห้องของพยาบาล และแอบใส่ผงฟู่ลงในโถส้วมของเธอ เมื่อเธอใช้โถส้วมในเช้าวันรุ่งขึ้น มันก็เดือดปุดๆ อย่างรุนแรง ทำให้พยาบาลผู้น่าสงสารคิดว่า สุขภาพของเธออาจมีปัญหาอย่างร้ายแรง
แม้ว่าพยาบาลจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่พ่อของแฟรงคลินรู้ และ เขาก็หัวเราะไม่หยุด “ถือว่าลูกโดนตีแล้วกัน” เขากล่าวกับประธานาธิบดีในอนาคต ในปี 1931 สมัยที่ จอห์น เอฟ. เคนเนดี ยังเป็นหนุ่มอยู่ที่โรงเรียนมัธยมโชเอต
เขาเองก็เคยเล่นแผลงๆ คิดว่าคงมีแต่ในหนังยุค 1980 เกี่ยวกับโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาชายล้วน นั่นคือ เขาโยนประทัดลงในชักโครกแล้วระเบิดฝาออก ต่อมาครูใหญ่ประณามการกระทำที่ก่อกวนนี้ โดยบอกว่า เป็นฝีมือของบรรดาเหล่าพวก “เด็กเกเร” เคนเนดี ไม่เขิน แถมยังพอใจกับปฏิกิริยานั้น จึงก่อตั้ง “ชมรมเด็กเกเร” ซึ่งเป็นกลุ่มเพื่อนสนิท 12 คนของเขา เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า นักการเมืองอารมณ์เฟื้องไม่ใช่เล่น (ฮา)
เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ค.ศ. 1835 หนังสือพิมพ์ The Sun ในนิวยอร์กได้ประกาศข่าวดี โดยจะตีพิมพ์บทความชุด 6 ตอนโดยนักดาราศาสตร์ เซอร์ จอห์น เฮอร์เชล ซึ่งจะอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับการค้นพบอันน่าทึ่งของเขาเรื่องสิ่งมีชีวิตบนดวงจันทร์ และ ชีวิตบนดวงจันทร์นั้นช่างน่าทึ่ง บทความเหล่านั้นอ้างว่า ดวงจันทร์เต็มไปด้วยมนุษย์ค้างคาวมีปีก ที่สร้างวิหารอันยิ่งใหญ่ในป่าอันอุดมสมบูรณ์
แน่นอนว่าเรื่องราวทั้งหมดไม่เป็นความจริง มันเป็นเรื่องแต่งขึ้นเพื่อสร้างความตื่นเต้นเร้าใจ และหวังผลทางด้านยอดขายของหนังสือพิมพ์เดอะซัน ซึ่งก็ประสบความสำเร็จ แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่า เซอร์ จอห์น เฮอร์เชล เป็นนักดาราศาสตร์ตัวจริงที่ไม่เกี่ยวข้องกับบทความเหล่านั้นเลย
ในตอนแรกเขายินดีกับความสนใจที่เพิ่มขึ้นในงานวิจัยของเขา แต่ไม่นานเ ขาก็เริ่มเบื่อหน่ายกับการที่ผู้คนถามคำถามไม่รู้จบเกี่ยวกับมนุษย์ค้างคาวบนดวงจันทร์ (อิๆ)
คงไม่ต้องคิดอะไรมาก ก็น่าจะรู้ว่าพฤติกรรมขำกลิ้งของแต่ละพระเดชพระคุณเข้าข่าย กวนโอ๊ย หรือเปล่า เอาเวลาไปถาม ท่านทรัมป์ ดีกว่า ถามว่า ท่านทรัมป์ รู้เบาะแสเรื่องนี้บ้างไหมครับ ระวัง ค้างคาวปิศาจ เขาจะบินมาทวงน้ำมันเอานะครับ (ฮา)