
กิจการทางปกครองหรือจัดการองค์กรในเชิงธุรกิจ สถานะไปรษณีย์กับการฟ้องคดีต่อศาล
กิจการทางปกครองหรือจัดการองค์กรในเชิงธุรกิจ สถานะไปรษณีย์กับการฟ้องคดีต่อศาล : คอลัมน์อุทาหรณ์จากคดีปกครอง โดย...นายปกครอง ฐานเศรษฐกิจออนไลน์
KEY
POINTS
- พนักงานไปรษณีย์ฟ้องคดีต่อศาลปกครอง กรณีถูกสั่งเปลี่ยนตัวจากตำแหน่งประธานกรรมการตรวจรับงานจ้างทำความสะอาดอาคารที่ทำการไปรษณีย์
- ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า บจก. ไปรษณีย์ไทย มีสถานะเป็นหน่วยงานทางปกครองเฉพาะเมื่อดำเนินกิจการเกี่ยวกับไปรษณียภัณฑ์ตามกฎหมายเท่านั้น
- การจัดจ้างทำความสะอาดอาคาร เป็นเพียงการบริหารจัดการองค์กรในเชิงธุรกิจ ไม่ใช่การใช้อำนาจหรือดำเนินกิจการทางปกครอง คดีจึงไม่อยู่ในอำนาจของศาลปกครอง
กว่าจะมาเป็น บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท.) ที่เราใช้บริการกันอยู่ในปัจจุบัน ได้มีวิวัฒนาการและประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน ระบบไปรษณีย์ไทยนั้นเกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยมี “กรมไปรษณีย์” เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบกิจการไปรษณีย์ เปิดให้บริการเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2426 มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาใกล้ปากคลองโอ่งอ่าง ต่อมา ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “กรมไปรษณีย์โทรเลข”
จากนั้น ได้มีการแยกงานบางส่วนออกจากกรมไปรษณีย์โทรเลข เพื่อจัดตั้งรัฐวิสาหกิจชื่อว่า “การสื่อสารแห่งประเทศไทย” และในปี พ.ศ. 2546 ได้มีการปรับโครงสร้างตามนโยบายแปรรูปรัฐวิสาหกิจ โดยแยกการสื่อสารแห่งประเทศไทยออกเป็น บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) โดยไปรษณีย์ไทยมีหน้าที่ให้บริการด้านไปรษณีย์ทั้งหมด อันถือเป็นการปรับโครงสร้างและสถานะขององค์กรครั้งสำคัญ
การที่ต้องให้บริการด้านไปรษณีย์แก่ประชาชนจำนวนมาก ทำให้ต้องมีการจ้างงานทำความสะอาดอาคารที่ทำการไปรษณีย์ อันกลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของคดีที่จะคุยกันวันนี้ เพราะมีการเปลี่ยนตัวประธานกรรมการตรวจรับงานจ้างทำความสะอาดดังกล่าว ซึ่งการได้รับแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่ในคณะกรรมการชุดต่าง ๆ นั้น ถือเป็นภารกิจที่ได้รับอบหมายเพิ่มเติมจากผู้บังคับบัญชา
เมื่อมีการเปลี่ยนตัวกลางคัน จนทำให้เกิดความรู้สึกว่าถูกลดทอนคุณค่า เช่นนี้ ... จะสามารถนำคดีไปฟ้องต่อศาลปกครองได้หรือไม่ ?
โดยเรื่องราวของคดีดังกล่าวมีอยู่ว่า ... นางเอ พนักงานไปรษณีย์ซึ่งปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าแผนกอำนวยการ และสนับสนุนได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการตรวจรับพัสดุในโครงการจ้างทำความสะอาดอาคารที่ทำการไปรษณีย์แห่งหนึ่ง ซึ่งดำเนินการโดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) แต่ต่อมาผู้บังคับบัญชากลับแก้ไขคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ และให้ นายบี มาเป็นประธานกรรมการฯ แทน
นางเอ นางเอเห็นว่า การยกเลิกคำสั่งและให้ นายบี มาเป็นประธานกรรมการฯ แทนตนนั้น ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจาก นายบี ไม่ได้มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างโดยตรง จึงเป็นการแต่งตั้งโดยไม่คำนึงถึงลักษณะหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ที่ได้รับแต่งตั้ง ตามข้อ 26 ของระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560
และไม่เปิดโอกาสให้ตนได้รับทราบข้อเท็จจริงและเหตุผล อันกระทบต่อสถานภาพของสิทธิ หรือ หน้าที่ของตน รวมทั้งถูกดูหมิ่น ถูกด้อยค่า และอาจส่งผลทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาขาดความเคารพยำเกรงซึ่งมีผลต่อสภาพจิตใจ ทำให้ตนได้รับความเสียหาย อันถือเป็นการกระทำละเมิด
เมื่อ นางเอ อุทธรณ์คำสั่งที่เปลี่ยนตัวประธานกรรมการฯ ดังกล่าว แต่ได้รับแจ้งว่า เป็นการดำเนินการโดยชอบแล้ว นางเอ จึงยื่นฟ้องบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท.) สำนักงานไปรษณีย์เขต และที่ทำการไปรษณีย์จังหวัด (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1-ที่ 3) ต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้ยกเลิกคำสั่งที่แต่งตั้งนายบีเป็นประธานกรรมการฯ และให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่ตน
คดีมีประเด็นที่ศาลต้องพิจารณาว่า ... การฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ในโครงการจ้างทำความสะอาดอาคารที่ทำการไปรษณีย์ เป็นคดีปกครอง (ใช้อำนาจทางปกครองหรือดำเนินกิจการทางปกครอง) ที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครองหรือไม่ ?
ศาลปกครองสูงสุดพิจารณาแล้วเห็นว่า บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ได้แปรสภาพจากรัฐวิสาหกิจที่จัดตั้งขึ้น โดยพระราชบัญญัติ เป็นรัฐวิสาหกิจที่จัดตั้งขึ้นในรูปของบริษัทจำกัดตามบทบัญญัติในพระราชบัญญัติทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2542 โดยมีวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับกิจการไปรษณีย์และธุรกิจอื่นที่ต่อเนื่องใกล้เคียงกัน ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดอำนาจ สิทธิ และประโยชน์ของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด พ.ศ. 2546
เมื่อ บริษัท ไปรษณีย์ไทยฯ มิใช่รัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติ หรือ พระราชกฤษฎีกา (ถือเป็นหน่วยงานทางปกครอง) แต่เป็นรัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นในรูปของ บริษัทจำกัด โดยจัดตั้งขึ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัดและดำเนินกิจการเช่นเดียวกับเอกชน โดยรัฐเข้ามาถือหุ้นในอัตราส่วนเกินกว่าร้อยละ 50 จึงถือเป็นองค์การเอกชน ซึ่งโดยสภาพแล้วไม่อาจเป็นหน่วยงานทางปกครองได้
แต่อาจเป็นหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้ใช้อำนาจทางปกครองหรือให้ดำเนินกิจการทางปกครองได้เฉพาะอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการรับ รวบรวม สั่งจ่าย และส่งมอบไปรษณียภัณฑ์ตามกฎหมายว่าด้วยไปรษณีย์ อันมีลักษณะเป็นการได้รับมอบหมายให้ดำเนินกิจการของรัฐในการให้บริการสาธารณะทางไปรษณีย์
จึงมีฐานะเป็นหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้ใช้อำนาจทางปกครอง หรือ ให้ดำเนินกิจการทางปกครอง ซึ่งถือเป็นหน่วยงานทางปกครอง ส่วนในกรณีกระทำการอื่นนอกจากนี้ ย่อมไม่อาจถือได้ว่ากระทำในฐานะที่เป็นหน่วยงานทางปกครอง
เมื่อการฟ้องคดีนี้ สืบเนื่องจากการประกวดราคางานจ้างทำความสะอาดอาคารที่ทำการไปรษณีย์ อันเป็นการให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้มาใช้บริการและบุคลากรผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งเป็นเพียงการบริหารจัดการองค์กรในเชิงธุรกิจโดยทั่วไป อันมิใช่การดำเนินการเกี่ยวกับการรับ รวบรวม สั่งจ่าย และ ส่งมอบไปรษณีย์ภัณฑ์ตามกฎหมายว่าด้วยไปรษณีย์ กรณีตามพิพาทจึงมิใช่การใช้อำนาจทางปกครอง หรือดำเนินกิจการทางปกครอง อันจะมีลักษณะเป็นหน่วยงานทางปกครอง
ดังนั้น สำนักงานไปรษณีย์เขตและที่ทำการไปรษณีย์จังหวัด ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดของบริษัท ไปรษณีย์ไทยฯ จึงมิใช่หน่วยงานทางปกครองตามนัยดังกล่าวเช่นเดียวกัน ผู้ฟ้องคดีจึงมิใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐตามความในมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองฯ
กรณีจึงมิใช่คดีพิพาทระหว่างหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกับเอกชน หรือ ระหว่างหน่วยงานทางปกครอง หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐด้วยกันเอง และมิใช่คดีพิพาทที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครองตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งยืนตามศาลปกครองชั้นต้นที่ไม่รับคำฟ้องนี้ไว้พิจารณา (คำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ 1148/2568)
สรุปได้ว่า ... คดีดังกล่าวศาลได้วินิจฉัยเกี่ยวกับสถานะของบริษัท ไปรษณีย์ไทยฯ ว่า เฉพาะแต่การดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยไปรษณีย์ จึงถือเป็นการใช้อำนาจทางปกครอง หรือดำเนินกิจการทางปกครอง อันมีลักษณะเป็นหน่วยงานทางปกครอง สำหรับการประกวดราคางานจ้างทำความสะอาดอาคารที่ทำการไปรษณีย์ อันเป็นการให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้มาใช้บริการและบุคลากรผู้ปฏิบัติงาน ถือเป็นเพียงการบริหารจัดการองค์กรในเชิงธุรกิจโดยทั่วไป มิใช่การใช้อำนาจทางปกครองหรือดำเนินกิจการทางปกครอง
กรณีจึงมิใช่หน่วยงานทางปกครอง ส่งผลให้ผู้ฟ้องคดีมิใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐตามนัยนี้ คดีนี้จึงมิใช่คดีพิพาทระหว่างหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐด้วยกัน และมิใช่คดีปกครองที่อยู่ในอำนาจของศาลปกครอง นั่นเองครับ
ปรึกษาคดีปกครองได้ที่ “สายด่วนศาลปกครอง 1355”
คอลัมน์อุทาหรณ์จากคดีปกครอง โดย...นายปกครอง ฐานเศรษฐกิจออนไลน์







