
เมื่อ “เศรษฐกิจดอกไม้” เติบใหญ่และเบ่งบานในจีน (จบ)
เมื่อ“เศรษฐกิจดอกไม้” เติบใหญ่และเบ่งบานในจีน (จบ) : คอลัมน์มังกรกระพือปีก โดย...ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4189
KEY
POINTS
- เศรษฐกิจดอกไม้ช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศจีนอย่างมหาศาล โดยรัฐบาลท้องถิ่นพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมชมดอกไม้ ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด
- อุตสาหกรรมดอกไม้ของจีนเติบโตอย่างรวดเร็วและเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ โดยตั้งเป้าหมายมูลค่าตลาดในประเทศ 7 แสนล้านหยวนภายในปี 2035 และมีการส่งออกที่ขยายตัวต่อเนื่อง
- จีนเป็นผู้ส่งออกดอกไม้รายใหญ่ของโลก โดยมีมณฑลยูนนานเป็นศูนย์กลางการส่งออกที่สำคัญ และใช้ระบบโลจิสติกส์ที่ทันสมัยในการส่งดอกไม้ไปยังตลาดต่างประเทศได้อย่างรวดเร็ว
- บริษัทจีนพัฒนาอุตสาหกรรมดอกไม้แบบครบวงจร ตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ การเพาะปลูก ไปจนถึงการขยายความร่วมมือทางเทคนิคในต่างประเทศ เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดโลก
คุยกันต่อเลยดีกว่าครับ ...
ประการสำคัญ ในปี 2026 จุดหมายปลายทางเหล่านี้ ยังได้รับการ “ต่อยอด” ไปอีกระดับหนึ่ง รัฐบาลท้องถิ่นต่างเดินหน้าเพิ่มสถานที่ท่องเที่ยวใหม่สำหรับครอบครัว และอัพเกรดสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยวขนานใหญ่
สวนสาธารณะในเมืองก็เป็นส่วนหนึ่งของสถานที่ท่องเที่ยวตามฤดูกาลเช่นกัน สำนักการจัดการเมืองนครฉงชิ่ง ได้เปิดตัวแผนที่จุดชมดอกไม้ในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2026 ที่นำเสนอดอกไม้กว่า 75 สายพันธุ์ อาทิ แมกโนเลีย ดอกพีช และ ดอกเรพซีด ผ่านสวนสาธารณะในเมืองราว 180 แห่ง ส่งผลให้สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั้งในและนอกพื้นที่ได้เป็นจำนวนมาก สถานที่ท่องเที่ยวบางแห่ง มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นถึงกว่า 40,000 คนต่อวันเลยทีเดียว
ข้อมูลจากตัวแทนการท่องเที่ยวออนไลน์ (Online Travel Agency) หลายแห่งของจีน แสดงให้เห็นว่า การท่องเที่ยวดอกไม้ในช่วงหลังหยุดยาวตรุษจีนปี 2026 มีแนวโน้มขยายตัวรวดเร็วและรุนแรงขึ้น ทำให้เกิดโมเมนตัมของความต้องการเดินทางที่ดี
คำสั่งซื้อตั๋วเข้าจุดชมวิวที่เกี่ยวข้องเพื่อแสวงหาประสบการณ์ที่ดื่มด่ำเพิ่มขึ้นกว่า 40% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยการเดินทางไปยังจุดหมายปลายทาง ในระยะเวลา 1-2 วัน ยังคงเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมมากที่สุด
ขณะเดียวกัน การจองการเดินทางในช่วงกลางเดือนมีนาคม ที่ผ่านมาก็เพิ่มขึ้นถึง 60% ของช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เท่านั้นไม่พอ นักวางแผนการท่องเที่ยวยังเร่งบูรณาการการชมดอกไม้เข้ากับกิจกรรมทางวัฒนธรรมและการพักผ่อนที่หลากหลายมากขึ้น อาทิ ทิวทัศน์ภูเขาและสายน้ำ เมืองประวัติศาสตร์ และอาหารท้องถิ่น
นอกจากนี้ สถานที่ท่องเที่ยวที่มีธีม “ดอกไม้” เป็นหลักหลายแห่งยังพยายาม “ยืมมือ” ผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพดอกไม้มาช่วยประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องในวงกว้าง อาทิ การกำหนดจุดถ่ายภาพ และการจัดประกวดภาพถ่ายและวิดีโอสั้น
ภาพถ่ายและวิดีโอสั้นที่ถูกผลิตขึ้นดังกล่าว มักถูกโพสต์ในโลกอินเตอร์เน็ต กลายเป็นว่า แพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ช่วยเพิ่มกระแสความนิยมและมูลค่าการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในวงกว้างอีกด้วย
การเบ่งบานของอุตสาหกรรมดอกไม้ ช่วยสร้าง “ความมีชีวิตชีวา” และขยาย “โอกาสทางธุรกิจ” ผ่านภาคการเกษตร การท่องเที่ยวเฉพาะทาง และอื่นๆ นำไปสู่ “การบริโภคใหม่” ผ่านการเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวและการเสริมสร้างประสบการณ์แก่ผู้บริโภคในเชิงลึก ซึ่งขยายผลต่อไปถึงร้านอาหารและเครื่องดื่ม (ที่ใช้ดอกไม้เป็นวัตถุดิบ) โฮมสเตย์ (ที่ตกแต่งด้วยดอกไม้) การผลิตงานฝีมือที่ทำจากพืชและดอกไม้ท้องถิ่น ร้านจำหน่ายของที่ระลึก และอื่นๆ ในท้องถิ่นได้เป็นอย่างมาก
นอกจากนี้ อิทธิพลของเศรษฐกิจดอกไม้ยังกระจายตัวสู่เมืองรองและพื้นที่ชนบทอย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน ส่งผลให้ “ดอกไม้” กลายเป็นแกนกลางในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ ตามฤดูกาลที่หมุนเวียนไปตลอดทั้งปีในจีน
ด้วยการกำหนดแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมดอกไม้คุณภาพสูง ซึ่งนำไปสู่พัฒนาการด้านเทคโนโลยีการเพาะปลูกที่ทันสมัย จีนได้กำหนดเป้าหมายตลาดดอกไม้ไว้ที่ 700,000 ล้านหยวนภายในปี 2035 หรือเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวภายใน 10 ปี
เท่านั้นไม่พอ เศรษฐกิจดอกไม้ที่เบ่งบานในจีนยังถูกนำไปโชว์โฉมในต่างประเทศ จีนส่งออกดอกไม้ในมูลค่ามหาศาลในแต่ละปี และมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ โดยมีมูลค่าถึงกว่า 520,000 ล้านหยวนในปัจจุบัน
ปัจจุบัน ตลาดดอกไม้ตัดดอกโลก มี เยอรมนี สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และ เนเธอร์แลนด์ เป็นลูกค้ารายใหญ่ ผู้คนในประเทศพัฒนาแล้วเหล่านี้ นิยมซื้อดอกไม้ตกแต่งบ้านและอื่นๆ แต่ด้วยข้อจำกัดด้านสภาพอากาศ สายพันธุ์ เทคโนโลยีการเพาะปลูก ต้นทุนการผลิต และอื่นๆ ทำให้ตลาดต้องพึ่งพาการนำเข้าดอกไม้ในสัดส่วนที่สูง
ยกตัวอย่างเช่น สหรัฐฯ นำเข้าดอกไม้ตัดดอก คิดเป็นกว่า 80% ของการบริโภคทั้งหมด แต่ดูเหมือนตลาดนี้อยู่ในมือของคู่แข่งขันรายใหญ่ อย่าง โคลอมเบีย เอกวาดอร์ และ เม็กซิโก ซึ่งอยู่ในทำเลที่ใกล้กว่า
กลับมาที่กรณีการส่งออกดอกไม้ของจีน ผลการผลักดันการดำเนินนโยบายสำคัญ อาทิ “ข้อริเริ่มหนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” และกลยุทธ์การตลาดต่างประเทศของผู้ประกอบการ ก็ทำให้ตลาดส่งออกขยายตัวไปอย่างไม่หยุดยั้ง นอกจากดอกไม้ตัดดอกแล้ว ตลาดส่งออกในกลุ่มสินค้าที่เกี่ยวข้อง ก็มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และมีนัยสำคัญ อาทิ กระถางต้นไม้ ดอกไม้แปรรูป และ ต้นกล้าชนิดพิเศษ
สถิติอย่างเป็นทางการของจีนระบุว่า ยูนนาน เป็นจุดส่งออกดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดของจีน ในปี 2025 การส่งออกดอกไม้ตัดสดของยูนนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจาก เขตจินหนิง (Jinning) ตอนใต้ของ นครคุนหมิง เมืองลี่เจียง (Lijiang) และ เมืองฉู่สวง (Chuxiong) มีมูลค่าสูงถึง 1,220 ล้านหยวน ขยายตัวกว่า 60% ของปีก่อน และครอบคลุม 64 ประเทศและภูมิภาค
และด้วยระบบโลจิสติกส์ของจีนที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ก็ทำให้แต่ละบริษัทดอกไม้ของจีน อาทิ Dianwang Flowers (เตี้ยนหวังฟลาวเวอร์) สามารถทำตลาดดอกไม้ในกว่า 20 ประเทศและภูมิภาคในอาเซียน เอเซียกลาง และ ตะวันออกกลางได้อย่างรวดเร็ว
ยกตัวอย่างเช่น การส่งดอกไม้ทางอากาศไปยังเมียนมา และฟิลิปปินส์ โดยใช้เวลาภายใน 48 ชั่วโมงเท่านั้น หรือไปยังเวียตนามภายในเวลาเพียง 6 ชั่วโมง
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังประสบความสำเร็จในการขยายโครงการอุตสาหกรรมดอกไม้แบบครบวงจร ที่ครอบคลุมตั้งแต่ การวิจัยและพัฒนา การเพาะปลูก และการขาย รวมทั้งการร่วมมือด้านเทคนิคการเพาะปลูกและต้นกล้าดอกไม้หลายสายพันธุ์ในต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภูมิภาคอาเซียนอย่างเช่นเมียนมาและกัมพูชา
ในตลาดเอเซียกลาง และ รัสเซีย บริษัทฯ ก็ลงทุนกับการวิจัยและพัฒนาดอกไม้ ที่ปรับแต่งให้เข้ากับความต้องการของตลาดอย่างแม่นยำ อาทิ กุหลาบหัวใหญ่สายพันธุ์ Highland Red และ Floyd
แม้ว่าการส่งมอบในบางออเดอร์ของ “เส้นทางดอกไม้” ก็อาจเต็มไปด้วยความท้าทายยิ่ง แต่บริษัทฯ ก็ไม่ย่นย่อ เช่น การบรรจุดอกไม้ยูนนานในตู้ควบคุมอุณหภูมิ และขนส่งทางถนนเป็นเวลาอย่างน้อย 7 วันก่อนถึงร้านดอกไม้ในคาซักสถาน ภูมิภาคเอเซียกลาง
ประการสำคัญยิ่งกว่าก็คือ ตลาดดอกไม้ส่งออกของจีนยังเป็น “เศรษฐกิจที่งดงาม” เพราะกำลังถูกผนวกเข้ากับห่วงโซ่อุตสาหกรรมโลกอย่างแนบแน่น และเปี่ยมไปด้วยศักยภาพทางเศรษฐกิจที่จะเติบโตอีกมากในอนาคต
ดูเหมือนเส้นทาง “เศรษฐกิจดอกไม้” ของจีนไม่เพียงกำลัง “เบ่งบาน” แต่ยัง “โรยด้วยกลีบกุหลาบ” อีกด้วยครับ ...
คอลัมน์มังกรกระพือปีก โดย...ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4189
เกี่ยวกับผู้เขียน : ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน, อุปนายกและเลขาธิการสมาคมส่งเสริมการลงทุนและการค้าไทย-จีน ผู้เชี่ยวชาญที่สั่งสมความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับตลาดจีน มุ่งหวังนำข้อมูลและมุมมอง ความคิดเห็นเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจ ธุรกิจ การตลาดและอื่น ๆ ที่อยู่ในกระแสของจีนมาแลกเปลี่ยนกับผู้อ่าน เพื่อเราจะไม่ตกขบวน “รถไฟความเร็วสูง” ของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของจีน







