thansettakij
thansettakij
เมื่อ “เศรษฐกิจดอกไม้” เติบใหญ่และเบ่งบานในจีน (1)

เมื่อ “เศรษฐกิจดอกไม้” เติบใหญ่และเบ่งบานในจีน (1)

เมื่อ “เศรษฐกิจดอกไม้” เติบใหญ่และเบ่งบานในจีน (1) : คอลัมน์มังกรกระพือปีก โดย...ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4186

KEY

POINTS

  • จีนได้ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในประเทศผู้ผลิตและผู้บริโภคดอกไม้รายใหญ่ที่สุดของโลก โดยมีอุตสาหกรรมที่ครอบคลุมตั้งแต่การเพาะปลูก การค้า การท่องเที่ยว และ การส่งออก
  • อุตสาหกรรมดอกไม้ของจีนมีขนาดใหญ่มาก ด้วยพื้นที่เพาะปลูกกว่า 8.7 ล้านไร่ และสร้างการจ้างงานโดยตรงกว่า 5.3 ล้านคน โดยมีมณฑลยูนนานเป็นแหล่งผลิตที่สำคัญที่สุด
  • มณฑลยูนนานเป็นที่ตั้งของตลาดดอกไม้โต่วหนาน (Dounan Flower Market) ซึ่งเป็นตลาดซื้อขายดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย และเป็นศูนย์กลางการค้าดอกไม้ที่สำคัญ
  • การเติบโตของเศรษฐกิจดอกไม้ ยังได้รับแรงหนุนจากการค้าออนไลน์ ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่ากว่าครึ่งหนึ่งของตลาดค้าปลีกดอกไม้ทั้งหมดภายในปี 2025

‪ภายใต้ความพยายามในการ “เปิดกว้าง” และ “ปฏิรูป” เศรษฐกิจตามแผนพัฒนา 5 ปี ฉบับที่ 15 (2026-2030) จีนเดินหน้าสร้างสรรค์ “การพัฒนาคุณภาพสูง” ด้วยโมเดลการพัฒนาที่ใหม่และหลากหลาย อาทิ เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) เศรษฐกิจสีคราม (Blue Economy) เศรษฐกิจยามราตรี (Night Economy) และอื่นๆ ‬‬‬‬‬‬‬‬‬

และอีกหนึ่งโมเดลใหม่ที่ออกมาในช่วงฤดูใบไม้ผลิก็ได้แก่ “เศรษฐกิจดอกไม้” (Flower Economy) เราตามไปส่องกันว่าจีนจะใช้ประโยชน์จากเศรษฐกิจดอกไม้ได้มากน้อยเพียงใด ...

 

ในอดีต เมื่อกล่าวถึงเศรษฐกิจดอกไม้ คนส่วนใหญ่มักนึกถึงเนเธอร์แลนด์ ในฐานะผู้นำระดับโลกในด้านการผลิต และการค้าดอกไม้ จนได้รับการขนานนามว่า “เมืองหลวงแห่งดอกไม้โลก” 

อย่างไรก็ดี ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จีนได้กลายเป็นหนึ่งในประเทศผู้ผลิตและบริโภคดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เศรษฐกิจดอกไม้ของจีน นับเป็นอุตสาหกรรมที่ครอบคลุมธุรกรรมทางเศรษฐกิจอย่างกว้างขวาง ไล่ตั้งแต่ การเพาะปลูก การค้า การบริโภค การท่องเที่ยว และการส่งออก

ในฐานะที่เป็น “มาตุภูมิของพืชสวนโลก” จีนถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์ในพืชและดอกไม้ป่าหลายสายพันธุ์ อาทิ โบตั๋น เบญจมาศ และ กุหลาบ มรดกทางพันธุกรรมเหล่านี้เป็นเสมือน “กระดูกสันหลัง” ของการพัฒนาอุตสาหกรรมดอกไม้ของจีน

ปัจจุบัน จีนมีพื้นที่เพาะปลูกดอกไม้รวมกันราว 8.7 ล้านไร่ มากกว่าขนาดพื้นที่ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ใหญ่ที่สุดของพื้นที่ภาคใต้ ขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมดอกไม้ก็ก่อให้เกิดการจ้างงานโดยตรงมากกว่า 5.3 ล้านคน ราว 5 เท่าตัวของจำนวนประชากร ของสุราษฎร์ธานีเลยทีเดียว

จากข้อมูลของสํานักงานบริหารป่าไม้และทุ่งหญ้าแห่งชาติ จีนได้พัฒนาคลัสเตอร์การผลิตดอกไม้สำคัญใน 7 แห่ง ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง จนกลายเป็นห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่ง และมีความสามารถในการแข่งขันระดับโลก

โดยพื้นที่ที่ใหญ่และสำคัญที่สุดก็ได้แก่ มณฑลยูนนาน คิดเป็น 40% ของการผลิตโดยรวมของจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านดอกไม้สด สถิติระบุว่า ราว 7 ใน 10 ของดอกไม้ตัดสดที่จำหน่ายในจีนมาจากยูนนาน

รองลงมาได้แก่ มณฑลกวางตุ้งและฝูเจี้ยน ซึ่งโดดเด่นในด้านพืชใบกว้าง ขณะที่ เมืองชิงโจว (Qingzhou) ในมณฑลซานตงที่ขึ้นชื่อในเรื่องดอกไม้กระถาง มณฑลเจ้อเจียงและเจียงซู ที่เน้นต้นกล้าประดับ และ เมืองจิ่วฉวน (Jiuquan) ในมณฑลกานซู่ที่เชี่ยวชาญในการผลิตเมล็ดพันธุ์ดอกไม้

นอกจากนี้ จีนยังวางแผนการพัฒนาพื้นที่ในด้านซีกตะวันตกของจีน ซึ่งใหญ่และหลากหลายกว่าพื้นที่เพาะปลูกในปัจจุบันอีกกว่าเท่าตัว ครั้งหนึ่งผมมีโอกาสไปท่องเที่ยวในช่วงฤดูร้อนที่มณฑลชิงไห่ แต่สิ่งที่ผมประทับใจจุดแรกกลับเป็น ทุ่งดอกคาโนลา (Canola) บริเวณรอบๆ ทะเลสาบชิงไห่ 

ท่านผู้อ่านอาจต้องเสียค่าเข้าพื้นที่เล็กน้อย ขึ้นอยู่กับความสามารถในการเจรจา ครั้งนั้นผมมีเพื่อนที่เป็นคนท้องถิ่นร่วมเดินทางไปด้วย ก็เลยประหยัดตังค์ได้มากโขอยู่ แต่ผมรับรองว่า ท่านสามารถไปนอนเกลือกกลิ้งถ่ายภาพได้อย่างสบายอารมณ์
แน่นอนว่า เมื่อได้รับการพัฒนาอย่างเหมาะสม จีนจะมีพื้นที่ด้านซีกตะวันตกของจีน สำหรับการเพาะปลูกดอกไม้ของจีนอีกนับเท่าตัวในระยะยาว

ขณะเดียวกัน มณฑลยูนนานยังเป็นพื้นที่ซื้อขายดอกไม้สดที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเซีย โดยมีปริมาณการซื้อขายราว 15,000 ล้านดอกต่อปี ท่านผู้อ่านที่ชื่นชอบดอกไม้ ต้องหาเวลาไปเดินเยี่ยมชมตลาดซื้อขายดอกไม้ในจีนดูสักครั้งหนึ่ง 

อย่างใน นครคุนหมิง เมืองเอกของมณฑลยูนนาน ด้านซีกตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ก็มีตลาดดอกไม้หลายแห่ง ที่โดดเด่นมากที่สุดก็ได้แก่ ตลาดดอกไม้โต่วหนาน (Dounan Flower Market) ซึ่งถือเป็นตลาดดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในเอเซียในปัจจุบัน โดยมีการซื้อขายดอกไม้ 1,600 สายพันธุ์จำนวนรวมถึง 40 ล้านดอกต่อวัน ผ่านตลาดนี้ จนได้สมญานามว่าเป็น “เมืองหลวงแห่งดอกไม้ภูมิภาคเอเซีย”

                                       เมื่อ “เศรษฐกิจดอกไม้” เติบใหญ่และเบ่งบานในจีน (1)

หากท่านผู้อ่านจะไปชื่นชมความสวยงามของดอกไม้ ถ่ายภาพ ซื้อดอกไม้ปลีก หรือ เดินเล่นแบบชิลล์ๆ ในตลาดนี้ ผมแนะนำว่า ท่านควรหารองเท้าที่สวมใส่สบาย เพราะพื้นที่ตลาดมีขนาดใหญ่มาก และไปในช่วงเช้าระหว่าง 08.30-11.00 น. เพราะผู้คนยังไม่หนาแน่นมากนัก 

ทั้งนี้ ชั้นแรกเป็นพื้นที่จำหน่ายดอกไม้สดและดอกไม้แห้ง ขณะที่ชั้นที่ 2 เป็นพื้นที่ของคนรักไม้อวบน้ำ (Succulents) ผมรับรองว่า เวลาของท่านที่ชื่นชอบดอกไม้จะผ่านไปรวดเร็วอย่างไม่คาดคิด
แต่หากต้องการไปดูบรรยากาศการประมูล การค้าส่ง และ การขนส่งดอกไม้จำนวนมหาศาล ผมก็ขอแนะนำให้เดินทางไปตลาดนี้ยามค่ำคืน หลัง 20.30 น. เป็นต้นไป ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีความคึกคักอย่างมาก 

ผมขอเตือนไว้ก่อนว่า ท่านจะรู้สึกถึงความพลุกพล่านและจอแจของรถราในตลาดตั้งแต่ช่วงเย็น และอาจนึกเสียดายตังค์ที่ซื้อดอกกุหลาบช่อใหญ่ในช่วงเช้าก็เป็นได้ เพราะราคาดอกกุหลาบช่อใหญ่นั้นอาจมีราคาเพียงไม่กี่หยวนในยามค่ำคืน   

ขณะที่ ตลาดนกและดอกไม้จิงซิง (Jingxing Bird and Flower Market) ก็เหมาะสำหรับคนที่ชอบดอกไม้ ต้นไม้ บอนไซ และ นก รวมทั้งงานฝีมือและของสะสมโบราณอีกด้วย 

และ ตลาดดอกไม้เจียม่ง (Jiamong Flower Market) ตลาดนี้ดีสำหรับคนที่ไม่ชอบความพลุกพล่านของผู้คน และนอกจากดอกไม้สดแล้ว เรายังอาจได้ชื่นชมความสวยงามของดอกไม้ประดิษฐ์ งานฝีมือจากดอกไม้ และสมุนไพรจีนในตลาดแห่งนี้อีกด้วย

ผมเชื่อว่าท่านจะตะลึงกับความใหญ่ของตลาดที่คราคร่ำไปด้วยผู้คน ความหลากหลายของดอกไม้นานาพันธุ์ และราคาที่แสนถูกของไม้ดอก ขนาดไม่ได้ตั้งใจจะไปซื้อ และไม่รู้จะขนกลับเมืองไทยอย่างไร หลายคนก็ยังอดซื้อดอกไม้สดหลากสีไปมอบ “ความสุข” และสร้าง “รอยยิ้ม” ให้คนในคณะที่ไม่ได้เดินทางไปตลาดด้วยกันมากมาย 

ระหว่างเดินเยี่ยมชมตลาดดอกไม้เหล่านี้ ผมเองยังอดเปรยกับเพื่อนที่ไปสำรวจตลาดด้วยกันไม่ได้ว่า ถ้าใช้ชีวิตอาศัยอยู่ที่คุนหมิง ผมคงซื้อดอกไม้สดเหล่านี้ไปตกแต่งบ้านแบบไม่เว้นแต่ละวัน อุตสาหกรรมดอกไม้จึงช่วยสร้างความสุขภาคประชาชนในวงกว้างอีกด้วย

นอกจากช่องทางจัดจำหน่ายออฟไลน์ ความต้องการออนไลน์กำลังกลายเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตใหม่สำหรับตลาดดอกไม้

รายงานการผลิตและการตลาดดอกไม้ของจีน ที่เผยแพร่โดยสมาคมดอกไม้จีน (China Flower Association) ระบุว่า การค้าดอกไม้ออนไลน์ในปี 2025 มีมูลค่าราว 165,000 ล้านหยวน คิดเป็นกว่าครึ่งหนึ่งของตลาดการค้าปลีกดอกไม้โดยรวม และเติบโต 4 ปีต่อเนื่องกัน ส่วนหนึ่งได้อานิสงค์จากการพัฒนาระบบการค้าออนไลน์และบริการโลจิสติกส์ ที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการได้อย่างทันท่วงที

กำลังสนุกเลย แต่ผมขอยกยอดไปเจาะลึกเรื่องช่องทางจัดจำหน่าย พัฒนาการด้านการเพาะปลูก การตลาด โลจิสติกส์ และอื่นๆ ของอุตสาหกรรมดอกไม้ของจีนกันในตอนหน้าครับ ...

เกี่ยวกับผู้เขียน : ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน, อุปนายกและเลขาธิการสมาคมส่งเสริมการลงทุนและการค้าไทย-จีน ผู้เชี่ยวชาญที่สั่งสมความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับตลาดจีน มุ่งหวังนำข้อมูลและมุมมอง ความคิดเห็นเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจ ธุรกิจ การตลาดและอื่น ๆ  ที่อยู่ในกระแสของจีนมาแลกเปลี่ยนกับผู้อ่าน เพื่อเราจะไม่ตกขบวน “รถไฟความเร็วสูง” ของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของจีน

คอลัมน์มังกรกระพือปีก โดย...ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4186