thansettakij
thansettakij
เมื่อ “เศรษฐกิจดอกไม้” เติบใหญ่และเบ่งบานในจีน (2)

เมื่อ “เศรษฐกิจดอกไม้” เติบใหญ่และเบ่งบานในจีน (2)

28 มี.ค. 69 | 23:00 น.
อัปเดตล่าสุด :29 มี.ค. 69 | 01:12 น.

เมื่อ “เศรษฐกิจดอกไม้” เติบใหญ่และเบ่งบานในจีน (2) : คอลัมน์มังกรกระพือปีก โดย...ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4187

KEY

POINTS

  • การค้าออนไลน์และไลฟ์สตรีมมิ่ง กลายเป็นช่องทางสำคัญที่เชื่อมโยงเกษตรกรกับผู้บริโภคโดยตรง ช่วยเพิ่มยอดขายและรายได้อย่างรวดเร็ว
  • พฤติกรรมผู้บริโภคชาวจีนเปลี่ยนไป โดยนิยมซื้อดอกไม้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันเพื่อความสุขเล็กๆ น้อยๆ (Small Consumption) ไม่จำกัดเฉพาะในโอกาสพิเศษ
  • มีการต่อยอดธุรกิจเพื่อเพิ่มมูลค่าให้ดอกไม้ในหลากหลายรูปแบบ เช่น การท่องเที่ยวเชิงดอกไม้ (Flower Tourism) และการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องสำอาง
  • การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง ในการวิจัยพัฒนาสายพันธุ์ใหม่ รวมถึงการทำ “เรือนกระจกอัจฉริยะ” เพื่อควบคุมการผลิตให้มีคุณภาพและมีเสถียรภาพตลอดทั้งปี

คุยกันต่อเลยครับ ...

ผู้ค้าบางรายที่ตระหนักดีถึงศักยภาพของแพลตฟอร์มในการทำไลฟ์สตรีมมิ่ง ก็สามารถสร้างยอดขายดอกไม้ได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ รายที่ประสบความสำเร็จสามารถขายดอกไม้ออนไลน์ได้ 200,000 ดอกภายในเวลาเพียงหนึ่งชั่วโมง กลายเป็นช่องทางการประกอบอาชีพที่ดีสำหรับคนรุ่นใหม่ของจีนในปัจจุบัน

นั่นเท่ากับว่า ช่องทางออนไลน์ดังกล่าวกำลังเป็น “ตัวเชื่อม” ระหว่างเกษตรกรผู้ปลูกดอกไม้ กับ ร้านดอกไม้ได้โดยตรงผ่านโทรศัพท์มือถือ แหล่งข้อมูลระบุว่า ระบบการค้าออนไลน์และโลจิสติกส์ที่ดี สามารถช่วยลดระยะเวลาในการทำธุรกรรมเฉลี่ยลงถึง 24 ชั่วโมง ลดอัตราการสูญเสียลง 30% และเพิ่มรายได้ของเกษตรกรผู้ปลูกดอกไม้ได้ถึง 20% 

ในแง่ของพฤติกรรมผู้บริโภคชาวจีน การซื้อดอกไม้กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตของคนจีนมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งสะท้อนถึงแนวโน้มความปรารถนาในวิถีชีวิตที่โรแมนติก และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่สูงขึ้น

สถิติของสมาคมดอกไม้จีนระบุว่า ผู้หญิงเป็นผู้บริโภคดอกไม้หลักของจีน คิดเป็นมากกว่า 60% ของทั้งหมด คนเหล่านี้มีรายได้ระหว่าง 5,001-15,000 หยวนต่อเดือน และไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในโอกาสพิเศษ เช่น วันแห่งความรัก และ วันครู

นอกจากนี้ พฤติกรรมดังกล่าวยังสอดคล้องกับรูปแบบ “การบริโภคขนาดเล็ก” (Small Consumption) ที่เปลี่ยนรูปแบบการแสวงหาความสุขจากการซื้อหาสินค้ามูลค่าสูงเพื่อระยะยาว เป็นสินค้ามูลค่าต่ำเพื่อความสุข “ตรงหน้า” 

กระแสดังกล่าวกำลังเป็นที่นิยมในจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่ม Gen Z และ Millenium ที่ใช้เงินเพียง 10 หยวนต่อสัปดาห์สั่งซื้อดอกไม้ออนไลน์จากตลาดดอกไม้โต่วหนาน ใน ยูนนาน เพื่อความเพลิดเพลินกับความงามและความหอมของดอกไม้ที่ชื่นชอบ ทำให้สถานที่ทำงาน หรือ บ้านดูสดใส เพิ่มพลังใจ และชดเชยความเหนื่อยล้าจากการทำงาน และชีวิตประจำวันได้อย่างคุ้มค่า

นอกจากเสน่ห์และความงดงามผ่านรูปทรง สีสัน และ กลิ่น ของดอกไม้แต่ละประเภทแล้ว ดอกไม้บางส่วนยัง “โดนใจ” สายมูอีกด้วย เพราะดอกไม้จำนวนมากมีความหมายอันเป็นมงคลในตัวเอง 

ดอกไม้ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของจีน และเป็นดอกไม้ประจำชาติ ก็ได้แก่ ดอกโบตั๋น มีความหมายถึงความเจริญรุ่งเรือง ความมั่งคั่ง และเกียรติยศ ได้รับการขนานนามว่าเป็น “ราชาแห่งดอกไม้” และนิยมใช้ตกแต่งพระราชวังของจักรพรรดิ หรือ แม้กระทั่งในงานแต่งงานทั้งในและต่างประเทศ ขณะที่ ดอกเบญจมาศ สื่อถึงอายุที่ยืนยาวและขุนนาง 

จึงไม่น่าแปลกใจ ที่เราเห็นเศรษฐกิจดอกไม้เติบโตในอัตราที่สูงมาอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีหลัง โดยรายงานของสํานักงานบริหารป่าไม้และทุ่งหญ้าแห่งชาติ (National Forestry and Grassland Administration) และกระทรวงเกษตรและกิจการชนบท (Ministry of Agricultural and Rural Affairs) ของจีนระบุว่า ตลาดของอุตสาหกรรมดอกไม้ของจีน มีมูลค่าแตะ 300,000 ล้านหยวน ในปี 2025

ด้วยการมุ่งเน้นการผลิตคุณภาพสูง และความสร้างสรรค์ในเชิงธุรกิจ ผู้ประกอบการจีนก็พยายามนำเอาดอกไม้ไปใช้ประโยชน์ในการเพิ่มมูลค่า มากกว่าการนำไปใช้ในการตกแต่ง ส่งผลให้สามารถขยายตลาดดอกไม้ออกไปได้กว้างขวางยิ่งขึ้น 

“การท่องเที่ยวดอกไม้” (Flower Tourism) กลายเป็นแนวคิดหลักของหมู่บ้าน และ ร้านอาหาร ในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องในช่วงที่ฤดูดอกไม้เบ่งบาน เช่น ทุ่งเรพซีด (Rapeseed) สีเหลืองที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา ในมณฑลเสฉวน และ หูหนาน ทำให้เจ้าของร้านอาหารในพื้นที่เก็บเกี่ยวโอกาสทางธุรกิจ โดยนำเอาเรพซีดมาเป็นวัตถุดิบในการปรุงอาหาร อาทิ ขนมอบ และ เครื่องดื่ม ขณะที่ศิลปินท้องถิ่นก็นำเอาดอกไม้ไปทำเป็นของที่ระลึก เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มกันมากมาย

การพัฒนา “เศรษฐกิจกุหลาบ” ของ ยูนนาน อาจถือเป็นอีกกรณีศึกษาหนึ่งที่น่าสนใจ โดยจีนให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนา “ต้นน้ำ” อย่างจริงจัง 

ในการประชุมนวัตกรรมกุหลาบที่ยูนนาน เมื่อปี 2025 นักวิจัยประจำสถาบันวิทยาศาสตร์การเกษตรแห่งยูนนาน (Yunnan Academy of Agricultural Sciences) กล่าวว่า ที่ประชุมมีการเปิดตัวกุหลาบพันธุ์ใหม่ สไตล์จีน กว่า 1,000 สายพันธุ์ โดยมีรูปทรง การจัดเรียงของกลีบ และกลิ่นที่เป็นอัตลักษณ์เฉพาะตัว อาทิ กลิ่นหอมที่ผสมผสานระหว่างกลุ่นชา และ ผลไม้ตะวันออก

ทำนองเดียวกันเกิดขึ้นกับดอกไม้ประเภทอื่นในหลายพื้นที่ ปัจจุบัน นวัตกรรมที่ลึกซึ้งกำลังเกิดขึ้นในห้องปฏิบัติการทั่วประเทศ สถาบันวิจัยหลายแห่งของจีน กำลังแก้ไขยีนส์ และ การปรับปรุงสายพันธุ์เพื่อลดวงจรการผสมพันธุ์แบบดั้งเดิมที่ใช้เวลา 8-10 ปี

                                      เมื่อ “เศรษฐกิจดอกไม้” เติบใหญ่และเบ่งบานในจีน (2)

ขณะเดียวกัน การปลูกกล้วยไม้ก็กระทำใน “เรือนกระจกอัจฉริยะ” ที่มีเซ็นเซอร์และอินเตอร์เน็ตแห่งสรรพสิ่งในการตรวจสอบอุณหภูมิและความชื้น ขณะเดียวกัน ระบบปุ๋ยน้ำก็ช่วยจัดส่งสารอาหารไปยังต้นพืชอย่างแม่นยำและอัตโนมัติ 

สิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้ อาจต้องอาศัยการลงทุนจำนวนมาก แต่ก็ช่วยให้ผู้ประกอบการ สามารถควบคุมระยะเวลาการเติบโตของดอกไม้ที่แตกต่างกันได้ดี และ รับประกันการผลิตที่มั่นคงตลอดปี ซึ่งหมายถึงความสามารถในการตอบสนองต่อความต้องการของตลาดได้อย่างแม่นยำ และรายได้ที่ไหลเข้าบริษัทเพิ่มขึ้นและกระจายตัวทั้งปีตามไปด้วย

นอกจากนี้ ผมยังสังเกตเห็นการเพาะปลูก “ดอกไม้ที่กินได้” ที่นำไปสู่การแปรรูปเป็นสินค้าอาหาร เครื่องประทินผิว และอื่นๆ ในหลายประเภทสินค้าจนกลายเป็น “สิ่งที่ไม่ควรพลาด” และ “ของฝากยอดนิยม” ประจำท้องถิ่น อาทิ ทองม้วนดอกบ๊วยและพัฟบ๊วยแดงในกรุงปักกิ่ง และขนมอบไส้กุหลาบในยูนนาน และนำไปสู่ธุรกิจบริการมากมาย อาทิ งานจัดเลี้ยงดอกไม้ ร้านสุกี้ในทุ่งดอกเรพซีดในเมืองฉงโจว (Chongzhou) มณฑลเสฉวน และ ร้านกาแฟในทุ่งเรพซีดในเมืองจินฮวา (Jinhua) มณฑลเจ้อเจียง

ทุ่งดอกไม้บางแห่ง ยังนำไปสู่การท่องเที่ยวที่สร้างความสุขและรอยยิ้ม อาทิ สวนกุหลาบหลากสีในมณฑลยูนนาน และ ทุ่งดอกไม้ขนาดใหญ่ในฤดูใบไม้ผลิของเมืองฮวายไห่ (Huaihua) พื้นที่ตอนกลางของมณฑลหูหนาน บริเวณภาคกลางของจีน หรือ แม้กระทั่งสวนดอกซากุระในกรุงปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และ อู่ฮั่น รวมทั้ง “สวนลอยฟ้า” ดอกเฟื่องฟ้าทั่วนครกวางโจว จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “เมืองแห่งดอกไม้” 

แล้วปี 2026 จีนขยับเข้าไปเก็บเกี่ยวประโยชน์จากเศรษฐกิจดอกไม้ทั้งตลาดใน และ ต่างประเทศ ได้มากน้อยเพียงใด อ่านต่อตอนหน้าครับ ...

คอลัมน์มังกรกระพือปีก โดย...ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4187 

เกี่ยวกับผู้เขียน : ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน, อุปนายกและเลขาธิการสมาคมส่งเสริมการลงทุนและการค้าไทย-จีน ผู้เชี่ยวชาญที่สั่งสมความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับตลาดจีน มุ่งหวังนำข้อมูลและมุมมอง ความคิดเห็นเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจ ธุรกิจ การตลาดและอื่น ๆ  ที่อยู่ในกระแสของจีนมาแลกเปลี่ยนกับผู้อ่าน เพื่อเราจะไม่ตกขบวน “รถไฟความเร็วสูง” ของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของจีน