thansettakij
thansettakij
การถอยหลังเข้าคลองของพรรคการเมืองไทย

การถอยหลังเข้าคลองของพรรคการเมืองไทย

11 พ.ค. 69 | 03:15 น.
อัปเดตล่าสุด :11 พ.ค. 69 | 03:20 น.

การถอยหลังเข้าคลองของพรรคการเมืองไทย คอลัมน์บ้านเมืองของเรา โดยสมหมาย ภาษี

การตัดสินใจกู้เงินด้วยการออกพระราชกำหนดกู้เงินจำนวน 400,000 ล้านบาท ของรัฐบาลเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว (5 พ.ค.69) เพื่อจัดหาเงินเพิ่มเติมมาใช้แก้ปัญหาวิกฤตน้ำมันและก๊าซขึ้นราคาอย่างมากทั่วโลก อันเนื่องจากสงครามระหว่างสหรัฐและอิสราเอลกับอิหร่านนั้น ผมว่ารัฐบาลนี้น่าจะได้รับการชมเชยจากประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศมากทีเดียว

แต่กลับมีข่าวว่าฝ่ายค้านหาว่ารัฐบาลยัดไส้ แล้วจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาความถูกต้องของ พ.ร.ก. กู้เงินครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะเขียนบทความนี้เสร็จ ก็ได้ทราบจากสื่อว่า พ.ร.ก. กู้เงินสี่แสนล้านบาทนี้ ได้รับการโปรดเกล้าฯ ลงพระปรมาภิไธยแล้ว ถือว่าได้มีผลบังคับใช้แล้ว

ต่อไปเมื่อสภาเปิด รัฐบาลก็ต้องนำพ.ร.ก. นี้เสนอให้ที่ประชุมสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบ หากไม่เห็นชอบ พ.ร.ก. นี้ก็ตกไป มีการกู้เงินมาใช้แค่ไหนก็ต้องหยุดแค่นั้น ส่วนการที่ฝ่ายค้านจะเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินัจฉัยก็เป็นอีกเรื่องต่างหาก ถ้าศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วไม่เห็นชอบ พ.ร.ก. นี้ก็ตกไปและการกระทำใดๆตามพ.ร.ก. นี้ ก็ถือว่าเป็นโมฆะหมด

ในโอกาสนี้ ผมจึงขอนำเหตุผลและความจำเป็นที่ต้องออกพ.ร.ก. นี้ของรัฐบาลมาเล่าสู่กันฟังว่า ส.ส. ผู้ที่ประชาชนเลือกเข้าไปในสภาเขาทำงานกันอย่างไร

ประการแรก รัฐบาลได้แจงเหตุผลชัดเจนที่ต้องกู้เงินโดยวิธีนี้ก็เพราะงบประมาณที่ใช้อยู่ในปีนี้ที่จะต้องดูแลกันไปอีก 4 เดือน จนถึงเดือนกันยายน 2569 นั้น มันไม่พอที่จะมาแก้วิกฤตที่กำลังเกิดขึ้น สิ่งที่ต้องแก้แม้ไม่เกิดวิกฤตรุนแรงเช่นนี้กับประเทศไทย ทุกพรรคการเมืองที่ได้ไปหาเสียงกันเมื่อไม่กี่เดือนที่แล้ว ยังจำกันได้หรือเปล่าว่าได้พูดและได้สัญญากับประชาชนไว้อย่างไรบ้าง

ที่แหกปากปาวๆ ผูกผ้าขาวม้าคาดพุงขึ้นรถแห่กันนะ ยังจำได้หรือเปล่าว่าจะมาช่วยชาติกันอย่างไรในเรื่องประเทศตกต่ำหนัก รากหญ้าโงหัวไม่ขึ้น เศรษฐกิจต้องมีการกระตุ้นหนักตั้งแต่หลังโควิดระบาด รับปากกับประชาชนไว้อย่างไรบ้างครับ

การวิ่งพล่านขึ้นเหนือ ล่องใต้ เผ่นไปอีสานกันจ้าละหวั่น ในช่วงเดือนมกรา-กุมภาเมื่อต้นปีนี้ ยังจำกันได้ไหม ยอมเหนื่อยหอบถือไมโครโฟนพูดกันดีนักว่าจะมาช่วยคุณลุงคุณป้า คุณตาคุณยายให้ลืมตาอ้าปากได้ มีเงินมีทองใช้ เลือกผมเถอะครับ ขอให้เลือกทั้งพรรคครับ ขอให้พรรคผมเกิดเถอะครับ ไหว้แล้วไหว้อีก ยังจำได้ไหม แล้วคราวนี้จะมาค้านเพราะไม่มีอะไรทำ หรือว่าแค่จะหาเสียงเพื่อจะโชว์ว่าข้านี้ยังพูดเก่งอยู่

เรื่องงบประมาณประจำปีนี้กระเบียดกระเสียร เพราะถูกบีบมากจากกรอบการคลังที่กำหนดไว้ สมาชิกสภาผู้แทนทุกคนน่าจะรู้ดี งบประมาณปีพ.ศ. 2569 สมัยพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ มีจำนวน 3.780 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นมาจากปีก่อนหน้าแค่ 0.7% มันจะพอพัฒนาประเทศ มันจะพอนำไปกระตุ้นเศรษฐกิจได้หรือ และมันจะกระตุ้นการลงทุนภาครัฐได้อย่างไรกัน

อย่าลืมว่างบประมาณแผ่นดินนั้น ตามความเป็นไปของกระบวนการคอร์รัปชันของไทย จะทำให้ส่วนหนึ่งไม่ต่ำกว่า 25% ต้องหายไปเข้ากระเป๋าทั้งนักการเมืองและข้าราชการอยู่แล้ว งบประมาณที่จะใช้เพื่อบ้านเมืองและประชาชนก็ถูกกัดเซาะจากพวกหนักแผ่นดินทุกปี

ดังนั้น เมื่อเกิดวิกฤตอย่างไม่คาดฝัน ก็จำเป็นที่รัฐบาลเขาจะต้องรีบหาเงินมาแก้ปัญหาของชาติตอนนี้ก่อนที่จะสายเกินไป ก่อนที่ผลกระทบอีกหลายระลอกจะเกิดรุนแรงขึ้น จึงไม่สามารถรองบประมาณปีหน้าได้ แต่พอรัฐบาลได้ประกาศออกมาชัดเจน ด้วยความรอบคอบ

โดยได้เห็นกันชัดว่าเครื่องยนต์ที่จะลากจูงประเทศให้โตได้ในขณะนี้เหลืออยู่แค่ภาครัฐเท่านั้นที่ต้องรีบเข้ามาค้ำยัน รัฐบาลก็ต้องหาวิธีหาเงินมาทำโดยรีบด่วน ขืนปล่อยให้ลากไปอีก 4 เดือน มันไม่ทันการ ส่วนวิธีการหาเงินให้ได้เร็วและถูกต้อง ไม่ว่าพรรคการเมืองไหนขึ้นมาเป็นรัฐบาล ก็ต้องกู้เงินโดยวิธีออกกฎหมายในรูปพระราชกำหนดทั้งนั้น 

ประการที่สอง สำหรับประเด็นการจะใช้เงินกู้ครึ่งหนึ่ง คือ 200,000 ล้านบาท ไปลงทุนในโครงการกระตุ้นให้ประเทศเปลี่ยนถ่ายพลังงานมาเป็นการช่วยลดการใช้พลังงานฟอสซิลลงด้วย ก็ชัดเจนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 172 อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องไปเขียนโครงการให้ชัดก่อนแล้วมาคิดหาเงินทีหลัง มันจะตอบสนองความจำเป็นเร่งด่วนได้อย่างไรนะท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ เรื่องนี้พี่น้องประชาชนก็คิดเป็น ทำไมพรรคฝ่ายค้านถึงคิดไม่เป็น

ในเรื่องการลงทุนภาครัฐเพื่อผลักดันให้ GDP โตได้ถึง 3% ต่อปี ยังมีเรื่องต้องทำโดยเร่งด่วนอีกเยอะ อย่างที่ผมเคยพูดเมื่อเดือนที่แล้วว่า วิกฤตครั้งนี้ รัฐบาลจำเป็นต้องกู้เงินโดยการออกพ.ร.ก. ให้มากพอ 

ดังนั้น ในปีงบประมาณหน้า ซึ่งตามกรอบนโยบายการคลังระยะกลาง งบประมาณปีพ.ศ. 2570 (ต.ค. 69 - ก.ย. 70) รัฐบาลจะตั้งงบประมาณมาผลักดันให้เศรษฐกิจเราโตในภาวะปกติก็ลำบากมากอยู่แล้ว แต่ขณะนี้ต้องมาสู้กับวิกฤตที่ไม่คาดคิด และต้องพลิกฟื้นเศรษฐกิจให้ได้ แต่รัฐบาลจะมีเงินมาตั้งงบประมาณแค่ 3.788 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงบประมาณปีนี้เพียง 8,000 ล้านบาท หรือแค่ 0.2% เท่านั้น อนิจจา งบประมาณแค่นี้ให้เทวดามาเป็นครม.ทั้งชุดก็ยังทำอะไรไม่ได้ ประเทศไทยเราก็จะยังต้องไล่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียและเวียดนามอยู่เหมือนเดิม เรื่องง่ายๆที่ชัดเจนอย่างนี้ ท่านส.ส. ทั้งหลายรู้กันบ้างไหมครับ

ผมเห็นว่าหากพรรคการเมืองคิดแต่จะแสดงโวหารการคัดค้านเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อการแก้ปัญหาเร่งด่วน และต่อการลงทุนที่ถูกต้องเพื่อผลักดันให้ประเทศโต ให้ประชาชนมีงานทำ และให้เศรษฐกิจมีการขับเคลื่อนโดยเร็ว มันก็เป็นการแสดงตัวตนให้ประชาชนเห็นชัดขึ้นว่า นักการเมืองของไทยไม่ว่าแก่หรือหนุ่ม ไม่ใช่มีแค่ความคิดความอ่านที่ตีบตันเท่านั้น แต่กำลังจะพากันเดินถอยหลังเข้าคลองด้วยจิตใต้สำนึกที่เคยชินด้วย