
X-Ray สวัสดี Mindset ฉากที่ 9
X-Ray สวัสดี Mindset ฉากที่ 9 : คอลัมน์เปิดมุกปลุกหมอง โดย...ดร.สุรวงศ์ วัฒนกูล หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3739 ระหว่างวันที่ 12-15 ธ.ค.2564
ผมไม่ใช่ขี้ไก่ ต่อให้ลงประชามติว่าผมมันขี้ไก่ ผมก็ไม่ใช่ขี้ไก่ก้อนเล็ก (ฮา) สมัยเรียนชั้นมัธยม ผมได้ทุนเรียนดีแต่ยากไร้ แม่บอกให้ผมไปคุยกับอาจารย์ที่เป็นเพื่อนแม่ว่า ขอทุนเรียนหนังสือสักหนึ่งทุน ผมรู้สึกผะอืดผะอมเพราะผมหยิ่ง ไม่จำเป็นก็ไม่อยากจะขออะไรใครแบบนั้น ถึงกระนั้นก็ต้องไปขอตามที่แม่บอกเพื่อช่วยบรรเทาค่าใช้จ่ายให้แม่
ไฮไลท์ของเรื่องนี้มันแฝงเร้นอยู่ในวันที่นักเรียนทุนทุกคนต้องคลานด้วยเข่าเข้าไปกราบเท้ารับเงินทุน จากประธานในพิธีซึ่งเป็น นักการเมืองท้องถิ่น ท่านประธานคงจะเป็นลูกครึ่งไทยญี่ปุ่น ท่านมีชื่อเล่นว่า “ซัง” ชื่อเต็มที่บ้านผมเรียกท่าน คือ “ซังกะบ๊วย” (ฮา) พ่อผมเคยเป็น ครู พระ เสรีไทย หัวคะแนน ที่ปรึกษาผู้ว่า จึงรู้เรื่องดีว่า ท่าน “ซัง” เขาขี้โกง
ท่านผู้อ่านช่วยมีอารมณ์ร่วมกับเรื่องนี้สักนิดเถอะว่า เงินทุนก็ไม่ใช่เงินเขา แม่ให้ตังค์เรา เราเองก็ไม่เคยกราบเท้าแม่สักครั้ง เท้าที่เราจะต้องเข้าไปกราบก็เป็นเท้าของคนโกง เคสนี้ถ้าท่านรับบทเป็นผม ท่านจะคลานเข้าไปกราบเท้ารับเงินทุนไหมครับ?
ผมคิดอยู่คืนหนึ่งว่า ผมเป็นเพียงนักเรียนชั้นมัธยมต้น คะแนนผลการสอบยังอยู่ในมือครู ถ้าอยู่ชั้นมัธยมปลายก็ว่าไปอย่าง คะแนนผลการสอบอยู่ในมือกระทรวง ประกาศนียบัตรสอบเทียบมัธยมปลายก็ยังไม่มี
ข้อนี้ก็เสี่ยงเหมือนกัน ถ้าผมพูดกับอาจารย์ว่า ขอสละสิทธิ์เพราะคนแจกเป็นคนไม่สะอาด หากอาจารย์สนิทกับเขาเราก็จะลำบาก สำคัญอยู่ตรงที่ เราเดินเข้าขอแล้วสละสิทธิ์อาจารย์จะต้องฝากด่าไปถึงแม่ผมด้วย แม่ก็ต้องควักเนื้อมาจ่ายค่าเทอมเพราะเราหัวร้อน ได้แค่สะใจ คิดมาคิดไปมีแต่เสียกับเสีย งานนี้รับไม่รับก็ต้องรับ (ฮา)
Guru ชี้ว่า วิธีคิดอย่างที่ผมคิด เรียกว่า เป็นความคิดของคนที่มี “จรณทักษะ”
ผมใช้ห้องประชุมโรงแรมสี่ดาวจัดอบรมช่วงคำ เวลา 18.00-22.00 น. ต่อเนื่องกัน 10 คืน คืนที่หก เวลา 18.30 น. ผู้เข้าอบรมยังเดินกันเพ่นพ่านเข้าไปนั่งในห้องประชุมไม่ได้ เพราะว่า โรงแรมเขาใช้ห้องผมจัดรดน้ำสังข์ ผมถามผู้จัดการว่า “ทำไมจึงใช้ห้องที่ผมจองไว้มาจัดรดน้ำสังข์?” ท่านก็พูดอุบอิบว่า “ห้องเต็มหมด ผู้ใหญ่เกรงใจลูกค้า บอกให้ใช้ห้องนี้
ท่านยืนอยู่นั่นไงครับ” ผมเข้าไปสวัสดีพร้อมกับปรารภว่า “ผมเข้าใจความจำเป็นในการใช้ห้อง ถ้าบอกกันไว้ก่อนก็ไม่เป็นไร ผมจะได้จัดมื้อพิเศษให้ลูกค้าเขาทานรอไปก่อน เขาจะได้ไม่เซ็ง” ท่านตอบตัดบทสั้นๆ ได้ใจความว่า “ก็ห้องมันไม่พอ ทำไงได้ล่ะ ก็เงินนี่คะ!”
กรณีนี้ผมชี้ว่า วิธีคิดอย่างที่บิ๊กท่านนี้คิด เรียกว่า เป็นความคิดของคนที่ด้อย “จรณทักษะ”
“จรณทักษะ” คือ อะไร?
ผู้ตั้งชื่อคำนี้คงจะเคยบวชถึงได้เล่นศัพท์ สูง ศักดิ์สิทธิ์ และ เท่ อัญเชิญเอา “วิชชา จรณ สัมปันโน” มาใช้ ขอชมว่าคนตั้งชื่อทักษะเป็นปราชญ์จึงเข้าใจตั้ง (ปรบมือ) ส่วนคนจะอ่านหยิบมาขึ้นมาดูแล้วก็ตั้ง (ฮา)
อันว่า จรณะ แปลว่า ความประพฤติ และ ทักษะ แปลว่า ความชำนาญ รวมความได้ศัพท์ว่า จรณทักษะ หมายถึง “ความชำนาญทางด้านความประพฤติ” ผู้รู้เขาตอกหมุดว่า ทักษะที่มันฝังรากลึกซ่อนเร้นอยู่ใน ความประพฤติ ทัศนคติ และ ค่านิยม คือ ตัวช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลซึ่งมีผลกระทบเชิงบวกต่องานที่ร่วมกันทำ เป็นคุณสมบัติด้านบุคลิกภาพของบุคลากร เรียกว่า “Soft Skill”
หนุ่มบึ้กกระโดดน้ำหนีชีวิต เดชะเวรเกณฑ์ยังไม่ถึงฆาต เจ้าหน้าที่กู้ภัย ถามว่า “ทำไมคิดฆ่าตัวตาย” เขาก็ตอบว่า “ทำดีแล้วไม่ได้ดี” เจ้าหน้าที่กู้ภัยซักต่อว่า “เกิดอะไรขึ้น” เขาเล่าว่า “ผู้โดยสารสายตาพิการไม่มีที่นั่ง ผมก็ลุกให้เขามานั่ง เสี่ยด่าผมว่า ไอ้โง่! ด่าแล้วไล่ผมออกจากงาน” เจ้าหน้าที่กู้ภัยรักความสะอาดจึงซักอีกหน่อยว่า “คุณทำงานอะไรอ่ะ” หนุ่มบึ้กก็อ้อมแอ้มตอบว่า “ผมเป็นคนขับรถทัวร์ครับ” (ฮา)
กรณีนี้ผมชี้ว่า วิธีคิดอย่างที่นายหัวคิด เรียกว่า เป็นความคิดของตะมุตะมิชน มี “มรณะทักษะ”
บริษัทระบบครอบครัวก็มีเรื่องสนุก รุ่นน้องผมเรียนจบนอกกลับมาทำงาน บริษัท อาม่าล่าอากง จำกัด นั่งแป้นเป็น ผู้จัดการฝ่ายบุคคล ผ่านไปไม่กี่วันก็ขนหัวลุก ปกติฝ่ายนี้มีอยู่เจ็ด จู่ๆ ก็มีคนมานั่งเพิ่มอีกหนึ่งคนโดยที่ไม่มีใครในฝ่ายรู้จัก
เป็นไปได้ว่าวันแรกที่มาทำงานคงลืมไหว้เจ้าที่ ขยี้ตาดูอีกทีไม่ใช่ผี ตัวเป็นๆ เห็นชัดๆ ถามไปถามมาจึงรู้ว่าเป็น หลานอาม่า อาม่า บอกกับหลานว่า อั๊วะเป็นหุ้นส่วนใหญ่ ลื้อไม่ต้องรบกวนใคร เข้าไปที่นั่งเอาเองเลย เรื่องอื่นเดี๋ยวอั๊วะจัดการเอง (ฮา)
เคสนี้ของดวิจารณ์ บางครั้งก็ต้องเลือก ระหว่าง “การวิจารณ์ด้วยความหวังดี” กับ ขนมเข่ง (ฮา)












