thansettakij
thansettakij
SpaceX ทุ่มแสนล้านดอลลาร์ ปักฐานปล่อยจรวด Starship แห่งใหญ่ในลุยเซียนา

SpaceX ทุ่มแสนล้านดอลลาร์ ปักฐานปล่อยจรวด Starship แห่งใหญ่ในลุยเซียนา

26 ส.ค. 69 | 06:11 น.
อัปเดตล่าสุด :26 ส.ค. 69 | 06:17 น.

SpaceX เปิดแผนลงทุน 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.25 ล้านล้านบาท) สร้าง “Starbase Louisiana” ฐานปล่อยจรวด Starship ขนาดใหญ่ที่สุดของบริษัท ตั้งเป้าเริ่มก่อสร้างปี 2570 และปล่อยจรวดเที่ยวแรกในปี 2572

KEY

POINTS

  • SpaceX ประกาศลงทุน 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสร้าง "Starbase Louisiana" ฐานปล่อยจรวด Starship แห่งใหม่และใหญ่ที่สุดในรัฐลุยเซียนา
  • ฐานแห่งใหม่นี้มีเป้าหมายเพื่อรองรับการปล่อยจรวด Starship หลายพันเที่ยวบินต่อปี สำหรับขยายเครือข่ายดาวเทียม Starlink และส่งดาวเทียมประมวลผล AI
  • โครงการจะเริ่มก่อสร้างในปี 2570 ตั้งเป้าปล่อยจรวดเที่ยวแรกในปี 2572 และคาดว่าจะสร้างงานในพื้นที่มากกว่า 3,000 ตำแหน่ง

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า SpaceX เปิดเผยแผนก่อสร้างฐานปล่อยจรวดขนาดใหญ่แห่งใหม่ในพื้นที่ตอนใต้ของรัฐลุยเซียนา สหรัฐอเมริกา ด้วยเงินลงทุน 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.25 ล้านล้านบาท คำนวณจากอัตรา 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 32.5 บาท)

โครงการแห่งนี้มีชื่อว่า “Starbase Louisiana” ตั้งอยู่บนเกาะพีแคน ในเขตเวอร์มิเลียน ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 125,000 เอเคอร์ หรือ 505.85 ตารางกิโลเมตร ใหญ่กว่าเกาะแมนฮัตตันมากกว่า 8 เท่า

SpaceX ทุ่มแสนล้านดอลลาร์ ปักฐานปล่อยจรวด Starship แห่งใหญ่ในลุยเซียนา

เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ Starbase Louisiana จะเป็นฐานปล่อยจรวดแห่งที่ 4 ของ SpaceX ในสหรัฐ และมีขนาดใหญ่ที่สุดของบริษัท โดยจะรองรับทั้งภารกิจปล่อยจรวด Starship การขยายเครือข่ายดาวเทียม Starlink และแผนส่งดาวเทียมประมวลผลปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ขึ้นสู่วงโคจร

ตั้งเป้าปล่อย Starship หลายพันเที่ยวบินต่อปี

กวินน์ ช็อตเวลล์ ประธาน SpaceX เปิดเผยว่า ฐานแห่งใหม่มีเป้าหมายรองรับการปล่อย Starship หลายพันเที่ยวบินต่อปีในอนาคต แต่ความถี่ระดับดังกล่าวยังขึ้นอยู่กับความสำเร็จในการแก้ปัญหาทางวิศวกรรมและการผ่านข้อกำหนดด้านกฎระเบียบ

SpaceX วางแผนเริ่มก่อสร้าง Starbase Louisiana ในปี 2570 และกำหนดปล่อยจรวด Starship เที่ยวแรกจากฐานแห่งนี้ในปี 2572

ฐานปล่อยจรวดจะได้รับการออกแบบให้เป็นท่าอวกาศที่สามารถ “พึ่งพาตนเอง” โดยมีทั้งระบบผลิตก๊าซมีเทนสำหรับใช้เป็นเชื้อเพลิง ระบบผลิตไฟฟ้า ท่าเรือน้ำลึกสำหรับขนส่งยาน Starship จากรัฐเท็กซัส อาคารและระบบเตรียมยานก่อนปล่อย รวมถึงอาจมีสนามบินภายในพื้นที่

อย่างไรก็ตาม Starbase Louisiana จะไม่มีโรงงานผลิตจรวด โดยทำหน้าที่หลักในการรับขนส่งยาน เตรียมความพร้อม และดำเนินภารกิจปล่อยจรวด

ทำเลรองรับเครือข่ายดาวเทียม AI

เกาะพีแคนมีทำเลทางภูมิศาสตร์ที่เหมาะกับแผนขยายธุรกิจดาวเทียมของ SpaceX เนื่องจากสามารถปล่อยจรวดลงไปทางใต้เหนืออ่าวเม็กซิโก ก่อนเข้าสู่วงโคจรแบบสัมพันธ์กับดวงอาทิตย์ หรือ Sun-synchronous orbit

วงโคจรดังกล่าวเอื้อให้ดาวเทียมได้รับแสงอาทิตย์อย่างสม่ำเสมอ เหมาะสำหรับดาวเทียมประมวลผล AI ที่ใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์

อีลอน มัสก์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SpaceX วางให้ Starship เป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักสำหรับขยายเครือข่าย Starlink รวมถึงแผนระยะยาวในการส่งดาวเทียมประมวลผล AI ขึ้นสู่วงโคจรมากถึง 1 ล้านดวง

นอกจากภารกิจเชิงพาณิชย์แล้ว Starship ยังมีบทบาทสำคัญในโครงการ Artemis ขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐ หรือ NASA ซึ่งมีเป้าหมายส่งมนุษย์กลับไปสำรวจดวงจันทร์

ปัจจุบัน Starbase Texas เป็นฐานปล่อย Starship เพียงแห่งเดียวที่เปิดดำเนินงาน ขณะที่จรวดยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา ส่วนในรัฐฟลอริดา SpaceX อยู่ระหว่างก่อสร้างฐานปล่อย Starship อีก 2 แห่ง ใกล้กับฐานหลักของจรวด Falcon 9

บริษัทยังมีฐานปล่อย Falcon 9 ที่ฐานทัพอวกาศแวนเดนเบิร์กในรัฐแคลิฟอร์เนีย

สร้างงานกว่า 3,000 ตำแหน่ง

SpaceX ระบุว่า โครงการ Starbase Louisiana จะสร้างงานให้แก่พื้นที่มากกว่า 3,000 ตำแหน่ง โดยสำนักงานผู้ว่าการรัฐลุยเซียนาประเมินว่า ตำแหน่งงานเหล่านี้จะมีรายได้เฉลี่ยปีละ 92,600 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.01 ล้านบาทต่อปี) สูงกว่าค่าจ้างเฉลี่ยในเขตเวอร์มิเลียน 192%

เจฟฟ์ แลนดรี ผู้ว่าการรัฐลุยเซียนา กล่าวว่า โครงการนี้มีความหมายมากกว่าเหล็ก เทคโนโลยี และเงินทุน เพราะหมายถึงการสร้างงานให้ครอบครัว การสร้างแรงขับเคลื่อนแก่ชุมชน และการปกป้องพื้นที่ชายฝั่ง

การลงทุนดังกล่าวเป็นอีกก้าวของการขยายฐานธุรกิจ SpaceX ในพื้นที่ตอนใต้ของสหรัฐ หลังบริษัทสร้างศูนย์ข้อมูล AI ภายใต้ชื่อ Colossus ในรัฐเทนเนสซีและมิสซิสซิปปี รวมถึงโรงงานที่เกี่ยวข้องกับ Starlink ในเมืองออสติน รัฐเท็กซัส

นอกจากนี้ SpaceX ยังมีแผนสร้างโรงงานผลิตชิปในพื้นที่ตอนกลางของรัฐเท็กซัส

เปิดทางโครงการหลังยุติคดี ExxonMobil

พื้นที่ก่อสร้าง Starbase Louisiana เคยเป็นศูนย์กลางของคดีความที่ยืดเยื้อมานานกว่าทศวรรษระหว่างหน่วยงานท้องถิ่นกับ ExxonMobil

ฝ่ายท้องถิ่นกล่าวหาว่า การขุดเจาะน้ำมันและการขุดลอกคลองตามแนวชายฝั่งของบริษัทน้ำมันรายใหญ่ มีส่วนทำให้พื้นที่ชุ่มน้ำของรัฐลุยเซียนาลดลง

รัฐบาลรัฐลุยเซียนาบรรลุข้อตกลงยุติคดีกับ ExxonMobil เมื่อเดือนมิถุนายน 2569 ก่อนที่ศาลจะมีคำสั่งยกฟ้องในเดือนถัดมา การยุติคดีเปิดทางให้ SpaceX เดินหน้าแผนพัฒนาฐานปล่อยจรวดตามแนวชายฝั่งระยะทาง 18 ไมล์ หรือประมาณ 29 กิโลเมตร

ซูซาน บูร์ชัวส์ รัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาเศรษฐกิจรัฐลุยเซียนา ระบุว่า SpaceX เริ่มหารือเกี่ยวกับโครงการนี้กับรัฐบาลของรัฐตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2569

โจทย์ใหญ่พื้นที่ชุ่มน้ำและสัตว์ป่า

แม้โครงการจะนำมาซึ่งเงินลงทุนและการจ้างงานจำนวนมาก แต่พื้นที่ก่อสร้างเป็นพื้นที่อ่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม เนื่องจากเกาะพีแคนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำชายฝั่งและแหล่งพักพิงของนกอพยพหลายสิบสายพันธุ์ ซึ่งเดินทางตามฤดูกาลทั่วซีกโลกตะวันตก

ช็อตเวลล์ยืนยันว่า พื้นที่ “ส่วนใหญ่มาก” จะยังคงสภาพเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำตามธรรมชาติและไม่มีการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ขณะที่แบบจำลองของ SpaceX แสดงให้เห็นฐานปล่อยจรวดหลายแห่งกระจายอยู่ท่ามกลางพื้นที่สีเขียว

บริษัทยังวางแผนสนับสนุนการฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำและแนวชายฝั่งของเกาะพีแคน ซึ่งทำหน้าที่เป็นแนวป้องกันตามธรรมชาติ ช่วยลดความเสี่ยงน้ำท่วมในพื้นที่ชั้นในเมื่อเกิดฝนตกหนัก

อย่างไรก็ตาม ประเด็นสิ่งแวดล้อมจะเป็นโจทย์สำคัญที่ต้องติดตาม หลังการพัฒนา Starbase Texas เคยเผชิญแรงต่อต้านจากประชาชนในพื้นที่ ทั้งความกังวลเรื่องน้ำ มลพิษทางเสียง ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และแรงกดดันให้ประชาชนขายที่ดิน

กลุ่มสิ่งแวดล้อมยังระบุว่า การปล่อย Starship ในรัฐเท็กซัสเคยทำให้ก้อนกรวดและเศษวัสดุกระเด็นกระทบนกชายฝั่งและรังของพวกมัน

ช็อตเวลล์กล่าวว่า นกอาจบินออกจากพื้นที่ระหว่างการปล่อยจรวด แต่จะกลับมาหลังจรวดออกจากพื้นที่ พร้อมยืนยันว่า SpaceX จะช่วยสนับสนุนเงินทุนด้านการคุ้มครอง การฟื้นฟู และการดูแลสิ่งแวดล้อมตลอดช่วงการก่อสร้าง

Starbase Louisiana จึงไม่ใช่เพียงฐานปล่อยจรวดแห่งใหม่ของ SpaceX แต่ยังเป็นบททดสอบว่า บริษัทจะสามารถเร่งขยายอุตสาหกรรมอวกาศและโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI ควบคู่กับการรักษาระบบนิเวศชายฝั่งได้มากน้อยเพียงใด

ที่มา Reuters