thansettakij
thansettakij
ดาวโจนส์ปิดลบ 60 จุด ผวาสหรัฐฯ-อิหร่านยังไร้ทางออก น้ำมันพุ่ง 5%

ดาวโจนส์ปิดลบ 60 จุด ผวาสหรัฐฯ-อิหร่านยังไร้ทางออก น้ำมันพุ่ง 5%

11 ส.ค. 69 | 01:11 น.

ดัชนีดาวโจนส์ปิดลบ 60.95 จุด แตะ 53,975 จุด นักลงทุนผวาวิกฤตฮอร์มุซยืดเยื้อ น้ำมันพุ่ง 82 ดอลลาร์ กดดันหุ้นสหรัฐฯ-หวั่นเฟดขึ้นดอกเบี้ย

KEY

POINTS

  • ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดลดลง 60.95 จุด จากความกังวลของนักลงทุนต่อสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
  • ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังไม่มีทางออกที่ชัดเจน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้นกว่า 5%
  • ตลาดยังได้รับแรงกดดันเพิ่มเติมจากการร่วงลงของหุ้นในกลุ่มผู้ผลิตชิป เช่น Intel และ Nvidia

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันจันทร์ (10 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนไม่มั่นใจว่าสหรัฐอเมริกาและอิหร่านจะสามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ 

อีกทั้งตลาดยังถูกกดดันจากการร่วงลงของหุ้น Intel และหุ้นบริษัทผลิตชิปรายอื่น 

  • ดัชนีดาวโจนส์ ปิดที่ 53,975.98 จุด ลดลง 60.95 จุด หรือ -0.11%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,753.11 จุด ลดลง 4.53 จุด หรือ -0.06%
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,605.36 จุด ลดลง 85.26 จุด หรือ -0.32%

ทั้งนี้ ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ มีแนวโน้มยืดเยื้อ หลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เรียกร้องให้อิหร่านจ่ายค่าชดเชยแก่ผู้เสียชีวิตจากสงคราม การโจมตี และการประท้วงซึ่งเขาระบุว่าเป็นฝีมือของอิหร่าน 

ดาวโจนส์ปิดลบ 60 จุด ผวาสหรัฐฯ-อิหร่านยังไร้ทางออก น้ำมันพุ่ง 5%

 

โดยการเรียกร้องดังกล่าวของทรัมป์มีขึ้นหลังจากที่อิหร่านได้ออกมาเรียกร้องให้สหรัฐฯ ปฏิบัติตามเงื่อนไขต่าง ๆ รวมถึงการจ่ายเงินชดเชยความเสียหายแก่อิหร่าน นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดการโจมตีอิหร่านเมื่อกว่า 5 เดือนที่แล้ว

เอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ระบุว่า ช่องแคบฮอร์มุซควรมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมสำหรับค่าบริการเดินเรือในช่องแคบดังกล่าว 

รวมถึงเน้นย้ำว่า อิหร่านไม่ได้เจรจาโดยตรงกับสหรัฐฯ โดยทั้งสองประเทศยังคงส่งข้อความถึงกันผ่านคนกลาง

ทางออกวิกฤตการณ์ตะวันออกกลางริบหรี่

การที่นักลงทุนมีความหวังน้อยลงเกี่ยวกับทางออกของวิกฤตการณ์ในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมัน WTI พุ่งขึ้นกว่า 5% ปิดที่ 82.13 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันจันทร์ การปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันส่งผลให้ตลาดกังวลว่าอาจทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้นและอาจผลักดันให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด (FED) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากหุ้น Intel ซึ่งร่วงลง 4.1% หลังจากผู้ผลิตชิปรายนี้เปิดเผยแผนระดมทุนมูลค่า 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ผ่านการขายหุ้น

ขณะที่หุ้น Nvidia ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ ร่วงลง 2.9% หลังจากมีรายงานว่า กลุ่มบริษัททางการเงิน ซึ่งรวมถึง Apollo Global และ Blackstone กำลังร่วมมือกับ Nvidia ในการจัดหาเงินทุนมูลค่า 5 แสนล้านดอลลาร์สำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ (AI)

หุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวลงมากที่สุดในดัชนี S&P500 โดยร่วงลง 1.23% ตามด้วยหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคร่วงลง 1.1% ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้นมากที่สุด โดยพุ่งขึ้น 4.5%

ดาวโจนส์ปิดลบ 60 จุด ผวาสหรัฐฯ-อิหร่านยังไร้ทางออก น้ำมันพุ่ง 5%

 

ความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางและการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันได้ฉุดตลาดหุ้นนิวยอร์กอ่อนแรงลงในวันจันทร์ หลังจากตลาดดีดตัวขึ้นปิดในแดนบวกเมื่อวันศุกร์ (7 ส.ค.) 

 

จ้างงานนอกภาคเกษตรลด 23,000 ตำแหน่ง

ภายหลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ ระบุว่า ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรลดลง 23,000 ตำแหน่งในเดือนก.ค. สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 88,000 ตำแหน่ง ส่วนอัตราว่างงานลดลงสู่ระดับ 4.1% ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 4.2%

ตัวเลขจ้างงานที่ลดลงอย่างเหนือความคาดหมายทำให้นักลงทุนลดคาดการณ์โอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย. โดยเครื่องมือ FedWatch ของ CME ระบุว่า ขณะนี้นักลงทุนคาดว่ามีโอกาส 52% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย.

นักลงทุนจับตาการเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของเฟด โดยทางการสหรัฐฯ จะเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนก.ค.ในวันพุธนี้ (12 ส.ค.) และจากนั้นจะเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ประจำเดือนก.ค.ในวันพฤหัสบดี (13 ส.ค.)

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ดัชนี CPI เดือนก.ค.จะปรับตัวขึ้น 3.4% เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่เพิ่มขึ้น 3.5% ในเดือนมิ.ย. และคาดว่าดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน จะเพิ่มขึ้น 2.5% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่เพิ่มขึ้น 2.6% ในเดือนมิ.ย.