
เปิดข้อตกลง "อิสลามาบัด" สหรัฐฯ–อิหร่าน ยุติสงคราม เริ่มเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
สหรัฐฯ–อิหร่าน บรรลุบันทึกความเข้าใจ "อิสลามาบัด" 14 ข้อ ยุติสงครามทุกแนวรบ เปิดช่องแคบฮอร์มุซ ยกเลิกคว่ำบาตร และวางแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจ 3 แสนล้านดอลลาร์ ก่อนเจรจารอบใหญ่ที่สวิตเซอร์แลนด์
KEY
POINTS
- สหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงชั่วคราว "บันทึกความเข้าใจอิสลามาบัด" เพื่อยุติปฏิบัติการทางทหารทุกแนวรบ และจะเจรจาข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ภายใน 60 วัน
- ข้อตกลงระบุให้อิหร่านเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย ขณะที่สหรัฐฯ จะยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลและถอนกำลังทหาร
- สหรัฐฯ ตกลงที่จะยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทั้งหมด และร่วมจัดทำแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจอิหร่านมูลค่ากว่า 3 แสนล้านดอลลาร์
- ประเด็นโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านถูกเลื่อนไปเจรจาในข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ โดยอิหร่านยืนยันจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์
ท่ามกลางความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงในตะวันออกกลาง สหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านได้ก้าวสำคัญสู่การยุติความขัดแย้ง เมื่อทั้งสองฝ่ายบรรลุบันทึกความเข้าใจ (MOU) ฉบับชั่วคราวที่ใช้ชื่อว่า "บันทึกความเข้าใจอิสลามาบัด" ซึ่งวางกรอบความเข้าใจไว้ 14 ข้อ ครอบคลุมตั้งแต่การหยุดยิงถาวรทุกแนวรบ การเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ไปจนถึงการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรและแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจมูลค่ามหาศาล
แม้ข้อตกลงนี้จะยังเลื่อนประเด็นที่ยากที่สุดบางเรื่อง โดยเฉพาะอนาคตของโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน ออกไปสู่การเจรจาฉบับสมบูรณ์ แต่ก็ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่อาจคลี่คลายวิกฤตที่ส่งผลสะเทือนต่อทั้งภูมิภาคและราคาพลังงานโลก โดยการเจรจารอบใหญ่ในกรอบเวลา 60 วันมีกำหนดเริ่มต้นขึ้นที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ บทความนี้สรุปสาระสำคัญทั้ง 14 ข้อของข้อตกลงประวัติศาสตร์ฉบับนี้
เมื่อวันพุธที่ 17 มิถุนายน สหรัฐอเมริกาได้อ่านเนื้อหาของข้อตกลงชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน เพื่อยุติสงครามในอิหร่านและเปิดการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ข้อตกลงดังกล่าวซึ่งอ่านโดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ต่อสื่อมวลชน วางกรอบความเข้าใจระดับนโยบายไว้ 14 ข้อ โดยเลื่อนประเด็นที่ยากที่สุดหลายเรื่อง เช่น แนวทางยุติโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ออกไปจนกว่าจะบรรลุข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ ทั้งนี้เปิดทางสู่การเจรจารอบใหญ่ในกรอบเวลา 60 วัน ซึ่งมีกำหนดเริ่มต้นที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในวันศุกร์นี้
เอกสารฉบับนี้มีชื่อว่า "บันทึกความเข้าใจอิสลามาบัด ระหว่างสหรัฐอเมริกากับสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน" โดยมีรายละเอียดทั้ง 14 ข้อตามที่อ่านออกมา ดังนี้
ข้อ 1 สหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน พร้อมพันธมิตรในสงครามครั้งนี้ ประกาศยุติปฏิบัติการทางทหารทุกแนวรบโดยทันทีและถาวร รวมถึงในเลบานอน และให้คำมั่นว่าจะไม่ริเริ่มสงครามหรือปฏิบัติการทางทหารต่อกัน ตลอดจนงดเว้นการข่มขู่หรือใช้กำลังต่อกัน และให้หลักประกันต่อบูรณภาพแห่งดินแดนและอธิปไตยของเลบานอน โดยข้อตกลงฉบับสมบูรณ์จะยืนยันการยุติสงครามอย่างถาวรในทุกแนวรบ
ข้อ 2 ทั้งสองฝ่ายให้คำมั่นที่จะเคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน และงดเว้นการแทรกแซงกิจการภายในของอีกฝ่าย
ข้อ 3 ทั้งสองฝ่ายให้คำมั่นที่จะเจรจาและบรรลุข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ภายในระยะเวลาสูงสุด 60 วัน ซึ่งสามารถขยายได้โดยความยินยอมร่วมกัน
ข้อ 4 ทันทีที่ลงนามใน MOU สหรัฐฯ จะเริ่มถอนการปิดล้อมทางทะเล รวมถึงการรบกวนหรืออุปสรรคใด ๆ ต่ออิหร่าน และจะยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลอย่างสมบูรณ์ภายใน 30 วัน ในช่วงเวลาดังกล่าว ปริมาณการสัญจรของเรือจะเป็นไปตามสัดส่วนของการสัญจรในช่วงก่อนสงครามที่อิหร่านจะฟื้นฟูขึ้น นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังรับจะถอนกำลังออกจากบริเวณใกล้เคียงอิหร่านภายใน 30 วันหลังจากบรรลุข้อตกลงฉบับสมบูรณ์
ข้อ 5 เมื่อลงนามใน MOU อิหร่านจะดำเนินการอย่างเต็มความสามารถเพื่อให้เรือพาณิชย์ผ่านได้อย่างปลอดภัยโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเป็นเวลา 60 วันเท่านั้น จากอ่าวเปอร์เซียไปยังทะเลโอมานและในทิศทางกลับกัน การสัญจรของเรือพาณิชย์จะเริ่มขึ้นทันที และเมื่อพิจารณาถึงความจำเป็นในการขจัดอุปสรรคทางเทคนิคและทางทหาร รวมถึงการเก็บกู้ทุ่นระเบิดโดยอิหร่าน จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน ทั้งนี้ อิหร่านจะหารือกับสุลต่านโอมานเพื่อกำหนดการบริหารจัดการและบริการทางทะเลในช่องแคบฮอร์มุซในอนาคต โดยหารือร่วมกับรัฐชายฝั่งอ่าวเปอร์เซียอื่น ๆ ให้สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศที่บังคับใช้และสิทธิอธิปไตยของรัฐชายฝั่งช่องแคบฮอร์มุซ
ข้อ 6 สหรัฐฯ รับจะร่วมกับพันธมิตรในภูมิภาคจัดทำแผนที่ชัดเจนและตกลงร่วมกัน มูลค่าไม่ต่ำกว่า 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อการฟื้นฟูบูรณะและพัฒนาเศรษฐกิจของอิหร่าน โดยกลไกการดำเนินการตามแผนจะถูกกำหนดให้แล้วเสร็จเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ภายใน 60 วัน และสหรัฐฯ จะออกใบอนุญาต การยกเว้น และการอนุญาตที่จำเป็นทั้งหมดสำหรับธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้อง
ข้อ 7 สหรัฐฯ รับจะยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านทุกประเภท รวมถึงมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ มติคณะกรรมการบริหารของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) และมาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียวของสหรัฐฯ ทั้งระดับปฐมภูมิและทุติยภูมิ ตามตารางเวลาที่ตกลงกันซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ ทั้งสองฝ่ายตระหนักถึงความสำคัญอย่างยิ่งของประเด็นการยกเลิกการคว่ำบาตรดังกล่าว และแสดงเจตนารมณ์ที่จะหารือประเด็นนี้ในการเจรจาโดยทันทีเพื่อบรรลุข้อตกลงร่วมกัน
ข้อ 8 อิหร่านยืนยันอีกครั้งว่าจะไม่จัดหาหรือพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะจัดการกับวัสดุเสริมสมรรถนะที่สะสมไว้ตามกลไกที่จะตกลงร่วมกัน สอดคล้องกับตารางเวลาในข้อ 7 โดยมีวิธีการขั้นต่ำคือการลดระดับการเสริมสมรรถนะ ณ สถานที่ตั้ง ภายใต้การกำกับดูแลของ IAEA นอกจากนี้ทั้งสองฝ่ายยังตกลงที่จะหารือประเด็นการเสริมสมรรถนะและเรื่องอื่น ๆ ที่ตกลงร่วมกันเกี่ยวกับความต้องการด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน บนพื้นฐานของกรอบความเข้าใจที่น่าพอใจซึ่งจะตกลงกันในข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ โดยทั้งสองฝ่ายตระหนักถึงความสำคัญอย่างยิ่งของประเด็นนิวเคลียร์ และแสดงเจตนารมณ์ที่จะหารือโดยทันที
ข้อ 9 ในระหว่างรอข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะคงสถานะเดิม (status quo) โดยอิหร่านจะคงสถานะปัจจุบันของโครงการนิวเคลียร์ ส่วนสหรัฐฯ จะไม่กำหนดมาตรการคว่ำบาตรใหม่ และจะไม่เสริมกำลังเพิ่มเติมในภูมิภาค
ข้อ 10 สหรัฐฯ รับว่าทันทีที่ลงนามใน MOU และจนกว่าจะมีการยกเลิกการคว่ำบาตร กระทรวงการคลังสหรัฐฯ จะออกการยกเว้นสำหรับการส่งออกน้ำมันดิบ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม และอนุพันธ์ของอิหร่าน รวมถึงบริการที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งธุรกรรมทางธนาคาร การประกันภัย การขนส่ง และอื่น ๆ
ข้อ 11 สหรัฐฯ รับจะทำให้เงินและทรัพย์สินของอิหร่านที่ถูกอายัดหรือจำกัดไว้สามารถนำมาใช้ได้อย่างเต็มที่ เมื่อมีการดำเนินการตาม MOU ทั้งสองฝ่ายจะตกลงร่วมกันเกี่ยวกับขั้นตอนการปลดล็อกเงินดังกล่าวในระหว่างการเจรจา โดยเงินเหล่านี้ ไม่ว่าจะเก็บไว้ในบัญชีเดิมหรือโอนย้าย จะสามารถนำไปใช้ได้อย่างเต็มที่เพื่อชำระเงินแก่ผู้รับผลประโยชน์ขั้นสุดท้ายตามที่ธนาคารกลางของอิหร่านกำหนด และสหรัฐฯ จะออกใบอนุญาตและการอนุมัติที่จำเป็นทั้งหมด
ข้อ 12 ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะจัดตั้งกลไกบริหารเพื่อติดตามการดำเนินการตาม MOU ให้สำเร็จ และการปฏิบัติตามข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ในอนาคต
ข้อ 13 หลังจากลงนามใน MOU และภายใต้เงื่อนไขการเริ่มดำเนินการตามข้อ 1, 4, 5, 10 และ 11 รวมถึงการดำเนินการตามมาตรการเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง ทั้งสองฝ่ายจะเริ่มการเจรจาเกี่ยวกับข้อตกลงฉบับสมบูรณ์เฉพาะในข้ออื่น ๆ ที่เหลือ
ข้อ 14 ข้อตกลงฉบับสมบูรณ์จะได้รับการรับรองด้วยมติที่มีผลผูกพันของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ





