thansettakij
thansettakij
'ทรัมป์' เดือด สั่งถล่มอิหร่าน ล้างแค้นโดนยิง "เฮลิคอปเตอร์" ร่วง

'ทรัมป์' เดือด สั่งถล่มอิหร่าน ล้างแค้นโดนยิง "เฮลิคอปเตอร์" ร่วง

10 มิ.ย. 69 | 03:35 น.
อัปเดตล่าสุด :10 มิ.ย. 69 | 04:36 น.

โดนัลด์ ทรัมป์ เดือดอีกครั้ง สั่งกองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีทางอากาศถล่มฐานทัพอิหร่าน หลังเฮลิคอร์ปเตอร์อาปาเช่ถูกยิงร่วง ด้านเตหะรานสวนกลับทันควัน ยิงขีปนาวุธถล่มฐานทัพสหรัฐฯ ในบาห์เรนและคูเวต เสี่ยงกระทบเศรษฐกิจและราคาพลังงานโลก

KEY

POINTS

  • ทรัมป์สั่งโจมตีอิหร่านเพื่อตอบโต้กรณีเฮลิคอปเตอร์ AH-64 Apache ตก โดยกล่าวหาว่าอิหร่านเป็นผู้ยิง
  • กองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายทางทหารของอิหร่านหลายแห่ง รวมถึงระบบเรดาร์และฐานป้องกันภัยทางอากาศ
  • อิหร่านตอบโต้กลับอย่างรวดเร็วด้วยการยิงโดรนและขีปนาวุธถล่มฐานทัพสหรัฐฯ ในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น บาห์เรนและคูเวต

สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางพุ่งสู่ระดับวิกฤตอีกครั้ง เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งการกองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีทางทหารต่อเป้าหมายหลายแห่งในอิหร่าน เพื่อตอบโต้เหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64 Apache ถูกยิงตกใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่อิหร่านปฏิเสธข้อหาพร้อมเตือนให้กองกำลังต่างชาติถอนตัวออกไป ก่อนจะเปิดฉากยิงโดรนและขีปนาวุธถล่มฐานทัพสหรัฐฯ ในประเทศเพื่อนบ้านเป็นการล้างแค้น ส่งผลให้ข้อตกลงหยุดยิงที่เคยมีความหวังเริ่มพังทลายลง

ชนวนเหตุ: อาปาเช่ตกกลางทะเลและการกล่าวหาจากทำเนียบขาว

รายงานจากสื่อต่างประเทศระบุว่า เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อเฮลิคอปเตอร์ AH-64 Apache ของกองทัพบกสหรัฐฯ ประสบอุบัติเหตุตกบริเวณชายฝั่งโอมาน เมื่อเวลาประมาณ 03.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น

โดยประธานาธิบดีทรัมป์ได้โพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ทันทีว่าอิหร่านคือผู้อยู่เบื้องหลังการยิงตกครั้งนี้ และสหรัฐฯ จำเป็นต้องมีการตอบโต้ที่รุนแรง

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่าเฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าวอาจพุ่งชนกับโดรนของอิหร่าน แต่ยังไม่ชัดเจนว่าเป็นการเจตนาหรือไม่ ขณะที่ทางการอิหร่านปฏิเสธความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ประธานาธิบดีทรัมป์ได้โพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social

ปฏิบัติการตอบโต้: สหรัฐฯ ถล่มฐานเรดาร์-การป้องกันภัยอากาศ

กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศเมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ โดยมุ่งเป้าไปที่ระบบเรดาร์ สถานีควบคุมภาคพื้นดิน และฐานป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่านบริเวณเกาะเกชม์ (Qeshm Island), บันดาร์ อับบาส (Bandar Abbas), สิริก (Sirik) และจาสก์ (Jask)

CENTCOM ยืนยันว่านี่คือ "การตอบโต้ตามสัดส่วน" ต่อการรุกรานของอิหร่านที่ไม่มีเหตุผล โดยนายไมค์ จอห์นสัน ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ระบุว่าเขาอยู่ในห้องกับทรัมป์ขณะตัดสินใจสั่งการครั้งนี้ ซึ่งเป็นการมุ่งเป้าทำลายขีดความสามารถทางทหารของอิหร่านโดยเฉพาะ

นวัตกรรมกู้ภัย: ครั้งแรกของโลกกับการใช้โดรนกู้ชีพกลางทะเล

ประเด็นที่น่าสนใจคือความสำเร็จในการช่วยเหลือระหว่างสงคราม โดยนักบินทั้ง 2 นายได้รับการช่วยเหลืออย่างปลอดภัยด้วยเรือโดรนไร้คนขับชื่อว่า "Corsair" ของหน่วย Task Force 59 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์กองทัพสหรัฐฯ ที่มีการใช้โดรนกู้ภัยทางทะเลในสถานการณ์จริง โดยทรัมป์ยืนยันว่านักบินทั้งคู่ "ปลอดภัยและไม่ได้รับบาดเจ็บ"

เตหะรานสวนกลับ: ถล่มฐานทัพสหรัฐฯ ในบาห์เรน-คูเวต-จอร์แดน

มีรายงานการตอบโต้ที่รวดเร็วจากฝั่งอิหร่าน โดย อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศ ประกาศว่าอิหร่าน "จะไม่ปล่อยให้การโจมตีใดๆ ไร้คำตอบ"

เพียงไม่กี่ชั่วโมง กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ได้ยิงโดรนและขีปนาวุธเข้าใส่ฐานทัพเรือที่ 5 ของสหรัฐฯ ในบาห์เรน และฐานทัพอากาศ อาลี อัล-ซาเลม ในคูเวต นอกจากนี้ AP News ยังรายงานว่ามีการโจมตีฐานทัพในจอร์แดนที่เชื่อว่าเป็นโรงเก็บเครื่องบิน F-35 ของสหรัฐฯ อีกด้วย

ผลกระทบเศรษฐกิจและสัญญาณเตือนจากตลาดโลก

ความรุนแรงที่ขยายตัวครั้งนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพโลก สงครามครั้งนี้ได้เขย่าเศรษฐกิจโลกอย่างรุนแรงมาตั้งแต่ช่วงต้นปี ทำให้ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้นและราคาสินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐานรวมถึงอาหารแพงขึ้นทั่วโลก

ความหวังที่จะเห็นข้อตกลงสันติภาพถาวรที่ทรัมป์เคยอ้างว่า "ใกล้จะสำเร็จใน 2-3 วัน" เริ่มริบหรี่ลง ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่าหากการเจรจาล้มเหลวและมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซจริง จะส่งผลกระทบมหาศาลต่อการขนส่งน้ำมันและสินค้าทั่วโลกในระยะยาว