thansettakij
thansettakij
"ทรัมป์" สั่งถล่มอิหร่านรอบใหม่ ยื่นคำขาด "โนดีลคือสงคราม" เขย่าน้ำมันโลก

"ทรัมป์" สั่งถล่มอิหร่านรอบใหม่ ยื่นคำขาด "โนดีลคือสงคราม" เขย่าน้ำมันโลก

26 พ.ค. 69 | 08:14 น.
อัปเดตล่าสุด :26 พ.ค. 69 | 08:26 น.

สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านตอนใต้ ท่ามกลางการเจรจาสันติภาพที่ยังไร้ข้อสรุป "ทรัมป์" ยื่นคำขาดต้องทำลายยูเรเนียม-ขู่เปิดศึกใหญ่หากไร้ดีล ขณะที่ราคาน้ำมันโลกผันผวนหนักรับแรงกระแทกความขัดแย้ง

KEY

POINTS

  • สหรัฐฯ ปฏิบัติการโจมตีทางทหารในพื้นที่ตอนใต้ของอิหร่าน โดยอ้างว่าเป็นการป้องกันตนเองและมุ่งเป้าไปที่ฐานยิงขีปนาวุธ
  • ประธานาธิบดีทรัมป์ยื่นคำขาดต่ออิหร่านว่าต้องยอมรับ "ข้อตกลงที่ยอดเยี่ยม" เท่านั้น มิเช่นนั้นจะเผชิญกับสงครามที่รุนแรงกว่าเดิม
  • ความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นกว่า 2% จากความกังวลเรื่องการปิดช่องแคบฮอร์มุซ

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รวมทั้งสำนักข่าวต่างประเทศหลายสำนัก รายงานว่า กรณีความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง แม้จะอยู่ในช่วงความพยายามเจรจาสันติภาพก็ตาม

เปิดฉากโจมตี "เพื่อป้องกันตนเอง"

กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ยืนยันว่ากองกำลังสหรัฐฯ ได้ปฏิบัติการโจมตีทางทหารในพื้นที่ตอนใต้ของอิหร่านเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยระบุว่าเป็น "การโจมตีเพื่อป้องกันตนเอง" เพื่อปกป้องทหารสหรัฐฯ จากภัยคุกคามของกองกำลังอิหร่าน เป้าหมายหลักของการโจมตีครั้งนี้คือฐานยิงขีปนาวุธและเรือของอิหร่านที่พยายามวางทุ่นระเบิดในพื้นที่สำคัญ

"ทรัมป์" ยื่นคำขาด: ดีลที่ดีที่สุด หรือ สงครามที่ใหญ่กว่าเดิม

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ส่งสัญญาณผ่านสื่อโซเชียลระบุว่า การเจรจากับอิหร่านนั้น "ดำเนินไปได้ด้วยดี" อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ได้ยื่นคำขาดอย่างชัดเจนว่า "it will only be a Great Deal for all or, no Deal at all" ซึ่งแปลว่าข้อตกลงนี้จะต้องเป็น "ข้อตกลงที่ยอดเยี่ยมสำหรับทุกคน หรือไม่ก็ไม่มีข้อตกลงเลย"

พร้อมขู่ว่าหากการเจรจาล้มเหลว สหรัฐฯ พร้อมจะกลับสู่สมรภูมิรบด้วยแสนยานุภาพที่ "ใหญ่และแข็งแกร่งกว่าที่เคยเป็นมา"

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังตั้งเงื่อนไขสำคัญให้อิหร่านต้องส่งมอบสต็อกยูเรเนียมเสริมสมรรถนะให้แก่สหรัฐฯ เพื่อนำไปทำลาย หรือต้องทำลายทิ้งภายใต้การตรวจสอบของสากลทันที

กดดันกลุ่มอาหรับเชื่อมสัมพันธ์อิสราเอล

ในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ ทรัมป์พยายามเชื่อมโยงข้อตกลงสันติภาพครั้งนี้กับการขยายอิทธิพลของ "ความตกลงอับราฮัม" (Abraham Accords) โดยเรียกร้องให้ประเทศในภูมิภาค อาทิ ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ และปากีสถาน สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอลเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงกับอิหร่าน ซึ่งสร้างความกดดันอย่างหนักต่อดุลอำนาจในตะวันออกกลาง

อิหร่านโต้กลับ-ตลาดน้ำมันโลกสั่นคลอน

ทางด้านกองทัพพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) อ้างว่าสามารถยิงโดรน MQ-9 Reaper ของสหรัฐฯ ตก หลังจากรุกล้ำน่านฟ้าอิหร่านในบริเวณอ่าวเปอร์เซีย ขณะที่ความตึงเครียดที่พุ่งสูงขึ้นส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ในตลาดเอเชียดีดตัวสูงขึ้นกว่า 2% มาอยู่ที่ระดับ 98.21 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันสำคัญอาจถูกปิดตายหากสงครามปะทุขึ้นเต็มรูปแบบ

สถานการณ์ในขณะนี้จึงอยู่ในภาวะ "เปราะบางสูงสุด" โดยนายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่าข้อตกลงอาจเกิดขึ้นได้ภายในไม่กี่วันข้างหน้า แต่เน้นย้ำว่าช่องแคบฮอร์มุซจะต้องถูกเปิดออก "ไม่ว่าด้วยวิธีใดก็ตาม"

ด้านราคาน้ำมันดิบเบรนต์ปรับตัวสูงขึ้นในวันอังคาร เนื่องจากปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในภาคใต้ของอิหร่าน และท่าทีที่สับสนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เกี่ยวกับการเจรจาระหว่างเตหะรานและวอชิงตัน ทำให้ผู้ค้าอยู่ในภาวะตึงเครียด

ราคา น้ำมันดิบเบรนท์ (Brent)ซึ่งเป็นราคาน้ำมันดิบมาตรฐานสากล   ปรับตัวสูงขึ้น 2% สู่ระดับ 98.26 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในการซื้อขายในเอเชีย ขณะที่  ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (  WTI) ของสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง 5.1% อยู่ที่ 91.73 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เมื่อเทียบกับราคาปิดเมื่อวันศุกร์ ไม่มีการกำหนดราคาน้ำมัน WTI ในวันจันทร์ เนื่องจากเป็นวันหยุดราชการวันรำลึกทหารผ่านศึกของสหรัฐฯ ตามรายงานของรอยเตอร์