thansettakij
thansettakij
WHO เตือนวิกฤต 'อีโบลา' แอฟริกาส่อลามหนักยอดดับพุ่ง 220 ราย

WHO เตือนวิกฤต 'อีโบลา' แอฟริกาส่อลามหนักยอดดับพุ่ง 220 ราย

26 พ.ค. 69 | 11:10 น.
อัปเดตล่าสุด :26 พ.ค. 69 | 11:14 น.

องค์การอนามัยโลก เตือนการแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลาสายพันธุ์บุนดิบูเกียว ในคองโกและยูกันดา ขยายตัวเร็วเกินควบคุมจนเจ้าหน้าที่ตามไม่ทัน เผยยอดเสียชีวิตพุ่งแตะ 220 ราย

KEY

POINTS

  • องค์การอนามัยโลก (WHO) เตือนวิกฤตอีโบลาในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและยูกันดากำลังลุกลามรุนแรง โดยมียอดผู้เสียชีวิตที่ต้องสงสัยพุ่งสูงถึง 220 ราย
  • การแพร่ระบาดขยายตัวเร็วกว่ามาตรการควบคุมโรค และ WHO คาดการณ์ว่า สถานการณ์อาจจะย่ำแย่ลงอีกก่อนที่จะดีขึ้น
  • เชื้อที่ระบาดเป็นสายพันธุ์ "บุนดิบูเกียว" ที่พบได้ยากซึ่งปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนที่ได้รับการรับรองสำหรับป้องกันโดยเฉพาะ ทำให้การควบคุมเป็นไปได้ยาก

สำนักข่าว Reuters รายงานข่าวระบุว่า ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (WHO) ออกมาเปิดเผยเมื่อวันจันทร์ที่ 25 พ.ค.25698 ผ่านมาว่า วิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลาที่กำลังเกิดขึ้นในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและยูกันดา กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วจนแซงหน้ามาตรการควบคุมโรคไปแล้วพร้อมระบุว่า ตัวเลขผู้เสียชีวิตที่เข้าข่ายต้องสงสัยตอนนี้พุ่งสูงถึง 220 ราย

นพ.เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ WHO กล่าวระหว่างการประชุมออนไลน์ร่วมกับสหภาพแอฟริกาว่า ความล่าช้าในการตรวจพบผู้ติดเชื้อในช่วงแรก ทำให้เจ้าหน้าที่ทีมแพทย์ในตอนนี้ตกอยู่ในสถานะวิ่งไล่ตามโรค และเตือนว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดระลอกนี้ "น่าจะย่ำแย่ลงไปอีก ก่อนที่อะไร ๆ จะเริ่มดีขึ้น"

ผอ.WHO ลงพื้นที่ประเทศคองโก

นพ.เทดรอส เปิดเผยว่า ตนเองนั้นมีกำหนดการจะเดินทางลงพื้นที่ประเทศคองโก ซึ่งเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดครั้งนี้ในวันอังคารโดยจะเดินทางไปพร้อมกับ นพ.ชิคเว อิเฮกเวอาซู เจ้าหน้าที่ระดับสูงของ WHO ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบดูแลด้านการจัดการภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข

โดยก่อนหน้านี้ในวันจันทร์ที่ 25 พ.ค.2569 ประเทศเพื่อนบ้านอย่างยูกันดาเพิ่งรายงานพบ ผู้ติดเชื้อเอโบลาเพิ่มอีก 2 ราย ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมที่ยืนยันแล้วของยูกันดาเพิ่มเป็น 7 ราย โดย นพ.เทดรอส ได้เน้นย้ำว่า ประเทศอื่น ๆ ที่มีพรมแดนติดกับคองโกกำลังมีความเสี่ยงสูงมากและจำเป็นต้องเริ่มใช้มาตรการรับมือในทันที

ทั้งนี้ ปัจจุบันองค์การอนามัยโลกได้ประกาศให้การแพร่ระบาดของเชื้อเอโบลาสายพันธุ์ "บุนดิบูเกียว" (Bundibugyo) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่พบได้ค่อนข้างยากเป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระหว่างประเทศ (PHEIC) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

นพ.เทดรอส ระบุทิ้งท้ายว่า การควบคุมโรคที่กำลังลามอย่างรวดเร็วนี้มีความซับซ้อนและยากลำบากอย่างยิ่ง เนื่องจากพื้นที่จังหวัดอิตูรี (Ituri) และจังหวัดนอร์ทคีวู (North Kivu) ของคองโก ซึ่งเป็นพื้นที่ระบาดนั้น ยังคงเป็นเขตไร้เสถียรภาพและมีความไม่ปลอดภัยสูงจากปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ ยิ่งไปกว่านั้นในปัจจุบัน "ยังไม่มีวัคซีนตัวไหนที่ได้รับการรับรอง" สำหรับการป้องกันไวรัสเอโบลาสายพันธุ์บุนดิบูเกียวนี้โดยเฉพาะเลย