
"ทรัมป์" บุกจีนถก "สี จิ้นผิง" พร้อมดึงบิ๊กธุรกิจซีอีโอ Nvidia ร่วมคณะ
"โดนัลด์ ทรัมป์" หนีบบิ๊กธุรกิจซีอีโอ เจนเซน ฮวง จาก Nvidia และ อีลอน มัสก์ ถึงปักกิ่ง พร้อมเจรจา "สี จิ้นผิง" ในการประชุมสุดยอด 14-15 พฤษภาคม 2569
KEY
POINTS
- โดนัลด์ ทรัมป์ เดินทางเยือนกรุงปักกิ่งเพื่อประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อเจรจาทางการค้าและเรียกร้องให้จีนเปิดกว้างสำหรับธุรกิจสหรัฐฯ
- ทรัมป์ได้นำคณะผู้บริหารธุรกิจชั้นนำร่วมเดินทางไปด้วย รวมถึง เจนเซน ฮวง ซีอีโอของ Nvidia และ อีลอน มัสก์ เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาทางธุรกิจ
- การเข้าร่วมของซีอีโอ Nvidia มีนัยสำคัญ เนื่องจากบริษัทกำลังเผชิญอุปสรรคในการขออนุญาตจำหน่ายชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) รุ่น H200 ในประเทศจีน
- นอกเหนือจากประเด็นการค้า การหารือยังครอบคลุมถึงหัวข้อสำคัญอื่นๆ เช่น สงครามอิหร่าน และการขายอาวุธของสหรัฐฯ ให้กับไต้หวัน
วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พร้อมคณะผู้ติดตามซึ่งรวมถึง เจนเซน ฮวง ซีอีโอของ Nvidia และ อีลอน มัสก์ ได้รับการต้อนรับอย่างสมเกียรติ ณ กรุงปักกิ่งเมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยคณะของเขาเตรียมยื่นข้อเสนอให้ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง "เปิดกว้าง" ให้กับธุรกิจของสหรัฐฯ ในช่วงเริ่มต้นการประชุมสุดยอดระยะเวลาสองวัน
การเยือนจีนครั้งแรกของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในรอบเกือบหนึ่งทศวรรษนี้ ทรัมป์ตั้งเป้าที่จะแสวงหาชัยชนะทางเศรษฐกิจและรักษาสถานะสงบศึกทางการค้าที่เปราะบางเอาไว้ เพื่อประคองคะแนนนิยมของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจาก สงครามกับอิหร่าน
ทรัมป์ได้รับการต้อนรับจากบุคคลสำคัญของจีน พร้อมการจัดแถวกองทหารเกียรติยศอย่างเป็นระเบียบ และนักเรียนชาวจีนที่โบกธงชาติสหรัฐฯ และจีนขณะที่เขาลงจากเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันในช่วงค่ำวันพุธ โดยเขามีสีหน้ายิ้มแย้มและชูกำปั้นขึ้นฟ้าท่ามกลางเสียงตะโกนต้อนรับเป็นภาษาจีนกลาง ก่อนจะออกเดินทางด้วยรถประจำตำแหน่ง
สำหรับคณะซีอีโอที่ร่วมเดินทางมาด้วยส่วนใหญ่มาจากบริษัทที่ต้องการแก้ไขปัญหาทางธุรกิจกับจีน เช่น Nvidia ซึ่งกำลังเผชิญอุปสรรคในการขออนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลเพื่อจำหน่ายชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) รุ่น H200 อันทรงพลังในจีน
แหล่งข่าวระบุว่า ทรัมป์ได้ขอให้ เจนเซน ฮวง เข้าร่วมเดินทางในนาทีสุดท้าย โดยมีผู้พบเห็นเขาขึ้นเครื่องแอร์ฟอร์ซวันระหว่างการแวะเติมน้ำมันที่รัฐอลาสกาก่อนมุ่งหน้าสู่ปักกิ่ง
ทรัมป์โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ถึงกลุ่มซีอีโอว่า "ผมจะขอให้ประธานาธิบดีสี ผู้นำที่โดดเด่นอย่างยิ่ง ให้ 'เปิดกว้าง' ประเทศจีน เพื่อให้คนเก่งๆ เหล่านี้สามารถแสดงความสามารถของพวกเขาได้ และนั่นจะเป็นคำขอแรกสุดของผม"
ด้าน กัว เจียคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน กล่าวถึงโพสต์ของทรัมป์ว่า ปักกิ่งพร้อมที่จะ "ขยายความร่วมมือ บริหารจัดการความแตกต่าง และสร้างความมั่นคงและความแน่นอนให้กับโลกที่กำลังวุ่นวาย"
ในขณะที่ทรัมป์เตรียมตัวสำหรับพิธีการต้อนรับที่ยิ่งใหญ่ สก็อตต์ เบสเซนต์ ผู้เจรจาทางการค้าของเขาก็ได้เสร็จสิ้นการหารือเตรียมความพร้อมนาน 3 ชั่วโมงกับเจ้าหน้าที่จีนในเกาหลีใต้ โดยสำนักข่าวซินหัวของจีนระบุว่าการพูดคุยเป็นไปอย่าง "ตรงไปตรงมา ลึกซึ้ง และสร้างสรรค์" แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดสรุปการหารืออย่างเป็นทางการออกมา
สำหรับการประชุมเป็นเวลาสองวันของทรัมป์ จะประกอบไปด้วยพิธีต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ ณ The Great Hall of the People และการเยี่ยมชมTemple of Heaven ซึ่งเป็นพื้นที่ทางศาสนาของจักรพรรดิที่มีอายุกว่า 600 ปีในปักกิ่ง และงานเลี้ยงอาหารค่ำระดับรัฐ (state banquet)
นอกเหนือจากหารือทางการค้า การพูดคุยในครั้งนี้ยังครอบคลุมถึงสงครามอิหร่านไปจนถึงการขายอาวุธของสหรัฐฯ ให้กับไต้หวัน ซึ่งเป็นเกาะที่ปกครองตนเองตามระบอบประชาธิปไตยที่จีนอ้างสิทธิ์
ทรัมป์ถูกคาดหมายอย่างกว้างขวางว่าจะกระตุ้นให้จีนโน้มน้าวเตหะรานให้ทำข้อตกลงกับวอชิงตันเพื่อยุติความขัดแย้ง แม้ว่าเขาจะเคยกล่าวว่าเขาไม่คิดว่าตนเองต้องการความช่วยเหลือจากจีนก็ตาม
จีนได้ย้ำเมื่อวันพุธถึงการคัดค้านอย่างรุนแรงต่อการขายอาวุธของสหรัฐฯ ให้กับไต้หวัน โดยสถานะของชุดอาวุธมูลค่า 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์ที่รอการอนุมัติจากทรัมป์นั้นยังคงไม่ชัดเจน ซึ่งสหรัฐฯ มีข้อผูกพันตามกฎหมายในการจัดหาเครื่องมือให้ไต้หวันเพื่อป้องกันตนเอง แม้จะขาดความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการก็ตาม จีนถือว่าเกาะที่ปกครองตนเองตามระบอบประชาธิปไตยแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของอาณาเขตของตน
เบสเซนต์เตรียมการในเกาหลีใต้
ในขณะที่ทรัมป์กระทบไหล่กับเหล่าผู้บริหารบนเครื่องแอร์ฟอร์ซวัน สก็อตต์ เบสเซนต์ ได้จัดการเจรจาการค้ารอบล่าสุดกับรองนายกรัฐมนตรี เหอ ลี่เฟิง ของจีน ณ ห้องรับรองวีไอพีที่สนามบินอินชอนของเกาหลีใต้ เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่งกล่าวว่าการหารือใช้เวลาประมาณสามชั่วโมงและสิ้นสุดลงก่อนเวลา 16.00 น. เล็กน้อย
ทั้งสองฝ่ายต่างกระตือรือร้นที่จะรักษาข้อตกลงพักรบที่ทำขึ้นเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ซึ่งในครั้งนั้นทรัมป์ได้ระงับการเก็บภาษีศุลกากรในอัตราเลขสามหลักต่อสินค้าจีน และฝ่ายสี จิ้นผิง ได้ยอมถอยจากการระงับการส่งออกแร่หายากของโลก (rare earths) ซึ่งมีความสำคัญในการผลิตสิ่งของตั้งแต่รถยนต์ไฟฟ้าไปจนถึงอาวุธ
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กล่าวว่าพวกเขาถูกคาดหมายว่าจะหารือเกี่ยวกับเวทีเพื่อสนับสนุนการค้าและการลงทุนร่วมกัน รวมถึงการเจรจาในประเด็น AI ในขณะที่วอชิงตันมองหาการขายเครื่องบินโบอิ้ง สินค้าเกษตร และพลังงานให้กับจีน เพื่อลดการขาดดุลการค้าที่ทำให้ทรัมป์ขุ่นเคืองมานาน ส่วนปักกิ่งต้องการให้สหรัฐฯ ผ่อนปรนข้อจำกัดในการส่งออกอุปกรณ์ผลิตชิปและเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง
ทรัมป์เข้าสู่การเจรจาด้วยอำนาจที่อ่อนแอลง ศาลได้จำกัดความสามารถของเขาในการจัดเก็บภาษีศุลกากรตามใจชอบต่อการส่งออกจากจีนและประเทศอื่นๆ ประเด็นต่อมาคือสงครามอิหร่านยังได้กระตุ้นให้อัตราเงินเฟ้อในสหรัฐพุ่งสูงขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงที่พรรครีพับลิกันของทรัมป์จะสูญเสียการควบคุมสภานิติบัญญัติในการเลือกตั้งกลางเทอมเดือนพฤศจิกายนนี้
แม้เศรษฐกิจจีนจะสะดุดลงบ้าง แต่สี จิ้นผิง ไม่ได้เผชิญกับแรงกดดันทางเศรษฐกิจหรือการเมืองที่เทียบเคียงกันได้ “รัฐบาลทรัมป์ต้องการการประชุมครั้งนี้มากกว่าที่จีนต้องการ เนื่องจากจำเป็นต้องแสดงให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวอเมริกันเห็นว่ามีการลงนามในข้อตกลง และมีการสร้างรายได้เกิดขึ้น” หลิว เฉียน ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Wusawa Advisory บริษัทที่ปรึกษาด้านภูมิรัฐศาสตร์ในปักกิ่งกล่าว
แม้ทรัมป์จะยกย่องความสัมพันธ์ส่วนตัวของเขากับสี จิ้นผิง และความเคารพที่มีต่อจีน แต่ชาวปักกิ่งหลายคนบอกกับรอยเตอร์ว่าพวกเขามองการมาเยือนของเขาด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกันระหว่างความหวังและความระแวง “ฉันไม่รู้ว่าเขาจริงใจแท้จริงหรือไม่” โหลว ฮุ่ยเหลียน วัย 44 ปี ซึ่งทำงานในด้านการค้าน้ำมันกล่าว “แต่ในฐานะคนจีนและคนที่ทำงานด้านการค้า ฉันแค่หวังว่านโยบายดีๆ บางอย่างจะเกิดขึ้นจากสิ่งนี้”
ที่มาข้อมูล-ภาพ
- สำนักข่าวรอยเตอร์ส







