thansettakij
thansettakij
จีน เรียกร้อง ญี่ปุ่น ยุติลัทธิทหาร หลังเพิ่มงบกลาโหมสูงเป็นประวัติการณ์

จีน เรียกร้อง ญี่ปุ่น ยุติลัทธิทหาร หลังเพิ่มงบกลาโหมสูงเป็นประวัติการณ์

18 เม.ย. 69 | 11:39 น.
อัปเดตล่าสุด :18 เม.ย. 69 | 11:42 น.

โฆษกกระทรวงกลาโหมของจีน ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลญี่ปุ่น  ยุติลัทธิทหาร หลังเพิ่มงบประมาณกลาโหม สูงที่เป็นประวัติการณ์

KEY

POINTS

  • จีน เรียกร้องให้ญี่ปุ่น ยุติลัทธิทหาร และหยุดการเสริมกำลังทางทหาร เนื่องจากเคยสร้างความทุกข์ทรมานให้แก่ภูมิภาคในอดีต
  • ท่าทีของจีน มีขึ้นหลังจากญี่ปุ่นอนุมัติงบประมาณกลาโหมประจำปี 2569 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และวางแผนอนุญาตให้ส่งออกอาวุธร้ายแรงได้
  • จีน มองว่าการกระทำของญี่ปุ่นเป็นภัยคุกคามต่อสันติภาพในภูมิภาค และจะทำให้ญี่ปุ่นสูญเสียความไว้วางใจจากประเทศเพื่อนบ้าน และประชาคมโลก

สำนักข่าว Xinhua รายงานว่า นายจาง เสี่ยวกัง โฆษกกระทรวงกลาโหมของจีน เรียกร้องให้ฝ่ายญี่ปุ่น ยุติการกระทำที่เสื่อมถอยและตัดขาดลัทธิทหารอย่างเด็ดขาด มิฉะนั้น ญี่ปุ่นจะสูญเสียความไว้วางใจจากประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียและประชาคมระหว่างประเทศ

นายจาง เสี่ยวกัง กล่าวถ้อยแถลงดังกล่าวเพื่อตอบคำถามของสื่อมวลชนเกี่ยวกับงบประมาณกลาโหมของญี่ปุ่นประจำปีงบประมาณ 2026 ซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ รวมถึงแผนของญี่ปุ่นในการอนุญาตให้มีการส่งออกอาวุธร้ายแรงได้ในเชิงหลักการ

"สัญญาณหลายประการบ่งชี้ว่ากลุ่มฝ่ายขวาในญี่ปุ่นกำลังผลักดันนโยบายกลาโหมเชิงรุกและขยายอำนาจมากขึ้น พร้อมเสริมว่าการกระทำดังกล่าวละเมิดตราสารที่มีผลผูกพันตามกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง ขัดต่อรัฐธรรมนูญและบรรทัดฐานของญี่ปุ่นเอง และเป็นภัยคุกคามอย่างร้ายแรงต่อระเบียบระหว่างประเทศหลังสงคราม ตลอดจนสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค"

“ลัทธิทหารของญี่ปุ่นเคยสร้างความทุกข์ทรมานต่อภูมิภาคและนานาประเทศ แต่ภายหลังสงครามโลกครั้งที่สองกลับไม่เคยมีการชำระความอย่างเหมาะสมต่อเรื่องนี้ และปัจจุบันฝ่ายญี่ปุ่นยังได้เร่งดำเนินการเสริมกำลังทางทหาร ซึ่งสร้างความกังวลและเรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากทั่วโลก” นายจาง กล่าว

ตามข่าวก่อนหน้านี้ คณะรัฐมนตรีภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ ได้อนุมัติงบประมาณด้านการป้องกันประเทศสำหรับปีงบประมาณ 2569 เป็นจำนวนเงิน 9.04 ล้านล้านเยน (ประมาณ 1.82 ล้านล้านบาท) ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ติดต่อกันเป็นปีที่ 12

โดยงบประมาณดังกล่าวเพิ่มขึ้นจากปีปัจจุบัน 3.8% เพื่อตอบโต้แรงกดดันทางทหารที่เพิ่มขึ้นจากเพื่อนบ้านที่มีอาวุธนิวเคลียร์อย่างจีน เกาหลีเหนือ และรัสเซีย รวมถึงตอบรับเสียงเรียกร้องจากสหรัฐฯ ให้ญี่ปุ่นเพิ่มค่าใช้จ่ายด้านการป้องกันประเทศ

นอกจากนี้ ยังมีแผนส่งออกอาวุธร้ายแรง เช่น เครื่องบินขับไล่และเรือทำลาย ไปยังประเทศที่มีข้อตกลงความร่วมมือด้านเทคโนโลยีการป้องกันประเทศกับญี่ปุ่น