
'ทรัมป์' เดือดอีก ขู่ถล่มอิหร่าน ปมเรียกเก็บค่าผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ตะวันออกกลางยังระอุ "ทรัมป์" ขู่เปิดฉากยิงหากอิหร่านเบี้ยวข้อตกลงปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังเกิดปมเรียกเก็บค่าผ่านทาง ขณะที่อิสราเอลถล่มเลบานอนยับดับพุ่งกว่า 300 ราย ท่ามกลางข้อพิพาทหยุดยิงที่ส่อเค้าพังทลายก่อนการเจรจาใหญ่ที่ปากีสถาน
KEY
POINTS
- โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่าจะใช้กำลังทหารกับอิหร่าน กรณีมีข่าวว่าอิหร่านเริ่มเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากเรือที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
- ทรัมป์เรียกร้องผ่านโซเชียลมีเดียให้อิหร่านยุติการกระทำดังกล่าวทันที และยืนยันว่าช่องแคบต้องเปิดให้เรือบรรทุกน้ำมันผ่านได้
- สหราชอาณาจักรสนับสนุนท่าทีของสหรัฐฯ โดยระบุว่าการปิดเส้นทางเดินเรือสากลหรือเก็บค่าผ่านทางโดยพลการนั้นขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ
สถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางก้าวเข้าสู่ภาวะสุ่มเสี่ยงต่อสงครามเต็มรูปแบบอีกครั้ง เมื่อโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาประกาศคำขาดอย่างดุดันว่า "การสู้รบจะเริ่มต้นขึ้น"หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงระยะยาวกับอิหร่านได้
ท่ามกลางภาวะหยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์ที่กำลังเผชิญกับบททดสอบอย่างหนักจากการขยายวงของความขัดแย้งเข้าสู่เลบานอนและการปิดเส้นทางเดินเรือน้ำมันสายสำคัญของโลก
ทรัมป์เปิดศึกผ่านโซเชียล-ขู่ฮอร์มุซต้องเปิด
ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ใช้แพลตฟอร์ม Truth Social โจมตีอิหร่านอย่างเผ็ดร้อน โดยระบุว่าอิหร่านกำลังทำหน้าที่ได้อย่าง "ย่ำแย่" และ "น่าอับอาย" ในการจัดการเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
พร้อมส่งสัญญาณเตือนอย่างรุนแรงต่อกระแสข่าวที่ว่าอิหร่านเริ่มเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากเรือบรรทุกน้ำมันที่ผ่านน่านน้ำดังกล่าว โดยย้ำว่า "พวกเขาควรหยุดเดี๋ยวนี้"
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังยืนยันว่าน้ำมันจะกลับมาไหลเวียนในตลาดโลกในเร็วๆ นี้ ไม่ว่าอิหร่านจะให้ความร่วมมือหรือไม่ก็ตาม โดยระบุว่าสำหรับเขาแล้วมันไม่ต่างกันเลย
ทางด้านสหราชอาณาจักร โดยนางอีเวตต์ คูเปอร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ออกมาสนับสนุนจุดยืนนี้ โดยระบุว่าไม่มีประเทศใดมีสิทธิปิดเส้นทางเดินเรือสากลหรือเรียกเก็บค่าผ่านทางตามอำเภอใจ เนื่องจากขัดต่อหลักกฎหมายทะเลและเสรีภาพในการเดินเรือ
ขณะที่นายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ ได้หารือร่วมกับทรัมป์เพื่อวางแผน "ขั้นต่อไป" ในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด
อิสราเอลเดินหน้าขยี้เลบานอน-ยอดตายพุ่งกระฉูด
ในขณะที่สหรัฐฯ พยายามบีบอิหร่านบนโต๊ะเจรจา นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล กลับยืนยันอย่างชัดเจนว่า "ไม่มีการหยุดยิงในเลบานอน" และได้สั่งการให้กองทัพอิสราเอล (IDF) เดินหน้าถล่มเป้าหมายกลุ่มฮิซบอลเลาะห์อย่างต่อเนื่อง
ส่งผลให้เพียงแค่วันพุธที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตในเลบานอนแล้วอย่างน้อย 303 ราย และบาดเจ็บกว่า 1,000 ราย โดยการโจมตีครอบคลุมพื้นที่หนาแน่นในกรุงเบยรูต รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียงโรงพยาบาลหลัก 2 แห่ง
ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าคำสั่งอพยพของอิสราเอลในพื้นที่ดังกล่าวนั้น "ไม่สามารถปฏิบัติได้จริง" เนื่องจากมีผู้ป่วยหนักและผู้ป่วยในไอซียูกว่า 450 รายที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้
รอยร้าวข้อตกลงหยุดยิง: ใครรวม? ใครไม่รวม?
ประเด็นที่เป็นข้อถกเถียงรุนแรงที่สุดในขณะนี้คือ ขอบเขตของข้อตกลงหยุดยิง โดยปากีสถานในฐานะคนกลางและอิหร่าน ยืนยันว่าข้อตกลงนี้ครอบคลุมถึงเลบานอนด้วย, แต่อิสราเอลและทำเนียบขาวกลับปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง
โดยนาย JD Vance รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ชี้แจงว่าอาจเป็น "ความเข้าใจผิดที่สมเหตุสมผล" ของฝั่งอิหร่าน และกล่าวว่าจะเป็นเรื่องที่ "โง่เขลา" มากหากอิหร่านจะปล่อยให้การเจรจาล่มเพียงเพราะประเด็นในเลบานอนซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับข้อตกลง
อย่างไรก็ตาม สมาชิกพรรคเดโมแครตในสหรัฐฯ หลายรายได้ออกมาเตือนทรัมป์ว่า หากปล่อยให้อิสราเอลถล่มเลบานอนต่อไป ข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านจะพังทลายลง และจะดึงสหรัฐฯ เข้าสู่สงครามระดับภูมิภาคที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
จับตาการเจรจาที่ปากีสถาน-เดิมพันอนาคตพลังงาน
ในวันเสาร์นี้ คณะผู้แทนจากสหรัฐฯ นำโดยนาย JD Vance พร้อมด้วยนายจาเรด คุชเนอร์ และนายสตีฟ วิตคอฟฟ์ เตรียมเดินทางไปยังกรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน เพื่อเปิดฉากการเจรจาโดยตรงกับอิหร่าน แม้ก่อนหน้านี้ทำเนียบขาวจะออกมาระบุว่า ทรัมป์ได้ "โยนแผนสันติภาพ 10 ประการ" ของอิหร่านทิ้งลงถังขยะไปแล้วก็ตาม







