
ระอุอีกแล้ว! 'รัสเซีย' เปิดฉากรัวฝูงโดรน 948 ลำ ถล่มยูเครน
สงครามรัสเซีย-ยูเครนระอุ! มอสโกเปิดฉากบุกใหญ่ช่วงฤดูใบไม้ผลิด้วยฝูงโดรนเกือบ 1,000 ลำในวันเดียว ทำลายอาคารมรดกโลกและโครงสร้างพื้นฐาน จนมอลโดวาต้องประกาศภาวะฉุกเฉินพลังงาน ขณะเซเลนสกีเตือนขาดแคลนขีปนาวุธ
KEY
POINTS
- รัสเซียเปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่ด้วยโดรน 948 ลำถล่มทั่วยูเครนภายใน 24 ชั่วโมง ซึ่งถูกมองว่าเป็นการเริ่มต้นการบุกในฤดูใบไม้ผลิ
- การโจมตีสร้างความเสียหายให้กับอาคารเก่าแก่และอารามเบอร์นาร์ดีนในเมืองลวิฟ ซึ่งเป็นพื้นที่มรดกโลกของ UNESCO และมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6-7 ราย
- ผลกระทบจากการโจมตีลุกลามไปยังประเทศมอลโดวา ซึ่งต้องประกาศภาวะฉุกเฉินด้านพลังงานหลังสายส่งไฟฟ้าหลักถูกตัดขาด
สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน สถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครนทวีความรุนแรงขึ้นถึงขีดสุด เมื่อรัสเซียดำเนินการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งนับตั้งแต่เริ่มสงคราม โดยส่งโดรนพิฆาตจำนวนถึง 948 ลำ เข้าถล่มพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศยูเครนภายในระยะเวลาเพียง 24 ชั่วโมง
การโจมตีครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการบุกครั้งใหญ่ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ (Spring Offensive) หลังจากมอสโกได้เคลื่อนย้ายกำลังพลและยุทโธปกรณ์หนักเข้าสู่แนวหน้าอย่างต่อเนื่อง
ความเสียหายขยายวงกว้างถึงมรดกโลก
การโจมตีในช่วงกลางวันซึ่งเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6-7 ราย ในหลายภูมิภาค โดยเฉพาะในเมืองลวิฟ (Lviv) ทางตะวันตกของประเทศ ซึ่งแรงระเบิดได้สร้างความเสียหายให้กับอาคารเก่าแก่และส่วนหนึ่งของอารามเบอร์นาร์ดีน (Bernardine monastery) ซึ่งเป็นพื้นที่มรดกโลกของ UNESCO
นอกจากนี้ยังมีรายงานความเสียหายที่โรงพยาบาลแม่และเด็กในภูมิภาคอิวาโน-ฟรังคิฟสค์ (Ivano-Frankivsk) อีกด้วย
วิกฤตพลังงานลามสู่ "มอลโดวา"
ผลกระทบจากการโจมตีครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในยูเครน แต่ยังส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางพลังงานในระดับภูมิภาค โดยประเทศมอลโดวาได้ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านพลังงาน หลังจากสายส่งไฟฟ้าหลักที่เชื่อมต่อกับยุโรปผ่านทางยูเครนถูกตัดขาดจากการโจมตีด้วยโดรน
รัฐบาลมอลโดวาต้องขอความร่วมมือให้ประชาชนลดการใช้ไฟฟ้าอย่างเร่งด่วน เนื่องจากต้องใช้เวลาซ่อมแซมนานถึง 7 วัน
ปัจจัยแทรกซ้อนทางภูมิรัฐศาสตร์
ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ได้ออกมาเตือนว่ายูเครนกำลังเผชิญกับภาวะขาดแคลนขีปนาวุธสำหรับระบบป้องกันภัยทางอากาศ เนื่องจากสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นพันธมิตรหลัก กำลังมุ่งความสนใจไปที่สถานการณ์สงครามระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน
เซเลนสกีระบุว่าสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์มีความซับซ้อนมากขึ้น และความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจเป็นการเพิ่มความฮึกเหิมให้กับรัสเซีย
ขณะเดียวกัน ทางฝั่งรัสเซียได้รับคำมั่นสัญญาการสนับสนุนที่แน่นแฟ้นจากคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ที่ส่งจดหมายย้ำว่าเปียงยางจะอยู่เคียงข้างมอสโกเสมอในการปกป้องอธิปไตย ท่ามกลางรายงานข่าวกรองที่ระบุว่าเกาหลีเหนือได้ส่งทหารและอาวุธจำนวนมากเพื่อช่วยรัสเซียในการทำสงครามครั้งนี้
การตอบโต้จากยูเครน
ด้านกองทัพยูเครนยังคงพยายามตอบโต้ด้วยเทคโนโลยีโดรนของตนเอง โดยมีรายงานว่าโดรนของยูเครนได้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในภูมิภาคเบลโกรอด (Belgorod) ของรัสเซีย ส่งผลให้ประชาชนชาวรัสเซียราว 450,000 คนต้องเผชิญกับไฟฟ้าดับ ขณะที่นาโต (NATO) เริ่มมีการเฝ้าระวังมากขึ้นหลังจากลัตเวียรายงานว่ามีโดรนของรัสเซียรุกล้ำน่านฟ้าและตกในอาณาเขตของตน






