thansettakij
thansettakij
ทรัมป์ สั่งยกเลิกแผนโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ อ้างบรรลุข้อตกลงเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ทรัมป์ สั่งยกเลิกแผนโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ อ้างบรรลุข้อตกลงเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

02 ส.ค. 69 | 05:40 น.
อัปเดตล่าสุด :02 ส.ค. 69 | 05:51 น.

โดนัลด์ ทรัมป์ สั่งยกเลิกแผนโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ โดยมีเงื่อนไขเปิด ช่องแคบฮอร์มุซ ทันที และยุติภัยคุกคามทางนิวเคลียร์ทั้งหมด ซึ่งถูกอ้างว่าบรรลุข้อตกแล้ว ขณะที่อิหร่านยังไม่ตอบสนองต่อข้อเสนอดังกล่าว ด้านนักวิเคราะห์ชี้แค่พักรบ.

KEY

POINTS

  • ทรัมป์ ประกาศยกเลิกแผนโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ โดยอ้างว่าได้รับการร้องขอและบรรลุข้อตกลงให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซและยุติภัยคุกคามทางนิวเคลียร์
  • สหรัฐฯ อ้างว่าการที่อิหร่านยอมเจรจาเป็นผลมาจากการโจมตีทางอากาศก่อนหน้านี้ที่ทำลายศักยภาพทางการทหารของอิหร่านจนเสียหายหนัก
  • ฝ่ายอิหร่านปฏิเสธคำกล่าวอ้างของสหรัฐฯ และยืนยันว่ายังคงเป็นผู้ควบคุมการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซแต่เพียงผู้เดียว พร้อมขู่ตอบโต้หากถูกโจมตี

วันนี้(วันที่ 2 สิงหาคม 2569) ตามเวลาประเทศไทย นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาโพสต์ข้อความเกี่ยวกับการสั่งยกเลิกแผนการโจมตีครั้งใหญ่ ซึ่งจะรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ผ่านมากับประเทศอิหร่าน หลังจากพันธมิตรของสหรัฐอเมริกาในตะวันออกกลางแจ้งได้ข้อยุติสงครามกับอิหร่านมีดังนี้

สหรัฐฯ ล็อค และโหลดอาวุธทหารหนัก และพร้อมที่จะโจมตีสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านด้วยระดับของความหวาดกลัวทางทหาร ความแข็งแกร่ง และอํานาจที่ไม่เคยเห็นมาตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง 

อย่างไรก็ตาม ผมเพิ่งได้รับการร้องขอจากอิหร่าน และประเทศตะวันออกกลางอื่น ๆ ให้ระงับการโจมตีใด ๆ ที่มีรายละเอียดของข้อตกลงซึ่งได้รับการตกลงกันแล้ว 

สิ่งนี้จะรวมถึงการเปิดทันที สมบูรณ์ และทั้งหมดของช่องแคบฮอร์มุส และการยุติภัยคุกคามนิวเคลียร์ของอิหร่าน จากคําขอนี้ ผมได้ตกลง เพื่อประโยชน์ในอนาคตของโลก และเช่นเดียวกัน การอยู่รอดของอิหร่านที่ประสบความสําเร็จและเจริญรุ่งเรือง 

ด้วยการยกเลิกการโจมตีครั้งใหญ่ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับความสามารถในการทําข้อตกลงอย่างรวดเร็วทันที 

ประเทศอิสราเอลเข้าร่วมกับผมในความมุ่งมั่น และความตั้งใจครั้งนี้ ทุกคนทํางานและทําให้เสร็จ ขอบคุณที่ให้ความสนใจในเรื่องนี้

นาย มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ให้สัมภาษณ์ผ่านสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์นิวส์ (Fox News) ยืนยันว่า การที่อิหร่านยอมหันกลับมาร่วมโต๊ะเจรจาเป็นผลจากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งได้ทำลายกองทัพเรือ กองทัพอากาศ ระบบป้องกันขีปนาวุธ และคลังผลิตอาวุธของอิหร่านจนเกือบสิ้นเชิง

จนทำให้อิหร่านสูญเสียเกราะป้องกันทางทหารแบบดั้งเดิม และบีบให้เตหะรานต้องเข้าสู่การเจรจาด้วยความจำยอมจากจุดที่สหรัฐฯ เป็นฝ่ายได้เปรียบ

ขณะที่ปฏิกิริยาจากฝั่งอิหร่าน นายฮัสซัน กาชกาวี โฆษกคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งชาติและนโยบายการต่างประเทศของรัฐสภาอิหร่าน ได้ออกมาตอบโต้อย่างดุเดือดว่า สหรัฐฯ พยายามสร้างภาพการยกระดับความตึงเครียดในสื่อหน้าฉาก แต่กลับส่งสัญญาณเรียกร้องการเจรจาผ่านช่องทางลับหลังฉาก

พร้อมย้ำว่าไม่ว่าสงครามจะดำเนินไปในรูปแบบใด การบริหารจัดการและควบคุมการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะยังคงอยู่ในมือของเตหะรานเพียงฝ่ายเดียวเท่านั้น

นอกจากนี้ สมาชิกสภานิติบัญญัติของอิหร่านยังเตือนเพิ่มเติมว่า หากสหรัฐฯ หรืออิสราเอลเปิดฉากโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน การตอบโต้จะไม่จำกัดอยู่เพียงแค่ในบริเวณอ่าวเปอร์เซียเท่านั้น แต่จะขยายวงไปยังฐานทัพและจุดกำเนิดการโจมตีของศัตรูในทุกพื้นที่ทั่วทั้งภูมิภาค

นายรอสส์ แฮร์ริสัน นักวิเคราะห์จากสถาบันตะวันออกกลาง (Middle East Institute) ให้ความเห็นกับสำนักข่าว อัลจาซีรา ว่า ในมุมมองของอิหร่าน รัฐบาลเตหะรานจะเชื่อว่าทรัมป์เป็นฝ่าย "กะพริบตาถอยก่อน" (Blink)

เนื่องจากความกังวลต่อความเสี่ยงของการขยายวงสงคราม และตราบใดที่ยังไม่มีข้อตกลงที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรมเกี่ยวกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซและการยกเลิกการปิดล้อม ประกาศครั้งนี้จะกลายเป็นเพียงการ "พักรบชั่วคราว" เท่านั้น