
เอกชนจี้รัฐ ยกเลิกโครงสร้างก๊าซใหม่ ช่วยลดค่าไฟฟ้า 23 สตางค์
เอกชน ชี้โครงสร้างราคาก๊าซใหม่เอื้อทุนใหญ่ ทำคนไทยแบกค่าไฟแพง จี้รัฐยกเลิกมติ กพช. คืนความเป็นธรรมลดค่าครองชีพ 23 สตางค์
KEY
POINTS
- ภาคเอกชนเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกโครงสร้างราคาก๊าซธรรมชาติใหม่ ที่มีผลบังคับใช้เมื่อ 1 ม.ค. 67
- โครงสร้างใหม่ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม 2 ต่อ คือต้องแบกรับทั้งค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น และต้นทุนก๊าซที่ใช้ในโรงงานซึ่งแพงขึ้น
- หากยกเลิกมติและกลับไปใช้ระบบราคาเดียว (Pool Gas) จะช่วยลดค่าไฟฟ้าให้ประชาชนได้ทันทีอย่างน้อย 23 สตางค์ต่อหน่วย
กรณีมติ กพช. กำหนดโครงสร้างราคาก๊าซธรรมชาติใหม่ มีผลตั้งแต่ 1 ม.ค. 2569 โดยเปลี่ยนจากราคา Single Pool (ราคาเฉลี่ยราคาก๊าซจากทุกแหล่ง) มาเป็นUtility Mode โดยราคาก๊าซธรรมชาติที่เข้าและออกจากโรงแยกก๊าซ ,ก๊าซที่ใช้ผลิตก๊าซหุงต้ม (LPG) ใช้ราคาเฉลี่ยของก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย ส่วนการผลิตไฟฟ้า ภาคขนส่ง (NGV) และภาคอุตสาหกรรม ใช้ราคา Pool Price (ราคาเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของก๊าซจากอ่าวไทย เมียนมา และ LNG)
นายอิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต กรรมการผู้จัดการ บริษัทอัลติเมทบรรจุภัณฑ์ จำกัด และอดีตรองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงผลกระทบที่รุนแรงจากการปรับโครงสร้างราคาก๊าซธรรมชาติที่เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา โดยระบุว่า กระบวนการรับฟังความคิดเห็น (Public Hearing) ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เป็นเพียงกระบวนการที่หน่วยงานกำกับดูแล ต้องทำตามนโยบายของ กพช. เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน เท่านั้นแม้ภาคเอกชนจะพยายามคัดค้านแต่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงแนวปฏิบัติระดับนโยบายได้
ประชาชนแบกภาระ-อุตสาหกรรมโดน 2 เด้ง
นายอิศเรศชี้ให้เห็นว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง หรือสงครามอิหร่าน-สหรัฐฯ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคา LNG นำเข้าที่พุ่งสูงขึ้นเกือบ 25 เหรียญต่อหน่วย ซึ่งสูงกว่าสมมติฐานเดิมที่รัฐบาลตั้งไว้เพียง 12 เหรียญสำหรับงวดเดือนมกราคมถึงเมษายน ส่งผลให้กองทุนค่าไฟฟ้าและหนี้ของ กฟผ. ที่เคยลดลงมาอยู่ที่ 40,000 ล้านบาท กลับมาติดลบเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
แม้รัฐบาลจะพยายามยืนราคาค่าไฟไว้ แต่ในความเป็นจริงคือการสะสมหนี้สินที่พอกพูนขึ้น โดยนายอิศเรศย้ำว่า เหตุการณ์ที่อิหร่านสะท้อนให้เห็นว่า LNG ไม่เหมาะจะเป็นต้นทุนหลักในการผลิตไฟฟ้าอีกต่อไปเพราะราคาสูงเกินไป
จากการคำนวณตัวเลขพบว่า หากรัฐบาลยอมยกเลิกมติ กพช. เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน และกลับไปใช้ราคาแก๊สแบบราคาเดียว (Pool Gas) สำหรับทุกภาคส่วน จะส่งผลดีอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในมิติค่าไฟฟ้าของประชาชน จะสามารถปรับลดลงได้ทันทีอย่างน้อย 23 สตางค์ต่อหน่วย
นอกจากนี้อุตสาหกรรมอื่นๆ อีก 12 กลุ่ม จะได้รับความเป็นธรรมมากขึ้น จากปัจจุบันที่ต้องเผชิญกับภาวะ "โดน 2 เด้ง" คือต้องแบกรับทั้งค่าไฟฟ้าที่แพงขึ้น และต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่ใช้ในโรงงานของตนเองซึ่งปรับตัวสูงขึ้นอีกประมาณ 10% เพื่อนำเงินส่วนนี้ไปอุดหนุนส่วนต่างราคาให้กับกลุ่มปิโตรเคมี
เปรียบก๊าซอ่าวไทย "ของดีราคาถูก"
นายอิศเรศให้ข้อมูลเชิงลึกว่า ก๊าซจากอ่าวไทยประกอบด้วยก๊าซคุณภาพสูง (Ethane และ Propane) และก๊าซคุณภาพต่ำ (Methane) ซึ่งใช้ผลิตไฟฟ้า ซึ่งปัจจุบันมติ กพช. เป็นการอนุญาตให้กลุ่มปิโตรเคมี ได้ใช้ก๊าซคุณภาพสูงในราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาด ขณะที่ภาคส่วนอื่นต้องแบกรับราคา LNG นำเข้าที่มีราคาแพง ดังนั้นอุตสาหกรรมทั้งหมดควรมีต้นทุนการผลิตที่เท่าเทียมกัน เพื่อให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญที่ระบุว่าคนไทยควรมีสิทธิ์ใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างเท่าเทียมกัน
จี้รัฐบาลยกเลิกมติก่อนงวดค่าไฟใหม่
ข้อเรียกร้องสำคัญคือให้รัฐบาลหรือ กพช. เร่งยกเลิกมติดังกล่าวให้ทันก่อนการคิดค่าไฟฟ้างวดใหม่ในวันที่ 1 พฤษภาคมนี้ เนื่องจากขณะนี้กระแสต่อต้านจากสังคมเริ่มขยายตัวเป็นวงกว้าง พร้อมทั้งเตือนว่านโยบายนี้จะกลายเป็นแผลเป็นของผู้ที่เกี่ยวข้องหากยังเดินหน้าต่อ โดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชน





